วันอาทิตย์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ราชบุรี ฆ่าโหดแทงยับกระทืบซ้ำคอหักดับ1สาหัส1

 
สุดโหดแทงยับสาวใหญ่ 

กระเทือบซ้ำดับคาตีน

ส่วนกิ๊กเฒ่าถูกแทงใส่

ทะลักอาการสาหัสส่งโรง

พยาบาลให้แพทย์ช่วย

ยื้อชีวิต





 วันที่ 16 ก.ค.60 ร.ต.อ.ทรงพล  ตันเจริญ  รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี  รับแจ้งเกิดเหตุแทงกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ  เหตุเกิดถนนริมแม่น้ำแม่กลอง หลังบ่อเก็บน้ำเสียโรงงานน้ำตาลธนราช(เก่า) หมู่ 19  ต.ท่าผา อ.บ้านโป่ง  จึงพร้อม พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย  อินทรปรีชา ผกก.สภ.บ้านโป่ง พ.ต.ต.ศรัณย์พงศ์  โชติตระกูลก้อง สว.สส. กำลังชุดสืบสวน  แพทย์เวร รพ.บ้านโป่ง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิรวมใจการกุศลราชบุรี   รีบรุดไปตรวจสอบ
     ที่เกิดเหตุพบศพ น.ส.สิริวรรณ  แก้ววิลัย อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 185 /170 หมู 9 ต.ปากแรต อ.บ้านป่ง สภาพศพ ถูกแทงด้วยมีดพกปลายแหลมเข้าที่บริเวณ หน้าอกและชายโครงซ้ายรวม 4 แผล นอกจากนั้นยังพบว่าที่ลำคอและแขนซ้ายของผู้ตายหัก ลักษณะถูกคนร้ายใช้เท้ากระเทือบอย่างแรงหลายครั้ง และยังพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า  สปาร์ค นาโน  สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน  ขธร  92 นครปฐม ล้มอยู่และพบปลอกของมีดพกหล่นอยู่ใกล้ๆ   ห่างออกไปประมาณ 5 เมตร  เจ้าหน้าที่พบร่างของ นายโสภณ  ผู้ภักดี  อายุ 62 ปี นอนฟุบหายใจรวยริน  พบมีบาดแผลถูกแทงด้วยมีดพกปลายแหลม เข้าที่หน้าท้อง 3 แผล จนเห็นลำไส้ไหลออกมา จึงรีบนำตัว ส่ง รพ.บ้านโป่ง  ให้แพทย์ช่วยเหลือชีวิต เนื่องจากอาการสาหัส

         จากการสอบสวนทราบว่า  น.ส.สิริวรรณ  แก้ววิลัย ได้มาชอบพอกับ นายโสภณ ผู้บาดเจ็บ และได้มานอนพักอยู่ที่บ้านของ นายโสภณ   ก่อนเกิดเหตุ  ได้มีโทรศัพท์โทรเข้ามาหาจากนั้น น.ส.สิริวรรณ  ก็ขับขี่รถจักรยนต์ คันดังกล่าวออกมาจากบ้าน  โดยมี นายโสภณ  นั่งซ้อนท้ายมาด้วย กระทั่งมีชาวบ้านที่จะไปหาปลาในแม่น้ำแม่กลอง เดินมาพบ  น.ส.สิริวรรณ  เสียชีวิต และนายโสภณ  ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ  เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า สาเหตุน่าจะมาจากเรื่องชู้สาว เนื่องจากคนร้ายลงมือด้วยความโหด หลังจากแทงแล้วยังใช้เท้ากระเทือบซ้ำ  และอีกประเด็นมาจากเรื่องความขัดแย้งสวนตัว  อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สืบสวนหาสาเหตุแท้จริง และติดตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

วันพุธที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ราชบุรี บูรณาการคลองสวยน้ำใส ไร้ผักตบชวา

ผู้บังคับการกรมพัฒนาที่ 1 ร่วมกับเทศบาลตำบลบ้านสิงห์บูรณาการคลองสวยน้ำใส ไร้ผักตบชวา พร้อมให้ชาวบ้านช่วยเป็นหูเป็นตาดูแลหน้าบ้านเพื่อความเรียบร้อยของชุมชน

วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 ที่บริเวณสะพานหมู่ที่ 10 บ้านหนองศาลา ต.บ้านสิงห์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี พ.อ.นิมิตต์ สุวรรณรัฐ ผู้บังคับการกรมพัฒนาที่ 1 เป็นประธานในกิจกรรมบูรณาการ คลองสวยน้ำใส ไร้ผักตบชวาโดยมี นายนรเศรษฐ รุ่งจรูญ ปลัดเทศบาลตำบลบ้านสิงห์ กล่าวรายงานถึงความเป็นมาในการจัดกิจกรรม โดยมีนายนพรัตน์ รัตนพานิช นายอำเภอโพธาราม พ.ท.ศุภวัฒน์ ประเทืองทิน ผู้บังคับกองพันพัฒนาที่ 1 ค่ายศรีสุริยวงศ์ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และชาวบ้านหนองศาลาหมู่ที่ 10 ให้การต้อนรับ 
สำหรับการบูรณาการคลองสวยน้ำใส ไร้ผักตบชวานั้น แต่เดิมพื้นที่บ้าหนองศาลาหมู่ที่ 10 มีสภาพพื้นที่ที่เป็นธรรมชาติที่ดี น้ำสามารถระบายได้ดี ซึ่งตั้งแต่ ปี 2539 ได้มีนิคมอุตสาหกรรมมาก่อตั้ง และฟาร์มสุกรเกิดขึ้น ทำให้ทางน้ำที่เคยผ่านไปได้ถูกปิดและน้ำที่ดีก็กลายเป็นน้ำเสีย เทศบาลตำบลบ้านสิงห์ ได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับในช่วงนี้เข้าสู่ฤดูฝน ทำให้ความหนาแน่นของผักตบชวา ที่มีอยู่ในลำคลอง เพิ่มมากขึ้น และเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2560 ได้จัดทำโครงการคลองสวยน้ำใส ขึ้น โดยมีการปรับปรุงสภาพน้ำและภูมิทัศน์บริเวณลำคลองและขุดลอกวัชพื้นที่ผิวน้ำ ตลอดแนวบริเวณคลองชลประทาน ทั้งสองฝั่งความยาวรวมไม่น้อยกว่า 3000 เมตร โดยมีการใช้พืชธรรมชาติบำบัดน้ำเสีย โดยทำคอกสำหรับกั้นผักตบชวา เพื่อช่วยกรองน้ำเสีย แล้วใช้เครื่องตีอากาศเพื่อช่วยเพิ่มออกซิเจนในน้ำ จากนั้นใส่น้ำชีวภาพ (อี.เอ็ม) เพื่อบำบัดน้ำเสีย สุดท้ายคือการกำจัดผักตบชวา วัชพืชและปรับปรุงภูมิทัศน์ริมฝั่งคลอง ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง ต้องร่วมมือร่วมใจ สร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษา เท่านี้ก็เป็นการช่วยคงสภาพธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของลำคลองให้สวยงามกับชุมชนเพื่อให้น่าอยู่

 ทางด้าน  พ.อ.นิมิตต์ สุวรรณรัฐ กล่าวว่า สำหรับในวันนี้เป็นกิจกรรมเล็ก ๆ ที่ทางรัฐบาล คสช.ได้ให้ทหารมีส่วนร่วมกับประชาชนในพื้นที่เพราะทุก ๆ ความเดือดร้อนของประชาชนคือปัญหาของทหาร นอกจากทหารก็มีส่วนอื่น ๆ ในปัจจุบันเรื่องต่าง ๆ จะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีถ้าได้รับความร่วมมือร่วมใจกัน เช่นเดียวกับผักตบชวาซึ่งไม่ใช่ปัญหาใหญ่แต่สร้างปัญหาให้มากมายซึ่งต่อให้ทุ่มงบประมาณมากเท่าไหร่ก็ไม่มีทางกำจัดไปได้หากเราไม่ร่วมมือร่วมใจกัน ทำให้เป็นการจุดประเด็นในเรื่องของการเป็นหูเป็นตา ในส่วนงบประมาณที่จะต้องมาดูแลประชาชนที่มีความเดือดร้อนด้านอื่น ๆ ได้

  



วันพุธที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ราชบุรี จัดโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำ



 เปิดโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำบูรณาการร่วมกันกำจัดผักตบชวา เพื่อเร่งแก้ปัญหา วัชพืชแน่นลำคลองปิดกั้นทางน้ำ 



                 วันที่  24  พฤษภาคม  2560  ที่ศาลาแฉลิมพระเกียรติอำเภอดำเนินสะดวก    จ.ราชบุรี  นางณิทฐา  แสวงทอง เป็นประธานเปิดโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำเพื่อให้เป็นคลองสวย น้ำใส หน้าบ้านน่ามอง  คลองดำเนินสะดวก  โดยมีนายประยงค์  จันทรเต็ง   นายอำเภอดำเนินสะดวก  กล่าวรายงานถึงการดำเนินงานโครงการดังกล่าวเนื่องจากทรับยากรทางธรรมชาติถูกทำลายด้วยน้ำมือของมนุษย์จนส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตของประชาชนความเปลี่ยนแปลงของสภาพดินฟ้าอากาศ จึงส่งผลกระทบกับพื้นที่ลุ่มต่ำเหมาะสมกับการทำการเกษตร  รวมทั้งพื้นที่ เกี่ยวข้องกิจกรรมทางน้ำทั้งตลาดน้ำดำเนินสะดวกและคลองดำเนินสะดวก มีการใช้เรือสัญจรทางน้ำเพื่อนำนักท่องเที่ยวชมวิถีชีวิตสองฝั่งคลองและการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ดังนั้นจึงได้มุ่งเน้นการทำความสะอาดในลำคลองที่เป็นปัญหาที่สำคัญของประชาชน โดยทาง รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการแก้ปัญหา  จึงได้เร่งดำเนินการ โดยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง มีการบูรณาการร่วมกันในพื้นที่ให้เร่งดำเนินการแก้ใขปัญหาร่วมกันปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนรักษาแหล่งน้ำในพื้นที่ให้มีความสะอาดสวยงามกลับมาเป็นประโยชน์ของประชาชนโดยรวม

             สำหรับอำเภอดำเนินสะดวกจึงได้จัดโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำเพื่อให้เป็นคลองสวย น้ำใส หน้าบ้านน่ามอง  คลองดำเนินสะดวก เป็นการรณรงค์ให้ประชาชนร่วมกันดูแลพร้อมทั้งกำจัดวัชพืชและผักตบชวาที่เป็นการปิดกั้นทางน้ำซึ่งอาจจะมีการทำให้น้ำท่วมขังในพื้นที่ทำให้เกิดความเสียหาย  จึงได้มีนโยบายการร่วมกันแก้ใขปัญหาโดยประสานความร่วมมือกันทุกภาคส่วน รวมถึง เทศบาล อบต. ผู้นำท้องถิ่นและชาวบ้านมาช่วยกัน พร้อมทั้งชาวบ้านที่เป็นจิตอาสาเครือข่ายในการดูแลร่วมกันไม่ว่าจะเป็น ลำคลอง หรือว่าแหล่งน้ำสาธารณะอื่นๆ ให้เข้ามาช่วยกันดำเนินการแก้ปัญหาตามคลองซอยคลองระบายน้ำโดยจะใช้เวลาในการดำเนินการทั้งหมดให้เร็วที่สุด

วันอังคารที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2560

ราชบุรี 2 นักมวยดังเกิดอุบัติเหตุขับรถแหกโค้ง

 2  นักมวยดังกีฬาโอลิมปิกขับรถมาแข่งขันกีฬากองทัพบกขากลับกรุงเทพฯ GPS นำออกไปทางถนนพระรามสองแต่ไม่ชำนาญเส้นทางได้ขับรถยนต์เก๋งแหกโค้ง โชคดีไม่ได้รับบาดเจ็บ


