บทความที่ได้รับความนิยม
-
นักโทษเรือนจำกลางราชบุรีก่อจลาจล ผลตาย 2 เจ็บอีกนับไม่ถ้วน เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 17 ก.พ. 54 เจ้าหน้าที่ห้องวิทยุของสภ.เมื...
-
สส.กุลวลี ติดตามความพร้อม “หุ่นยนต์ผ่าตัด” รพ.ราชบุรี หนุนยกระดับรักษาโรคยาก พร้อมเร่งแก้ปัญหาที่จอดรถ-อาคาร 10 ชั้น ลดแออัดผู้ป่วย วันที่...
-
ชาวบ้านตื่นต้นมะขามเทศสีทองทั้งต้นแห่ขอหวย ที่บริเวณหมู่ที่ 5 ต.บัวงาม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี พบต้นมะขามเทศประหลาดมีลำต้นเป็นสีแดงใบสีทอ...
-
ผู้เลี้ยงกุ้งในหลายจังหวั ดรวมตัวฟ้องศาลปกครอง หลังรัฐบาลสั่งให้ระงับการเลี้ ยง ตัวแทนกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งขาว (แวนาไมค์) ในจังหวัดราชบุรี ...
-
ชาวนา ยัน 3 ก.พ.ปิดเพชรเกษม เกษตรกรชาวนาใน 5 จังหวัดภาคตะวันตกกว่า 1 , 000 คน เดินทางมาร่วมปิดถนน เวลา 14. 3 0 น. วันที่ 31...
วันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
ราชบุรี พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ
จังหวัดราชบุรีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(
MOU) การส่งเสริมสนับสนุนขับเคลื่อนและพัฒนาต้นแบบจังหวัดราชบุรีเมืองสุขภาวะ
ที่ศาลากลางจังหวัดราชบุรีนายวีรัช
ประเศรษโฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี
ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พร้อมด้วย ดร. สุปรีดา อดุลยานนท์
ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และ รศ.ดร.ชะนวนทอง ธนสุกาญจน์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหิดล ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ( MOU) การส่งเสริมสนับสนุนขับเคลื่อนและพัฒนาต้นแบบจังหวัดราชบุรีเมืองแห่งสุขภาวะ ด้าน ดร. สุปรีดา อดุลยานนท์ กล่าวว่า
จังหวัดราชบุรีเป็นจังหวัดที่มีการขับเคลื่อนด้านสุขภาวะมายาวนานโดย สสส.ร่วมกับภาคีเครือข่ายในจังหวัดราชบุรี
ขับเคลื่อนการสร้างสังคมสุขภาวะมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ปี 2552 และพัฒนางานมา
อย่างต่อเนื่อง สำหรับในปี พ. ศ. 2561 สสส.ได้ร่วมกับจังหวัดราชบุรีและคณะสาธารณสุขศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหิดล พัฒนาให้เกิดพื้นที่ต้นแบบ ที่เป็นรูปธรรมในการเสริมสร้างสุขภาวะอย่างต่อเนื่องโดยมุ่งให้มีพื้นที่สาธิตการบรรลุเป้าหมาย
10 ปี ได้แก่การลดสูบบุหรี่ ลดการดื่มสุรา ลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจร
ลดการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ในหญิงตั้งครรภ์ เพิ่มการทานผักผลไม้
เพิ่มการมีกิจกรรมทางกาย ลดภาวะอ้วนในเด็ก ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง
และมีความสุข โดยมีพื้นที่นำร่อง 8 ตำบล 3 อำเภอได้แก่
อำเภอโพธารามอำเภอจอมบึงอำเภอวัดเพลงโดย
เน้นการสานพลังภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐเอกชนประชาสังคมและชุมชนท้องถิ่นมีการพัฒนาระบบบริหารจัดการสุขภาวะอย่างมีส่วนร่วมสร้างกลไกสนับสนุนส่งเสริมเครือข่ายให้เกิดการทํางาน
ร่วมกันเสริมสร้างการพัฒนาต้นแบบชุมชนบูรณาการสุขภาวะเสริมสร้างศักยภาพบุคคลในการดำเนินงานจังหวัดบูรณาการสุขภาพและพัฒนาระบบฐานข้อมูลต่อยอดภูมิปัญญาทำงานของเครือข่ายให้เกิด
วัตกรรม สู้การเป็นจังหวัดราชบุรีเมืองสุขภาวะอย่างยั่งยืนและสามารถเป็นต้นแบบสุขภาวะเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับพื้นที่อื่นๆต่อไปในอนาคต
วันพฤหัสบดีที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
ราชบุรี นำหนุ่มที่ถูกผู้ใหญ่บ้านอุ้มจำลองเหตุการณ์ประกอบสำนวน
อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมพร้อมตำรวจ นำหนุ่มที่ถูกผู้ใหญ่บ้านอุ้มไปจำลองเหตุการณ์ในที่เกิดเหตุเพื่อประกอบสำนวน

วันที่ 15 ก.พ.61 พ.ต.ท.แมนสรวง กาญจนสะอาด รองผกก.สอบสวน สภ.โพธาราม พร้อมด้วย ร.ต.อ.
