บทความที่ได้รับความนิยม

วันพุธที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ราชบุรี บูรณาการคลองสวยน้ำใส ไร้ผักตบชวา

ผู้บังคับการกรมพัฒนาที่ 1 ร่วมกับเทศบาลตำบลบ้านสิงห์บูรณาการคลองสวยน้ำใส ไร้ผักตบชวา พร้อมให้ชาวบ้านช่วยเป็นหูเป็นตาดูแลหน้าบ้านเพื่อความเรียบร้อยของชุมชน

วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 ที่บริเวณสะพานหมู่ที่ 10 บ้านหนองศาลา ต.บ้านสิงห์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี พ.อ.นิมิตต์ สุวรรณรัฐ ผู้บังคับการกรมพัฒนาที่ 1 เป็นประธานในกิจกรรมบูรณาการ คลองสวยน้ำใส ไร้ผักตบชวาโดยมี นายนรเศรษฐ รุ่งจรูญ ปลัดเทศบาลตำบลบ้านสิงห์ กล่าวรายงานถึงความเป็นมาในการจัดกิจกรรม โดยมีนายนพรัตน์ รัตนพานิช นายอำเภอโพธาราม พ.ท.ศุภวัฒน์ ประเทืองทิน ผู้บังคับกองพันพัฒนาที่ 1 ค่ายศรีสุริยวงศ์ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และชาวบ้านหนองศาลาหมู่ที่ 10 ให้การต้อนรับ 
สำหรับการบูรณาการคลองสวยน้ำใส ไร้ผักตบชวานั้น แต่เดิมพื้นที่บ้าหนองศาลาหมู่ที่ 10 มีสภาพพื้นที่ที่เป็นธรรมชาติที่ดี น้ำสามารถระบายได้ดี ซึ่งตั้งแต่ ปี 2539 ได้มีนิคมอุตสาหกรรมมาก่อตั้ง และฟาร์มสุกรเกิดขึ้น ทำให้ทางน้ำที่เคยผ่านไปได้ถูกปิดและน้ำที่ดีก็กลายเป็นน้ำเสีย เทศบาลตำบลบ้านสิงห์ ได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับในช่วงนี้เข้าสู่ฤดูฝน ทำให้ความหนาแน่นของผักตบชวา ที่มีอยู่ในลำคลอง เพิ่มมากขึ้น และเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2560 ได้จัดทำโครงการคลองสวยน้ำใส ขึ้น โดยมีการปรับปรุงสภาพน้ำและภูมิทัศน์บริเวณลำคลองและขุดลอกวัชพื้นที่ผิวน้ำ ตลอดแนวบริเวณคลองชลประทาน ทั้งสองฝั่งความยาวรวมไม่น้อยกว่า 3000 เมตร โดยมีการใช้พืชธรรมชาติบำบัดน้ำเสีย โดยทำคอกสำหรับกั้นผักตบชวา เพื่อช่วยกรองน้ำเสีย แล้วใช้เครื่องตีอากาศเพื่อช่วยเพิ่มออกซิเจนในน้ำ จากนั้นใส่น้ำชีวภาพ (อี.เอ็ม) เพื่อบำบัดน้ำเสีย สุดท้ายคือการกำจัดผักตบชวา วัชพืชและปรับปรุงภูมิทัศน์ริมฝั่งคลอง ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง ต้องร่วมมือร่วมใจ สร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษา เท่านี้ก็เป็นการช่วยคงสภาพธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของลำคลองให้สวยงามกับชุมชนเพื่อให้น่าอยู่

 ทางด้าน  พ.อ.นิมิตต์ สุวรรณรัฐ กล่าวว่า สำหรับในวันนี้เป็นกิจกรรมเล็ก ๆ ที่ทางรัฐบาล คสช.ได้ให้ทหารมีส่วนร่วมกับประชาชนในพื้นที่เพราะทุก ๆ ความเดือดร้อนของประชาชนคือปัญหาของทหาร นอกจากทหารก็มีส่วนอื่น ๆ ในปัจจุบันเรื่องต่าง ๆ จะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีถ้าได้รับความร่วมมือร่วมใจกัน เช่นเดียวกับผักตบชวาซึ่งไม่ใช่ปัญหาใหญ่แต่สร้างปัญหาให้มากมายซึ่งต่อให้ทุ่มงบประมาณมากเท่าไหร่ก็ไม่มีทางกำจัดไปได้หากเราไม่ร่วมมือร่วมใจกัน ทำให้เป็นการจุดประเด็นในเรื่องของการเป็นหูเป็นตา ในส่วนงบประมาณที่จะต้องมาดูแลประชาชนที่มีความเดือดร้อนด้านอื่น ๆ ได้

