บทความที่ได้รับความนิยม

วันเสาร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2553

เวทีเสื้อแดงที่ราชบุรี

เวทีเสื้อแดงที่ราชบุรี แกนนำดังแห่ร่วมเพียบ

กลุ่มคนเสื้อแดงจากจังหวัดราชบุรี นครปฐม กาญจนบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ทยอยมาร่วมงานประมาณ 500 คน โดยรวมตัวกันที่บริเวณพื้นที่ว่างริมถนนสายกาญจนบุรี-บ้านโป่ง หมู่ 15 ต.ปากแรต อ.บ้านโป่ง เพื่อเปิดเวทีปราศรัย โดยมีแกนนำคนสำคัญเช่นนาย จตุพร พรหมพันธุ์ ดร.สุนัย จุลพงศธร ดร.อภิวัน วิริยะชัย นายแพทย์สุชาติ ธาดาธำรงเวช นายแพทย์ประสงค์ บูรณะพงศ์ แป๊ะ บางสนาน วรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ รังสี เสรีชัย และพล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ได้ทยอยขึ้นเวทีปราศรัยกล่าวโจมตีว่าเป็นรัฐบาลเผด็จการ ฆ่าประชาชนและเรียกร้องไม่ให้กลุ่มคนเสื้อแดงไปร่วมปรองดองตามที่รัฐบาลปัจจุบัน ได้เรียกร้องที่จะให้เกิดความปรองดองและสมานฉันท์ ภายในงานได้มีการขายโต๊ะจีนให้กับประชาชนในพื้นที่และใกล้เคียวจำนวน 120 โต๊ะๆละ 2000 บาทเพื่อนำเงินที่ได้มาสร้างกิจกรรม โดยทางนายครรลอง ยุทธชัย นายอำเภอบ้านโป่ง ร่วมกับทาง พ.ต.อ.สมเดช ธิตวัฒนสกุล ผกก.นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมทั้ง อาสาสมัครเพื่ออำนวยความสะดวกและป้องกันมือที่ 3 เข้ามาสร้างปัญหา กว่า 100 นาย
นอกจากนี้ยังได้เชิญชวนคนเสื้อแดงให้ไปร่วมในงานให้จัดงาน ปูเสื้อกินข้าว เล่าเรื่องให้ฟังกัน โดยจะเริ่มด้วยการออกกำลังกายเต้นแอร์โรบิคร่วมสมัย หลังจากนั้นก็นั่งพักผ่อนและร่วมรับประทานอาหาร ซึ่งแต่ละคนจะนำเสื่อมาปูและนำอาหารมามานั่งร่วมรับประทานกัน เพื่อความสนุกสนาน และร่วมแสดงความคิดเห็น เล่าเรื่องราวและความรู้สึก เหตุการณ์ที่ผ่านมา ซึ่งจะจัดขึ้นที่บริเวณสนามกีฬากลางราชบุรี ในเวลา 16.00 น. วันที่ 19 กันยายน 2553 โดยในวันดังกล่าวภายในสนามกีฬากลางยังได้มีการแข่งขันฟุตบอลดิวิชั่น 2 นัดปิดสนามระหว่างราชบุรีเอฟซี กับสมุทรปราการ เอฟซีซึ่งมีการเชิญนายสรอรรถ กลิ่นประทุม และทีมงานพรรคภูมิใจไทย มาร่วมปิดการแข่งขันอีกด้วย

วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2553

ครอบครัวช่างศิลป์ร้อง



ครอบครัวช่างศิลป์ร้องขอความช่วยเหลือเลี้ยงลูก 4 คน แม่อีก 1 ตนเองป่วยเป็นเนื้องอกในปอดวอนเพื่ออนาคตลูก