            วันที่  7 มีนาคม  2560    ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า  ได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์โตโยต้า  ALPHARD สีขาว ทะเบียนป้ายแดง  ง -  9473 กรุงเทพฯ  เสียหลักแหกโค้งพุ่งตกลงไปอยู่ข้างถนนสายคูบัว วัดเพลง  ตำบลคูบัว อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี  จึงเดินทางไปที่เกิดเหตุพบรถยนต์ลักษณะตะแคงด้านขวาตกลงไปข้างถนนอยู่ในร่องคูน้ำ  ช่วงทางโค้งใหญ่ที่มีต้นกระถินและต้นมะขามเทศขึ้นอยู่หนาแน่นบริเวณข้างทาง  แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ       ทราบชื่อผู้ที่อาศัยมากับรถคือ จ.ส.อ. สุริยา ปราสาทหินพิมาย อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่  115 หมู่ 8  ต.ลังกาใหญ่  อ.พิมาย   จ.นครราชสีมา  และ ส.อ.วรพจน์  เพชรคุ่ม อายุ  36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 10 ต.พนม อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี เป็นคนขับรถดังกล่าวโดยทั้ง  2 คน  อดีตเป็นนักมวยชื่อดังเคยเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันกีฬามวยสากลสมัครเล่นในกีฬาโอลิมปิก 2004 โดย จ.ส.อ.สุริยา เคยได้รับเหรียญทองแดงกีฬาโอลิมปิก 2004 และเหรียญทองเอเชียนเกมส์  ส่วน ส.อ.วรพจน์ เพชรคุ่ม เคยได้รับเหรียญเงินกีฬาโอลิมปิก 2004 และเหรียญทองกีฬาเอเชียนเกมส์ และเหรียญทองกีฬาซีเกมส์   
              จากการสอบถาม จ.ส.อ.สุริยา และ ส.อ.วรพจน์ เปิดเผยว่า  ได้ขับรถมาร่วมแข่งขันกีฬากองทัพบกที่ค่ายบุรฉัตร อ.เมือง จ.ราชบุรี ช่วงขากลับกรุงเทพฯได้ใช้ GPS นำทาง เพื่อจะขับรถกลับกรุงเทพ ที่จะออกไปทางถนนพระราม 2 GPS ได้นำทางมาตามถนนเส้นนี้  แต่เนื่องจากไม่ชำนาญเส้นทางซึ่งเป็นช่วงเย็นใกล้ค่ำแล้ว เมื่อถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งใหญ่ และมีต้นไม้ซึ่งเป็นต้นกระถินและต้นมะขามเทศขึ้นอยู่ข้างทางริมถนนทำให้มองเส้นทางไม่เห็น จึงขับรถวิ่งทางขวาและเสียหลักแต่ไม่กล้าที่จะเตะเบรกเลยพุ่งตกลงข้างทาง โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ ขณะเดียวกันหลังเกิดเหตุทั้งสองได้ลงมาโปกรถที่ผ่านไปมา เพื่อให้ระมัดระวัง และส่งสัญญาณว่าข้างหน้ามีอุบัติเหตุเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน ก่อนที่รถยกของบริษัทประกันภัยนำรถมาลากกลับและพาทั้งสองเข้ากรุงเทพฯ



  

วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ราชบุรี หนุ่มเครียดจัดปีนเสาวิทยุสื่อสารรพ.ราชบุรีหวังฆ่าตัวตาย

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเหลือเกลี้ยกล่อมชายเกิดอาการเครียดจัดปีนเสาวิทยุสื่อสาร นานกว่า 3 ชม. สาเหตุมาจากโลกโซเชียลกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุให้เพื่อนยิงตัวตาย 