  



วันพุธที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ราชบุรี จัดโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำ



 เปิดโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำบูรณาการร่วมกันกำจัดผักตบชวา เพื่อเร่งแก้ปัญหา วัชพืชแน่นลำคลองปิดกั้นทางน้ำ 



                 วันที่  24  พฤษภาคม  2560  ที่ศาลาแฉลิมพระเกียรติอำเภอดำเนินสะดวก    จ.ราชบุรี  นางณิทฐา  แสวงทอง เป็นประธานเปิดโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำเพื่อให้เป็นคลองสวย น้ำใส หน้าบ้านน่ามอง  คลองดำเนินสะดวก  โดยมีนายประยงค์  จันทรเต็ง   นายอำเภอดำเนินสะดวก  กล่าวรายงานถึงการดำเนินงานโครงการดังกล่าวเนื่องจากทรับยากรทางธรรมชาติถูกทำลายด้วยน้ำมือของมนุษย์จนส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตของประชาชนความเปลี่ยนแปลงของสภาพดินฟ้าอากาศ จึงส่งผลกระทบกับพื้นที่ลุ่มต่ำเหมาะสมกับการทำการเกษตร  รวมทั้งพื้นที่ เกี่ยวข้องกิจกรรมทางน้ำทั้งตลาดน้ำดำเนินสะดวกและคลองดำเนินสะดวก มีการใช้เรือสัญจรทางน้ำเพื่อนำนักท่องเที่ยวชมวิถีชีวิตสองฝั่งคลองและการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ดังนั้นจึงได้มุ่งเน้นการทำความสะอาดในลำคลองที่เป็นปัญหาที่สำคัญของประชาชน โดยทาง รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการแก้ปัญหา  จึงได้เร่งดำเนินการ โดยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง มีการบูรณาการร่วมกันในพื้นที่ให้เร่งดำเนินการแก้ใขปัญหาร่วมกันปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนรักษาแหล่งน้ำในพื้นที่ให้มีความสะอาดสวยงามกลับมาเป็นประโยชน์ของประชาชนโดยรวม

             สำหรับอำเภอดำเนินสะดวกจึงได้จัดโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำเพื่อให้เป็นคลองสวย น้ำใส หน้าบ้านน่ามอง  คลองดำเนินสะดวก เป็นการรณรงค์ให้ประชาชนร่วมกันดูแลพร้อมทั้งกำจัดวัชพืชและผักตบชวาที่เป็นการปิดกั้นทางน้ำซึ่งอาจจะมีการทำให้น้ำท่วมขังในพื้นที่ทำให้เกิดความเสียหาย  จึงได้มีนโยบายการร่วมกันแก้ใขปัญหาโดยประสานความร่วมมือกันทุกภาคส่วน รวมถึง เทศบาล อบต. ผู้นำท้องถิ่นและชาวบ้านมาช่วยกัน พร้อมทั้งชาวบ้านที่เป็นจิตอาสาเครือข่ายในการดูแลร่วมกันไม่ว่าจะเป็น ลำคลอง หรือว่าแหล่งน้ำสาธารณะอื่นๆ ให้เข้ามาช่วยกันดำเนินการแก้ปัญหาตามคลองซอยคลองระบายน้ำโดยจะใช้เวลาในการดำเนินการทั้งหมดให้เร็วที่สุด

วันอังคารที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2560

ราชบุรี 2 นักมวยดังเกิดอุบัติเหตุขับรถแหกโค้ง

 2  นักมวยดังกีฬาโอลิมปิกขับรถมาแข่งขันกีฬากองทัพบกขากลับกรุงเทพฯ GPS นำออกไปทางถนนพระรามสองแต่ไม่ชำนาญเส้นทางได้ขับรถยนต์เก๋งแหกโค้ง โชคดีไม่ได้รับบาดเจ็บ