อุเทน อำนวย ร้อยเวร สภ.โพธาราม จ.ราชบุรี ได้ให้นายประมวล ทับตุ้ม อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73/ 11 หมู่ 3 ต.ชำแระ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ซึ่งเป็นผู้เสียหายที่ถูกผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ต.ชำแระ อ.โพธาราม พร้อมกับพวกรวม 4 คน
มาอุ้มตัวไปจากบ้านอ้างว่ามีหมายค้นโดยตลอดทางที่พาตัวขึ้นรถได้พยายามสอบถามถึงเครื่องสูบน้ำที่ทางผู้ใหญ่บ้านอ้างว่าหายไป
ว่าอยู่ที่ไหนจากนายประมวลพร้อมกับมีการทุบตีเป็นระยะ
ซึ่งนายประมวลบอกว่าไม่ทราบไม่ได้เป็นคนเอาไปแต่อย่างใด
ทำให้ถูกทำร้ายร่างกายในลักษณะใช้ผ้าคลุมหน้าและมัดมือไขว้หลังไว้
และกลุ่มชายดังกล่าวยังบังคับให้นายประมวลตรวจปัสสาวะและรับสารภาพว่ามียาบ้า
ทั้งที่เมื่อทำการตรวจปัสสาวะแล้วก็ไม่พบสารเสพติดแต่อย่างใด
ซึ่งเมื่อไม่มีหลักฐานจากการตรวจปัสสาวะและอื่นๆ
ทางกลุ่มของผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวจึงนำตัวนายประมวลมาส่งริมถนนก่อนถึงทางเข้ากลับบ้าน
นายประมวลจึงได้ไปแจ้งความเอาผิดกับผู้ใหญ่บ้านพร้อมพวกไว้ที่ สภ.โพธาราม
ในวันเกิดเหตุเมื่อวันที่ 4 ก.พ.61 ก่อนที่นายทวี ไกรคุปต์ อดีต รมช.คมนาคม จะพาไปร้องขอความเป็นธรรมต่อศูนย์ดำรงธรรม
จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา
ซึ่งความคืบหน้าในวันนี้ (15 ก.พ.61) นายประมวลได้เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวนก่อนที่จะเดินทางมาจำลองเหตุการณ์ในวันที่ถูกผู้ใหญ่บ้านพร้อมพวกมาอุ้มจากบ้านไปเพื่อนำไปประกอบสำนวนการสอบสวนทุกขั้นตอน
โดยมีนายทวี ไกรคุปต์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
และญาติๆของนายประมวลมาร่วมดูการจำลองเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วย
อย่างไรก็ดี
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการส่งเรื่องให้ทาง ปปท.ดำเนินการฯ
อีกส่วนหนึ่งทางพนักงานสอบสวนจะได้ออกหมายเรียกนายสมชาย จังพานิช
ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ต.ชำแระ พร้อมพวกรวม 4 คน เข้ามาให้ปากคำ หากไม่มาก็จะได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไปวันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
ราชบุรี ร้องศูนย์ดำรงธรรมราชบุรีถูกตำรวจผู้ใหญ่บ้านอุ้มซ้อม