    ( 22 ก.พ. 60 )ที่โรงพยาบาลราชบุรี    นายสุทธิชาติ บุญยะกาญจนะ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 124/ 61  ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี มีอาชีพเป็นพ่อค้าขายน้ำปั่นอยู่หน้าโรงเรียนแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองราชบุรี เกิดอาการเครียดหนักได้ปีนเสาวิทยุสื่อสารของโรงพยาบาลราชบุรีที่มีความสูงประมาณ 30 เมตร โดยปีนขึ้นไปอยู่ระหว่างกึ่งกลางของเสาวิทยุสื่อสารนานกว่า 3 ชั่วโมง ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัดและมีประชาชนที่มาโรงพยาบาลต่างมุงดูเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก  ต่อมาศูนย์วิทยุสื่อสารโรงพยาบาลได้ประสานไปยังพ.ต.อ.กิตติภพ ชมพูนุช ผู้กำกับสภ.เมืองราชบุรี ได้สั่งการให้ ดาบตำรวจ วิเชียร มณีวิหค ผบ.หมู่งานจราจรเป็นผู้ขึ้นไปเจรจาเกลี้ยกล่อมนายสุทธิชาติ ใช้เวลานานประมาณ 1  ชั่วโมง ขณะที่รถกระเช้าของเทศบาลเมืองราชบุรีและหน่วยทหารกองพลพัฒนาที่ 1 ค่ายศรีสุริยวงศ์ พร้อมกำลังได้นำเบาะยางลมมาเตรียมพร้อมช่วยเหลือ
            ทั้งนี้ดาบตำรวจวิเชียรได้พยายามปีนขึ้นไปบนเสาวิทยุและพยายามพูดจาเกลี้ยกล่อม และสอบถามถึงสาเหตุจนทราบว่า ได้มีโลกโซเชียลไปลงข่าวกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุทำให้เพื่อนต้องฆ่าตัวตายเมื่อหลายวันก่อนทำให้เกิดอาการเครียดหนัก  ซึ่งทางดาบตำรวจวิเชียรได้พยายาม พูดจาเกลี้ยกล่อมให้ใจอ่อน และจะให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนหาสาเหตุอย่างละเอียด ทำให้นายสุทธิชาติยอมลงจากเสาโดยดี แต่ขณะที่กำลังลงจากเสาเกิดหน้ามืดอ่อนเพลีย ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิพร้อมแพทย์ และพยาบาลได้ช่วยกันนำใส่เปลหามไปปฐมพยาบาล ซึ่งมีนางพณศิกานต์ บูรณะกาญจนะ อายุ 39 ปี ภรรยาซึ่งอยู่ในอาการตกใจได้มาคอยดูแลอาการของสามีด้วยความเป็นห่วง
               ด.ต.วิเชียร  มณีวิหค ผบ.หมู่งานจราจร สภ.เมืองราชบุรีเปิดเผยว่าไม่คิดว่าจะเป็นน้องเขาที่โลกโซเชียลพุ่งโจมตีเขา ผมได้บอกว่าทางผู้บังคับการและผู้กำกับการ จะให้การช่วยเหลือที่น้องเขาโดนโจมตีข่าวทั้งหมด และจะเปลี่ยนพนักงานสอบสวน  น้องเขาเกิดอาการน้อยใจเหมือนกับอยู่ไม่ได้แล้ว ทุกคนก็ขู่จะฆ่าอีก ซึ่งทางผู้บังคับบัญชาจะให้ความเป็นธรรม เพราะชีวิตพี่ก็เสี่ยงตายขึ้นมาช่วยเหลือน้อง  ซึ่งรู้สึกดีใจที่น้องเขาเชื่อและยอมลงจากเสาแต่โดยดี
           เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนเบื้องต้นทราบว่าสาเหตุที่ทำให้นายสุทธิชาติเกิดอาการเครียดหนักมาจากคดีฆ่าตัวตาย เมื่อวันที่ 16 กพ. 60 มีเหตุยิงตัวตายในรถยนต์เก๋ง บริเวณถนนในเขตเทศบาลเมืองราชบุรี ทราบชื่อนราวัฒน์ สิทธินพคุณ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 124/ 33 ถนนเสือป่า เขตเทศบาลเมืองราชบุรี ที่บริเวณขมับขวามีบาดแผลถูกอาวุธปืนเข้าจำนวน 1 นัด ในรถยนต์เก๋งยี่ห้อ ฮอนด้า ซีวิค สีดำ ทะเบียน ฆว- 575 กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานหลายประเด็นได้แก่ ปัญหาส่วนตัว และผู้ตายยังมีคดีทะเลาะวิวาทกับเพื่อนบ้านและมีการใช้อาวุธปืนยิงใส่รถ ซึ่งคดียังอยู่ในชั้นศาล ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญญาติและผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวนอยู่ระหว่างสืบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิต
                     ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า ดาบตำรวจวิเชียร มณีวิหค ซึ่งได้ขึ้นไปเกลี้ยกล่อมนายสุทธิชาติได้สำเร็จและลงมาอย่างปลอดภัยท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนจัด ทำให้ช่วงที่ดาบตำรวจวิเชียรลงมาด้านล่างและนั่งพักอยู่นั้นได้เกิดอาการอ่อนเพลีย กล้ามเนื้อเกิดอาการเกร็งทำให้เป็นลมหมดสติ แพทย์ได้พาเข้าห้องไอซียูช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วนแล้ว