            วันที่  7 มีนาคม  2560    ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า  ได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์โตโยต้า  ALPHARD สีขาว ทะเบียนป้ายแดง  ง -  9473 กรุงเทพฯ  เสียหลักแหกโค้งพุ่งตกลงไปอยู่ข้างถนนสายคูบัว วัดเพลง  ตำบลคูบัว อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี  จึงเดินทางไปที่เกิดเหตุพบรถยนต์ลักษณะตะแคงด้านขวาตกลงไปข้างถนนอยู่ในร่องคูน้ำ  ช่วงทางโค้งใหญ่ที่มีต้นกระถินและต้นมะขามเทศขึ้นอยู่หนาแน่นบริเวณข้างทาง  แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ       ทราบชื่อผู้ที่อาศัยมากับรถคือ จ.ส.อ. สุริยา ปราสาทหินพิมาย อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่  115 หมู่ 8  ต.ลังกาใหญ่  อ.พิมาย   จ.นครราชสีมา  และ ส.อ.วรพจน์  เพชรคุ่ม อายุ  36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 10 ต.พนม อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี เป็นคนขับรถดังกล่าวโดยทั้ง  2 คน  อดีตเป็นนักมวยชื่อดังเคยเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันกีฬามวยสากลสมัครเล่นในกีฬาโอลิมปิก 2004 โดย จ.ส.อ.สุริยา เคยได้รับเหรียญทองแดงกีฬาโอลิมปิก 2004 และเหรียญทองเอเชียนเกมส์  ส่วน ส.อ.วรพจน์ เพชรคุ่ม เคยได้รับเหรียญเงินกีฬาโอลิมปิก 2004 และเหรียญทองกีฬาเอเชียนเกมส์ และเหรียญทองกีฬาซีเกมส์   
              จากการสอบถาม จ.ส.อ.สุริยา และ ส.อ.วรพจน์ เปิดเผยว่า  ได้ขับรถมาร่วมแข่งขันกีฬากองทัพบกที่ค่ายบุรฉัตร อ.เมือง จ.ราชบุรี ช่วงขากลับกรุงเทพฯได้ใช้ GPS นำทาง เพื่อจะขับรถกลับกรุงเทพ ที่จะออกไปทางถนนพระราม 2 GPS ได้นำทางมาตามถนนเส้นนี้  แต่เนื่องจากไม่ชำนาญเส้นทางซึ่งเป็นช่วงเย็นใกล้ค่ำแล้ว เมื่อถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งใหญ่ และมีต้นไม้ซึ่งเป็นต้นกระถินและต้นมะขามเทศขึ้นอยู่ข้างทางริมถนนทำให้มองเส้นทางไม่เห็น จึงขับรถวิ่งทางขวาและเสียหลักแต่ไม่กล้าที่จะเตะเบรกเลยพุ่งตกลงข้างทาง โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ ขณะเดียวกันหลังเกิดเหตุทั้งสองได้ลงมาโปกรถที่ผ่านไปมา เพื่อให้ระมัดระวัง และส่งสัญญาณว่าข้างหน้ามีอุบัติเหตุเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน ก่อนที่รถยกของบริษัทประกันภัยนำรถมาลากกลับและพาทั้งสองเข้ากรุงเทพฯ



  

วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ราชบุรี ชุมนุมสหกรณ์โคนมส่งฟางอัดก้อนไปภาคใต้

 ชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทยประสานส่งฟางอัดก้อนไปช่วยเกษตรกรโคนมที่ภาคใต้

                   

วันที่ 9  ก.พ.60   นายอภัย  สุทธิสังข์   อธิบดีกรมปศุสัตว์   พร้อมด้วยนายนัยฤทธิ์    จำเล   ประธานชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย    และนายธนพล วงศ์วัฒนสิทธิ์   ประธานสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์)     ได้ร่วมกันปล่อยขบวนรถบรรทุกฟางอัดก้อน จำนวน 8,900  ก้อนที่บริเวณหน้าสหกรณ์ โคนมหนองโพ จำกัด  ริมถนนเพชรเกษม  หมู่ 3    ต.หนองโพ  อ.โพธาราม  จ.ราชบุรี    เพื่อไปช่วยเหลือเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ในภาคใต้  ที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนอาหารสัตว์  ซึ่งได้แก่หญ้าและฟาง  เนื่องจากพื้นที่นั้นประสบอุทกภัยมีน้ำท่วมขังเป็นเวลานานทำให้สัตว์ที่เลี้ยงไว้ขาดแคลนอาหาร   


             โดยทางชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย       จึงประสานความร่วมมือร่วมใจสหกรณ์ทั่วประเทศบริจาคเงินเพื่อนำไปซื้อฟางอัดก้อนส่งไปให้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน  ซึ่งการจัดส่งฟางอัดก้อนในครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือของเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ทั้งประเทศ  ได้แสดงออกถึงพลังความรัก ความสามัคคี และความมีน้ำใจต่อเพื่อนเกษตรกรที่กำลังประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้  โดยจัดรถบรรทุกฟางอัดก้อนไปส่งให้กับทางสหกรณ์โคนมในพื้นที่ภาคใต้ จำนวน 4 สหกรณ์  คือสหกรณ์โคนมพัทลุง จำกัด  สหกรณ์โคนมชุมพร  จำกัด  สหกรณ์โคนมกุยบุรี จำกัด  และสหกรณ์โคนมบางสะพาน จำกัด  เพื่อกระจายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนต่อไ

วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2560

ราชบุรี กรมปศุสัตว์เข้าทลายแหล่งผลิตอาหารสัตว์ผสมสารเร่งเนื้อแดง

 รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ อายัดเครื่องผสมอาหารสัตว์ในโรงงานผลิตอาหารสัตว์ มีการใช้สารเร่งเนื้อแดงผสม  ขายให้กับเกษตรกร

วันที่ 17 ม.ค. 60  นายสรวิศ     ธานีโต รองอธิบดีกรมปศุสัตว์    พร้อมด้วย พ.ต.ท.อภิชัย ไลออน รองผกก.4  กองบังคับการ ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(บก.ปคบ.)   และเจ้าหน้าที่ทหารจากกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองพลพัฒนาที่ 1 จังหวัดราชบุรี เข้าตรวจค้นและอายัดเครื่องผสมอาหารสัตว์ในโรงงานผลิตอาหารสัตว์ชื่อฟาร์มโคขุน สมพรฟาร์ม เลขที่ 16/5   หมู่ 1  ต.ดอนกระเบื้อง  อ.โพธาราม จ.ราชบุรี  หลังจากที่เคยเข้าตรวจสอบภายในโรงงานแล้ว และนำสารที่ใช้ในโรงงานไปตรวจสอบและเมื่อทราบผลตรวจวิเคราะห์อาหารสัตว์ (โคขุน) ว่ามีการใช้สารเร่งเนื้อแดงผสมในอาหารสัตว์ขายให้กับเกษตรกรทั่วไป   จึงได้ตรวจยึดไว้ทั้งหมด   โดยมีนางสมพร  ทัศนสุวรรณ อายุ 60 ปี  เจ้าของฟาร์มออกมาให้ข้อมูลว่า  ใช้สารเร่งเนื้อแดงจริงเพราะมีลูกค้านำมาให้ใช้   โดยไม่ทราบว่าจะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค    ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ยึดส่วนผสมอาหารสัตว์จำนวน 5 ตันเครื่องผลิตอาหารสัตว์จำนวน 6 เครื่องมูลค่ากว่า 2.5 ล้านบาทส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.โพธาราม จ.ราบุรี ดำเนินคดี ต่อไป
         ด้านนายสรวิศ     ธานีโต รองอธิบดีกรมปศุสัตว์    ได้เปิดเผยว่าอาหารสัตว์ที่ผสมสารเร่งเนื้อแดง หรือ สารในกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์   (β-Agonist) มีเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรและโคขุนบางกลุ่มนำไปเลี้ยงสัตว์ เพื่อวัตถุประสงค์ในการลดปริมาณไขมันในเนื้อสัตว์ ตลอดจนเพิ่มปริมาณกล้ามเนื้อ เร่งการเจริญเติบโตและทำให้เนื้อสัตว์สีแดงน่าบริโภค  โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่จะถึงนี้ซึ่งจะมีปริมาณการใช้เนื้อสัตว์จำนวนมาก    และเมื่อผู้บริโภครับประทานเนื้อสัตว์ที่มีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างอยู่ อาจส่งผลทำให้กล้ามเนื้อสั่น กระตุ้นการเต้นของหัวใจ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ กระวนกระวาย วิงเวียนปวดศีรษะ ซึ่งในผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ โรคลมชัก โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ตลอดจนหญิงมีครรภ์จะเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับอันตรายจากสารเร่งเนื้อแดงที่ตกค้างในเนื้อสัตว์    ซึ่งถ้ามีการตรวจพบลักลอบผลิตหรือใช้สารเร่งเนื้อแดงผสมในอาหารสัตว์ก็จะมีโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2560

ราชบุรี นำตัวกำนันคนดังอุ้มฆ่าสาวทอมมาทำแผน

นำตัวกำนันคนดังประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านของอำเภอบ้านโป่ง ที่ร่วมทีม ผกก.อุ้มฆ่าสาวทอมมาทำแผน

 