นางนํ้าทิพธ์ กําพลศักดิ์ อายุ 40 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 6 ตําบลรางบัว อําเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เปิดเผยถึงการประสบปัญหาในชีวิต เรื่องโอกาสการศึกษาในอนาคตของลูก 4 คน มารดาที่ป่วยเป็นโรคเจ็บหัวเข่า และความดัน ขณะนี้ตนกลางเป็นเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัว เนื่องจากสามีที่เคยทําอาชีพช่างเขียนภาพจิตกรรมฝาผนังโบสถ์ตามวัด ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เมื่อไม่นานมานี้ ขณะที่ตนเองป่วยเป็นโรคปอดติดเชื้อแพทย์โรงพยาบาลเอ็กซเรย์พบก้อนเนื้องอกในปอด เวลาไอรู้สึกเจ็บหน้าอกมาก แพทย์นัดผ่าตัดชิ้นเนื้อตรวจวินิจฉัยวันที่ 30 กันยายนนี้ ขณะที่ตนทํางานโรงงานผลิตนํ้าผลไม้ได้ค่าแรงวันละ 165200 บาท ค่าใช้จ่ายไม่พอกับความเป็นอยู่ทําให้ลําบากมาก บ้านที่อยู่ก็อาศัยบ้านเถ้าแก่ซึ่งเป็นอดีตนายจ้างของสามี ที่ให้อยู่โดยมีคิดค่าใช้จ่าย แต่ที่เป็นหวงมากคือลูก 4 คน โดยลูกสาวคนโต คือ น.ส.นํ้าเพชร กําพลศักดิ์ อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม. 3 โรงเรียนชุมชนวัดรางบัว และคนรอง ด.ญ.พลอยรุ้ง อายุ 13 ปี ชั้น ม. โรงเรียนเดียวกัน เนื่องคนโตต้องย้ายตามพ่อแม่ไปวาดภาพบ่อยจึงต้องเรียนช้ากว่าคนรอง ส่วนลูกคนที่ 3 คือเด็กชายพีรภัทร์ กําพลศักดิ์ อายุ 6 ขวบ อยู่ชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนชุมชนวัดรางบัว ส่วนน้องคนที่ 4 เด็กชายเชษฐพร กําพลสักดิ์ อายุ 1 ขวบ 1 เดือน ต้องอยู่กับนางทองเหรียญ บัวขาว อายุ 73 ปี ผู้เป็นยายดูแลยามที่ตนไปทํางานรับจ้าง
ซึ่งลูกคนที่ 34 และคนโตมีความสามารถในการวาดภาพจิตกรรมฝาผนัง และปั่นรูปโดยใช้เศษกระดาษผสมกับกาวลาเท็กให้เป็นรูปตัวละครได้อย่างสวยงามตามรอยพ่อ นอกจากนี้ลูกคนโตและคนรอง ปิดเทอมหน้านี้ทางโรงเรียนจะให้วาดภาพกําแพงโรงเรียน เพราะเห็นว่ามีความสามารถ โดยเมื่อวันแม่แห่งชาติลูกทั้ง 3 คน ได้รับรางวัลวาดภาพดีเด่น ในหัวข้อ ความคิดของลูกที่ดีต่อแม่ อีกทั้งลูกสาวทั้ง 2 ยังรับจ้างซักผ้าในวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ตะกล้าละ 50 บาท จะมีเพื่อนบ้านนํามาซัก เพื่อช่วยเหลือครอบครัว ในขณะที่ลูกชายคนเล็กมีร่างกายเล็กกว่าปกติ เพราะต้องให้อดนมมาตั้งแต่อายุ 7 เดือน
นางนํ้าทิพธ์ กําพลศักดิ์ กล่าวว่า ทุกวันนี้ตนทํางานมีรายได้น้อยวันละ 165 บาท หากวันไหนมีล่วงเวลาจะได้ 200 บาท และต้องหารายได้โดยการทําเสริมสวยให้กับคนในหมู่บ้านได้หัวละ 100 บาท แต่ได้นาน ๆ ครั้ง รายได้จึงไม่พอกับรายจ่าย ซึ่งปีหน้าลูกสาวคนโตและคนรองต้องเดินทางไปเรียนในตัวเมืองราชบุรี หากตนป่วยเป็นโรคร้ายจริง ลูกทั้ง 4 จะหมดโอกาสทางการศึกษา อีกทั้งแม่ที่ป่วยก็จะไม่มีใครเลี้ยงดู ส่วนตนก็จะเดินทางไปหาหมอบ่อยเดือนละ 2 ครั้ง และต้องหยุดงานทําให้ถูกตัดค่าแรง แม้ว่าค่ายาจะใช้บัตร 30 บาท แต่ก็ต้องมีค่าใช้จ่าย ค่าเดินทาง จึงวอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ
นายอธิพล อร่ามศิริรุจิเวทย์ ครูโรงเรียนชุมชนวัดรางบัวเป็นครูผู้สอน กล่าวว่า น.ส. นํ้าเพชร ด.ญ.พลอยรุ้ง ร่วมถึเป็นนักเรียนมีครอบครัวที่น่าสังสาร ความสามารถเรื่องการเรียน เก่งทั้งด้านดนตรีวงดุริยาง ศิลปะวาดภาพ การประดิษฐ์ จะทําได้ดี และยังเป็นนักกีฬาเปตองของโรงเรียนด้วย การเรียนอยู่ในเกรดดีมาก เป็นที่ชื่นชมของครู อาจารย์มาก เพราะมีความตั้งใจในการเรียนสูงมาก เวลานี้เป็นห่วงเรื่องการศึกษาเพราะความเป็นอยู่ในครอบครัวที่ได้รับความเดือดร้อน


หมายเลขบัญชี / นางนํ้าทิพย์ กําพลศักดิ์ ธนาคารกสิกรไทย สาขาศรีสุริยะวงศ์ราชบุรี 447 2 165505
  


ในวันนี้(14 ก.ย.53) เวลา 11.30 น. นางกรองกาญจน์  โกมลภมร  นายกเหล่ากาชาดจ.ราชบุรี ร่วมกับพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  และอำเภอจอมบึง ได้เดินทางไปเยี่ยมครอบครัวของนางน้ำทิพย์ที่บ้านพร้อมกับมอบข้าวสารอาหารแห้งและมอบเงินช่วยเหลือให้จำนวนหนึ่งเพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์ในการเปิดร้านเสริมสวยที่บ้านเพราะเดิมนั้นนางน้ำทิพย์นั้นเป็นช่างทำผมอยู่แล้ว แต่ไม่มีเงินซื้ออุปกรณ์จึงต้องไปทำงานในโรงงานแทนเพื่อหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว ส่วนเรื่องของการรักษาพยาบาลที่นางพรทิพย์จะต้องไปทำการผ่าตัดในวันที่ 30 ก.ย.53 นั้นทางกาชาดก็จะช่วยดูแลประสานในเรื่องของค่ารักษาพยาบาลและช่วยเหลือครอบครัวในช่วงที่นางน้ำทิพย์นั้นยังทำงานไม่ได้ด้วย