อดีต รมช.คมนาคมพาชาวบ้านร้องศูนย์ดำรงธรรมถูกตำรวจและผู้ใหญ่บ้าน อุ้มหายตัวไปทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 นายทวี ไกรคุปต์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้พานายประมวล ทับตุ้ม อายุ 38 ปี พร้อมด้วยนางปิ๋ว ทับตุ้ม อายุ 59 ปี มารดา และนางสาวกุสุมา นนทารัตน์ อายุ 35 ปี น้องสาว อยู่บ้านเลขที่ 73/ 11 หมู่ 3 ต.ชำแระ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เข้าพบเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดราชบุรี ศาลากลางจังหวัด เพื่อขอให้ช่วยเหลือกรณีถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งและผู้ใหญ่บ้านพร้อมพวกรุมทำร้ายให้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดในพื้นที่ตำบลชำแระ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี หลังเมื่อช่วงสายของวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ถูกตำรวจนอกเครื่องแบบยศสารวัตรนายหนึ่ง และผู้ใหญ่บ้านพร้อมพวกรวม 4 คน ได้นำตัวนายประมวล ทับตุ้ม อุ้มขึ้นนำพาขึ้นรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุสีบรอนด์ดำตอนครึ่งหายตัวไป โดยก่อนที่จะนำตัวขึ้นรถชายทั้ง 4 คน ได้นำเสื้อมาคลุมใบหน้า และเอาผ้าขาวม้าผูกมือนายประมวลไขว้หลังอุ้มขึ้นรถหายไปต่อหน้านางปิ๋ว ซึ่งเป็นมารดาซึ่งอยู่ในอาการตกใจเป็นห่วงลูกชายที่ถูกอุ้มพาขึ้นรถโดยไม่รู้จุดหมายปลายทาง จึงได้บอกลูกสาวและญาติๆให้ออกตามหาแต่ก็ไม่พบ ผ่านไปประมาณ 3 ชั่วโมงก็พบรถคันดังกล่าวได้ขับมาใกล้กับบ้าน และนำตัวลูกชายลงจากรถในสภาพเหมือนคนได้รับบาดเจ็บ จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลให้แพทย์ตรวจรักษา
นายประมวล ทับตุ้ม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์ ทางนายสมชาย
จังพานิชผู้ใหญ่บ้าน และนายสายยัณห์ กันเกรา
ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและสารวัตรโจ ได้เข้าไปบ้านและลากตัวออกมาทุบตีนอกบ้าน
โดยอ้างว่ามีหมายค้นจากโรงพัก
แต่ก็ไม่ได้นำออกมาให้ดู
แม้จะขอดูหมายค้นก็ไม่ยอมให้ดู
เมื่อทำร้ายแล้วจึงพาขึ้นรถยนต์กระบะไปโดยใช้ผ้าคลุมหัว
เอาผ้าขาวม้าผูกมือไขว้หลัง
ระหว่างอยู่บนรถได้ถามว่าเครื่องสูบน้ำหายไปไหนและมีการทุบตีและพยายามสอบถามว่าเครื่องสูบน้ำหายไปไหน ตนก็บอกไม้รู้เรื่อง ก็พยายามทุบตีหลายครั้ง
จากนั้นก็พาลงรถแต่ไม่รู้ว่าเป็นที่ไหนเพราะถูกผ้าคลุมหัวไว้ จากนั้นได้ให้ปัสสาวะเพื่อนำตรวจหาสารเสพติด
จึงบอกว่าถ้าหากปัสสาวะไม่ได้มีสีม่วงให้พากลับบ้าน
เมื่อตรวจเสร็จแล้วก็ไม่พบสารเสพติดจึงพากลับบ้าน
ขณะนั้นเกิดผ้าคลุมหัวหลุดจึงเห็นว่าเป็นที่ทำการตำรวจสายตรวจตำบลบ้านสิงห์
อ.โพธาราม
จากนั้นมีการทำสำนวนอะไรไม่รู้
และได้นำยาบ้าใส่หลอดมาวางและถามตนเองว่าจะเอายาใช่มั๊ย
และพยายามจะให้ตนเองถ่ายรูปกับยาบ้าด้วยแต่ตนไม่ยินยอม