    วันที่ 15 ม.ค. 60  พล.ต.ท.ศานิตย์   มหาถาวร   ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล  พร้อมชุดสืบสวนนครบาล   สภ.หนองค้างพลูและ ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7  ได้นำตัวนายสนอง  สมสิทธิ์   อายุ 56 ปี  กำนันตำบลลาดบัวขาว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.บ้านโป่ง   จ.ราชบุรี  มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่สภ.บ้านโป่ง   จ.ราชบุรี  หลังถูกออกหมายจับในข้อหาร่วมกับพ.ต.อ.อำนวย  พงษ์สวัสดิ์  อดีตผกก.สภ.บ้านโป่ง และพวก อุ้มฆ่าสาวทอม น.ส.สุภัคสรณ์ หรือหญิง    พลไธสง   อายุ 28 ปี     โดยนายสนองนั้นเป็นผู้รับงานมาจากพ.ต.อ.อำนวยและเป็นผู้ที่มารับเงินค่าจ้างจึงได้พามาชี้จุดที่จ่ายเงินค่าจ้างงวดสองที่บริเวณห้องทำงานของ พ.ต.อ.อำนวย  พงษ์สวัสดิ์   อดีตผกก.สภ.บ้านโป่ง  ซึ่งอยู่ชั้น 3 ของสภ.บ้านโป่ง   จำนวน 60,000 บาท   จากนั้นได้นำไปชี้จุดจ่ายเงินงวดที่สามคือที่ร้านกาแฟ เซเรทเต้  ซึ่งอยู่ห่างจากสภ.บ้านโป่งไปประมาณ  1 กิโลเมตร  ด้วยจำนวนเงิน 100,000 บาท  ก่อนจะไปชี้จุดแรกคือร้านอาหาร เถร  ซึ่งอยู่ห่างจากร้านกาแฟ ไปประมาณ 500 เมตร    ซึ่งมีการจ่ายเงินมัดจำงวดแรก จำนวนเงิน 40,000 บาท ซึ่งรวมค่าจ้างทั้งหมด 200,000 บาท  และนายสนองได้นำไปจ้างทีมอุ้มอีกทอด   ส่วนผู้ต้องหาที่ร่วมในทีมอุ้มฆ่าทั้งหมด 8 คน นั้นยังหลบหนีอยู่อีก 3 คนนั้น คาดว่าน่าจะได้ตัวในเร็ววันนี้

วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2560

ราชบุรี ขุดหลุมหาลูกนิมิตเก่าเจอพระยุครัตนโกสินทร์กว่าพันองค์

   เจ้าอาวาสวัดห้วยหมู  ขุดหลุมหาลูกนิมิตเก่า ในโบสถ์ เพื่อเตรียมปิดทองฝังลูกนิมิต  กลับพบพระเครื่องเนื้อดินและพระบูชาปางต่างๆ  


วันที่ 12 มกราคม  2560    ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าที่บริเวณโบสถ์วัดห้วยหมู  หมู่ที่ 9 ต.เจดีย์หัก อ.เมือง จ.ราชบุรี ได้มีการดำเนินการขุดค้นหาลูกนิมิตเก่า เพื่อเตรียมจัดงานปิดทองฝังลูกนิมิตใหม่ในวันที่ 28 มกราคมนี้ แต่ขณะกำลังขุดหาลูกนิมิตลูกเก่าอยู่ภายในโบสถ์ที่มีการสร้างมาเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2467 อยู่นั้น เมื่อขุดลึกลงไปได้ประมาณ 1 เมตร กลับพบกระถางลายมังกรยุคโบราณ  1ใบ ภายในกระถางพบพระพุทธรูปหลายจำนวนมาก มีทั้งองค์ใหญ่และองค์เล็ก ซึ่งมีขี้ทราย ขี้กรุติดพอกขึ้นสนิมติดอยู่กับองค์พระ บางองค์มีสนิมเขียวจับเกาะ  บางองค์เป็นพระยุครัตนะมีทองเก่าโบราณปิดที่บริเวณองค์พระ นอกจากนี้ยังพบพระรอดเนื้อดินพิมพ์เล็กอีกกว่า 1,000 องค์ กองรวมกันอยู่กับพระบูชาปางต่างๆ เช่น ปางนาคปรก ปางป่าเลไลย์ ปางพระนอน ปางทรงเครื่องรัตนะ ปางสมาธิ ปางเปิดโลก ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นพระพุทธรูปสมัยโบราณที่สมัยก่อนมีชาวบ้านนำมาแก้บน  ทางเจ้าอาวาสจึงนำมาฝังไว้ที่หน้าพระประธานองค์ใหญ่ภายในโบสถ์

  พระครูจันทสีลากร เจ้าอาวาสวัดห้วยหมู เปิดเผยว่า  อุโบสถหลังนี้สร้างเมื่อพ.ศ. 2467 หรือประมาณกว่า 90 ปี ยังไม่เคยมีการบูรณปฏิสังขรณ์เลย  มาปีนี้ทางวัดได้เริ่มมีการบูรณาโบสถ์ที่ได้ทรุดโทรมไปมาก ซึ่งทางเจ้าคณะจังหวัดราชบุรีได้ให้บูรณะโดยให้คงไว้รูปแบบเดิมอย่างสวยงาม เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เห็นโบสถ์สมัยโบราณรูปแบบเดิม ขณะที่ช่างกำลังบูรณะอยู่ได้ขุดเจอพระกรุเก่าที่อดีตเจ้าอาวาสได้เก็บไว้ ยุครัตนโกสินทร์ หรือประมาณกว่า 200 ปี   ตอนนี้ขุดเจอพระพุทธรูปบูชาแล้วประมาณ 63 องค์  และยังมีองค์เล็กๆเป็นพระเนื้อดินอีกประมาณ 1,000 องค์  ซึ่งทางวัดกำลังเตรียมจัดงานวันที่ 28 มกราคม – 5 กุมภาพันธ์ จึงได้ให้ลูกศิษย์ขุดหาลูกนิมิตเก่าและจะทำพิธีสวดถอน และเตรียมจะฝังลูกนิมิตใหม่ จึงจะปรึกษาคณะกรรมการวัด เพื่อเตรียมเปิดให้ประชาชนมีจิตศรัทธาอยากทำบุญซื้อที่ดินถวายวัด  ซึ่งคณะกรรมการจะนำพระที่ขุดพบได้นี้เปิดให้เช่าบูชาแล้วนำปัจจัยนั้นมาซื้อที่ดินเพื่อเป็นที่ธรณีสงฆ์ ส่วนราคาแต่ละองค์ยังไม่ทราบว่ามีราคาเท่าไหร่บ้าง คงต้องปรึกษาหารือกับกรรมการวัดอีกครั้ง

วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2560

ราชบุรี ขอเชิญสมัครเข้ารับการสรรหา กขป.เขต 5


 ขอเชิญสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป) เขต 5  

ประกาศ : ขอเชิญสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน(กขป) เขต 5 (กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคิรีขันธ์ สุพรรณบุรี  สุมทรสงคราม และสมุทรสาคร) เปิดรับสมัครระหว่างตั้งแต่ 15 ม.ค.2560-7 ก.พ.2560
ติดต่อสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

สำนักงานเลขานุการร่วมพื้นที่เขต  5  เลขที่  2   อาคารไปรษณีย์ชั้น   3  ถนนสมุทรศักดารักษ์  ต.หน้าเมือง   อ.เมือง  จ.ราชบุรี  70000  หมายเลขโทรศัพย์   085-9058067  หมายเลข  061_0297449  และหมายเลข  061-0266294

ศูนย์ประสานงานเขตสุขภาพเพื่อประชาชน เขต 5 เลขที่ 20/23 ถ.สมบูรณ์กุล ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี 70000  หมายเลข  092-2743696




 อีเมล ratchaburimedia@gmail.com


สำหรับคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน”   มีความสำคัญอย่างมากต่อความสำเร็จของการดำเนินงานเขตสุขภาพเพื่อประชาชน ซึ่งจะเป็นกลไกใหม่ที่จะบูรณาการการทำงานแก้ปัญหาสุขภาพของประชาชน ได้อย่างสอดคล้องกับความจำเป็นด้านสุขภาพ เน้นทำงานแบบ สานพลัง การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริงมีประสิทธิภาพ โดยคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กำหนดให้การสรรหา กขป. ต้องแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 และวางแผนเริ่มดำเนินการเขตสุขภาพ เพื่อประชาชนอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2560 หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหากรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน    ประกอบด้วย กรรมการผู้แทนส่วนราชการในพื้นที่ ทั้งหน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิและวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนองค์กรภาคเอกชน ทั้งหอการค้าและสภาอุตสาหกรรม สถานพยาบาลเอกชน ร้านยา ตลอดจนผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคม   เช่น  ด้านเด็ก สตรี คนพิการ ด้านคุ้มครองผู้บริโภค ผู้สูงอายุ สิ่งแวดล้อม อาสาสมัครสาธารณสุข  

วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2560

ราชบุรี ห้องทำงาน ผกก.สภ.บ้านโป่งปิดเงียบหลังศาลออกหมายจับ

  