ตนพยายามเงยหน้าเพื่อมองการพิมเอกสารแต่ก็ถูกจับกดให้หน้าก้มต่ำจนมองไม่เห็น หลังจากนั้นได้ให้ตนเซ็นเอกสารอะไรก็ไม่รู้
โดยไม่ยอมให้อ่าน แต่ให้เซ็นต์ลายมือในเอกสารอย่างเดียว
พอเสร็จจึงพาขึ้นรถไปส่งที่บ้าน
ตามร่างกายก็ฟกช้ำดำเขียวหลายแห่ง
นอกจากนี้ยังถูกข่มขู่ว่าถ้าไม่ให้ความร่วมมือจะโดนหนักยิ่งกว่านี้อีก ตนก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไร
และยังขู่อีกว่าอีก 2
หรือ 3 วันจะมาเอาเอ็งอีก
พอกลับมาถึงบ้านได้ที่โรงพยาบาลให้แพทย์ตรวจรักษา
พร้อมกับไปแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจ สภ.โพธาราม เพื่อเอาผิดกับคนที่ทำร้ายทั้ง 4 คน
วันนี้จึงมาร้องขอความเป็นธรรมศูนย์ดำรงธรรม
ทั้งนี้นายภานุมาศ คงพันธ์
นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ
ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพร้อมหน่วยทหารได้มารับเรื่องสอบถามข้อมูลรายละเอียด พร้อมจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรม
จากนั้นนายทวี ไกรคุปต์
อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้นำนายประมวล ทับตุ้ม เดินทางเข้าพบ
พ.ต.อ.นภดล รุ่งสาคร
ผู้กำกับสภ.โพธาราม พ.ต.ท. แมนสรวง
กาญจนสะอาด รองผู้กำกับสอบสวน สภ.โพธาราม
ร.ต.อ. อุเทน อำนวย ร้อยเวร สภ.โพธาราม
เพื่อให้ข้อมูลรายละเอียดในคดีดังกล่าว โดยทางผู้กำกับ สภ.โพธาราม เปิดเผยว่า
ทางเจ้าหน้าที่ได้รายงานให้ทราบเบื้องต้นแล้ว
ซึ่งขณะนี้ได้รายงานให้นายอำเภอโพธารามทราบเบื้องต้นเกี่ยวกับคดีดังกล่าว
ที่มีผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเข้าไปเกี่ยวข้องในคดีด้วย นอกจากนี้พบว่าที่ป้อมที่ทำการตำรวจสายตรวจตำบลบ้านสิงห์มีภาพกล้องวงจรปิดบันทึกไว้ในวันเกิดเหตุ
หากมีการตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้องแล้วพบว่าเป็นจริงก็ว่ากันไปตามกฎหมาย
ส่วนที่อ้างว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจยศสารวัตรนายหนึ่งไปเกี่ยวข้องนั้น
ตรวจสอบแล้วทราบว่าไม่ใช่อยู่ในท้องที่ สภ.โพธาราม แต่อยู่พื้นที่จังหวัดใกล้เคียง
ซึ่งเมื่อหลักฐาน
พยานต่างๆระบุชัดเจนก็จะส่งให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ
(ป.ป.ท.) เพื่อดำเนินการต่อไป
วันจันทร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
ราชบุรี โรงเรียนด่านทับตะโกราษฎร์อุปถัมภ์เปิดการแข่งขันกีฬาภายใน
โรงเรียนด่านทับตะโกราษฎร์อุปถัมภ์เปิดการแข่งขันกีฬาภายใน
ให้นักเรียนได้แสดงศักยภาพและความสามารถทางด้านกีฬาและส่งเสริมให้เกิดความรักความสามัคคี
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