ห้องทำงาน ผกก.สภ.บ้านโป่ง ราชบุรีถูกปิด

ล็อกประตู  พร้อมเจ้าตัวหายเงียบหลังศาลออก

หมายจับคดีอุ้มฆ่าสาวหล่อ


      ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ห้องทำงานของ พ.ต.อ.อำนวย พงษ์สวัสดิ์  ผู้กำกับการ สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ไม่มีการเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ หลังถูกศาลธนบุรีอนุมัติหมายจับคดีพัวพันในคดีลักพาตัวอุ้มฆ่าสาวทอมร่วมกับพวก หลังชุดสืบสวนได้ติดตามแก๊งค์ดังกล่าวน่าจะเป็นกลุ่มคนมีสีเป็นผู้บงการพร้อมพวกรวมทั้งหมด 7 คน โดยต้องกล่าวหากระทำความผิดใช้จ้างให้ผู้อื่นร่วมกันข่มขืนใจให้กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย ของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจ ต้องจำยอมต่อสิ่งนั้น หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น  หรือกระทำด้วยประการใดปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และให้ผู้อื่นนั้นกระทำการใดให้แก่ผู้กระทำหรือบุคคลอื่น  ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อปกปิดความผิดของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดตนที่กระทำไว้ และลองฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือ ทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย ของนางสาว สุภัคสรณ์  พลไธสง อายุ 28  ปี ลักษณะคล้ายผู้ชาย  หลังมีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 3 คน ใช้รถยนต์ กระบะยี่ห้อนิสสันสีดำเป็นยานพาหนะลักพาตัวไปจากอพาร์ตเม้นท์แห่งหนึ่ง ภายในซอยเพชรเกษม 114 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม.เมื่อกลางดึกวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา ต่อมา บิดา มารดาของนางสาว สุภัคสรณ์  พลไธสง ได้เข้าร้องขอความเป็นธรรม ต่อ พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.ให้ช่วยติดตามตัว เนื่องจากเกรงจะถูกฆ่าปิดปาก
                โดยบรรยากาศที่บริเวณสถานีตำรวจภูธรบ้านโป่ง ซึ่งมีด้วยกัน  4 ชั้น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ  คงมีเพียงห้องทำงานของผู้กำกับที่อยู่บริเวณชั้น 2 ที่มีการปิดล็อกห้องทำงานห้ามบุคคลภายนอกเข้าไปภายในห้องดังกล่าว จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ที่อยู่หน้าห้อง ทราบว่า ผู้กำกับไม่ได้เข้ามาที่ห้องทำงานตั้งแต่ช่วงเช้าแล้ว ส่วนรายละเอียดไม่สามารถให้ข้อมูลได้  คงต้องรอผู้บังคับบัญชาระดับสูงเป็นผู้ให้ข้อเท็จจริงเท่านั้น

          ต่อมาช่วงเวลาเย็น  พ.ต.อ.อำนวย  พงษ์สวัสดิ์  ผกก.สภ.บ้านโป่ง ได้เดินทางโดยรถยนต์ประจำตำแหน่ง เข้ามาที่บ้านพักบริเวณข้าง  สภ.บ้านโป่ง  โดย พ.ต.อ.อำนวย  สวมเสื้อชุดซาฟารีสีดำ และสวมกางเกงตำรวจสีกากี เมื่อลงจากรถ ก็รีบเดินไปประตูรั้วหน้าบ้านพัก ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด  โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งทำหน้าที่เป็นพลขับ  เป็นผู้ถือสิ่งของ เดินตามเข้าไปไว้ภายในบ้าน เมื่อผู้สื่อข่าวเดินเข้าไปสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น  พ.ต.อ.อำนวย  ก็ได้โบกมือปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆทั้งสิ้น  จากนั้นได้รีบขึ้นรถยนต์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นพลขับ ติดเครื่องรออยู่ แล้วรีบขับออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่ทราบว่าจะเดินทางไปที่ใด  โดยใช้เวลาเข้ามาบ้านพัก ไม่ถึง นาที

วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2560

ราชบุรี เด็กนักเรียนชมรมแอโรบิคขอรับบริจาคทุนเพื่อไปแข่งขันระดับประเทศ

 เด็กนักเรียนโรงเรียนวัดตากแดดชมรมแอโรบิคประสพความสำเร็จไปแข่งขันระดับประเทศขาดชุดหมดทุนขอรับบริจาค 





วันที่  6  มกราคม  2560   ที่อาคารอเนกประสงค์   อบต.ดอนคา  อ.บางแพ  จ.ราชบุรี    เด็กนักเรียนในระดับตั้งแต่ชั้น ป.3 ถึง ป.6  ของโรงเรียนวัดตากแดด รอดประชานุกูล  ซึ่งตั้งอยู่ หมู่ 5  ต.ดอนคา  จำนวน 15 คน ที่เข้าร่วมในกิจกรรมการแข่งขันกิจกรรมนักเรียน ศิลปหัตถกรรม   กำลังทำการเต้นแอโรบิค โชว์ให้กับผู้สูงอายุที่มาร่วมกิจกรรม วันผู้สูงอายุ   เพื่อให้ผู้สูงอายุได้เห็นความสามารถของลูกหลานและเป็นการฝึกซ้อมให้เกิดความพร้อมเพรียงและแข็งแกร่งเพื่อจะไปแข่งขันในระดับประเทศ  พร้อมกันนี้ได้ขอรับบริจาคเงินเพื่อนำไปเป็นทุนในตัดชุด และเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปแข่งขันในระดับประเทศในช่วงปลายเดือนมกราคม 2560  นี้  หลังได้แข่งขันจนได้รับรางวัลชนะเลิศตั้งแต่ ระดับอำเภอ  ระดับเขต  และล่าสุดได้รับรางวัลชนะเลิศระดับภาค  และเป็นตัวแทนภาคกลางและภาคตะวันออกไปทำการแข่งขันในระดับประเทศต่อไป  โดยมีผู้สูงอายุร่วมบริจาคเงินให้คนละเล็กคนละน้อย
        โดยเด็กหญิงวาธินี   ชาวนาโค  อายุ 12 ปี  นักเรียนชั้น ป.6  ซึ่งเป็นหนึ่งในชมรมแอโรบิค  ก็บอกว่า ตนเข้าร่วมแข่งขันมาสองปีแล้วและปีนี้เป็นปีที่ประสบความสำเร็จที่สุดเพราะได้ผ่านเข้าแข่งในระดับประเทศ  ซึ่งก็เพราะได้รับความร่วมมือจากเพื่อนๆและน้องๆที่ช่วยกันฝึกซ้อมและมีคุณครูที่ฝึกสอนมาช่วยด้วย   และขอบพระคุณผู้ที่ร่วมบริจาคเงินเพื่อเป็นทุนสนับสนุนในวันนี้  ซึ่งพวกหนูก็ขอสัญญาว่าจะทำให้เต็มที่ และจะสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนและตำบลดอนคาให้ได้

    ด้านนายวัชรินทร์  เหลืองนวล  ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดตากแดด  ก็บอกว่า โรงเรียนวัดตากแดดนั้นเป็นโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนเพียง 115 คน เป็นโรงเรียนขนาดเล็กในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  กระทรวงศึกษาธิการ (สพฐ.)  โดยทางโรงเรียนได้ส่งนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขัน กิจกรรมนักเรียน  ศิลปหัตถกรรม   ครั้งที่ 66 ในระดับภาคกลางและภาคตะวันออก  และได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 และได้เป็นตัวแทนภาคไปแข่งขันที่เมืองทองธานี  แต่ด้วยทางโรงเรียนนั้นเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีงบประมาณน้อย  ทำให้การสร้างทีมแอโรบิคของโรงเรียนมีปัญหาอุปสรรค  เพราะเราต้องใช้เงินทุนในการดูแลเด็ก ตั้งแต่การซ้อมซึ่งจะต้องดูแลเรื่องของอาหาร  ค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าชุดที่ใส่  ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง   และทางโรงเรียนก็ได้ขอความอนุเคราะห์จากชุมชนก็ได้มาเป็นบางส่วน และวันนี้มีกิจกรรมของผู้สูงอายุที่ อบต.ดอนคา  จึงได้เด็กนักเรียนมาเต้นแอโรบิคให้ดูและขอรับการสนับสนุนจากผู้สูงอายุที่มาร่วมงานในวันนี้  เพื่อนำงบประมาณที่ได้มาสนับสนุนชมรมแอโรบิคให้มีชื่อเสียงก้าวหน้าต่อไป  ซึ่งผู้ที่มีจิตเมตตาสามารถบริจาคเงินสนับสนุนช่วยเหลือกลุ่มเด็กนักเรียนในชมรมแอโรบิคที่จะไปแข่งขันในระดับประเทศ  สามารถบริจาคได้ที่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์  (ธกส.)  สาขาบางแพ  ชื่อบัญชี โรงเรียนวัดตากแดด  020029226306  หรือโทรศัพท์สอบถามได้ที่  034-982147  หรือ 061-9145151