บทความที่ได้รับความนิยม

วันพุธที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

ราชบุรี ครบรอบ 73ปี โรงพยาบาลโพธาราม แห่งศรัทธา

วันครบรอบ 73ปี โรงพยาบาลโพธาราม แห่งศรัทธาเทคโนโลยีล้ำหน้าเพื่อการรักษาระดับสากลเพื่อรำลึกถึงการดำเนินงานของบุคลากรทางการแพทย์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
ที่ ห้องประชุมสารวจี ชั้น 9 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลโพธาราม อำเภอ โพธาราม จังหวัดราชบุรี นายณัฐดนัย ครุฑดำ ปลัดอสุโส รักษาราชการแทนนายอำเภอโพธาราม เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดงาน วันครบรอบ 73ปี การก่อตั้งโรงพยาบาลโพธาราม ภายใต้แนวคิด "แห่งศรัทธาเทคโนโลยีล้ำหน้าเพื่อการรักษาระดับสากล" โดยมี นายแพทย์ สิริ สิริจงวัฒนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโพธารามกล่าวให้ต้อนรับพร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคคลาการทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลโพธาราม ให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ นอกจากนั้นกลุ่มการพยาบาล ของโรงพยาบาลโพธาราม ได้มี มีการเปิดรับชมวีดีทัศน์ “73 ปี แห่งศรัทธาเทคโนโลยีล้ำหน้าเพื่อการรักษาระดับสากล " ผอ.สมบูรณ์ นันทานิช รองประธานมูลนิธิโรงพยาบาลโพธาราม อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลโพธารามร่วมกล่าวแสดงความยินดี ของการจัดกิจกรรม ในงานวันครบรอบ 73 ปีพร้อมกับร่วมร้องเพลงมาร์ชของโรงพยาบาล โพธาราม รวมทั้งมีการรับมอบเงินสนับสนุนให้โรงพยาบาลโพธารามโรงพยาบาล และบริษัท พี เอส ดี บริษัทในเครือ ร่วมสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลโพธาราม
นายสิริ สิริจงวัฒนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโพธารามกล่าวว่าเนื่องด้วยในวันที่ 4 พฤษภาคม 2495 เป็นวันก่อตั้งโรงพยาบาล โพธาราม ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำอำเภอแห่งแรกของประเทศไทยและในวันที่ 4 พฤษภาคม 2568 ครบรอบ 73 ปี การก่อตั้งโรงพยาบาลโพธาราม การจัดงานครบรอบ "73 ปี แห่งศรัทธา เทคโนโลยีล้ำหน้า เพื่อการรักษาระดับสากล" ในครั้งนี้เพื่อรำลึกถึงการดำเนินงานของโรงพยาบาลโพธาราม และบุคลากรทางการแพทย์ตลอดระยะเวลา 73 ปีที่ผ่านมา รวมถึงผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนกับทาง โรงพยาบาลโพธารามด้วยดีมาโดยตลอด

วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

ราชบุรี เปิดห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์

องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรีสนับสนุน งบประมาณจัดทำห้องปฎิบัติการคอมพิวเตอร์ ให้ความสำคัญในการศึกษาและการเตรียมความพร้อม ให้มีทักษะด้านดิจิทัลที่สำคัญในการดำรงชีวิต
ที่โรงเรียนบ้านตะโกล่าง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ อาคารเรียน1 ชั้น 3 โดยมีนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.เขต 2 ราชบุรีประธานคณะกรรมาธิการการคุมครองผู้บริโภค นายประเทือง สิงห์สุพรรณ ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา นายอุเทน นุชแทน สจ.สวนผึ้ง พร้อมทั้งคณะครูผู้ปกครองเข้าร่วมงาน
โดยนายนพพล ทองดี ผอ.โรงเรียนบ้านตะโกล่าง กล่าวถึงการดำเนินงานโดย องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรีสนับสนุน งบประมาณจัดทำห้องปฎิบัติการคอมพิวเตอร์เป็นจำนวนเงิน 1,684,100 บาท ที่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องการศึกษาและการเตรียมความพร้อมให้กับเด็กๆ ให้มีทักษะที่สำคัญในการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 ซึ่งในยุคที่เทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทสำคัญต่อการเรียนรู้และการดำรงดำรงชีวิตห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์จึงเป็นสื่อกลางที่สำคัญในการเสริมสร้างทักษะด้านดิจิทัลให้กับนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นการค้นคว้า การเรียนรู้แบบบูรณาการ ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมกับการประกอบอาชีพในอนาคต
สำหรับ การเปิดใช้ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาโรงเรียนให้ทันสมัย และเท่าเทียมกับโลกแห่งการเรียนรู้ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วโดยมีผู้ที่ เกี่ยวข้องได้ให้การสนับสนุนทั้งด้านงบประมาณ อุปกรณ์ ตลอดจนแรงกายแรงใจในการพัฒนาพื้นที่จนเสร็จสมบูรณ์สามารถให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สร้างโอกาส สร้างแรงบันดาลใจและสร้างอนาคตที่สดใสให้กับนักเรียนจะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีประโยชน์และสร้างสรรค์ และพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้กับนักเรียนอย่างยั่งยืนอีกด้วย

วันจันทร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2568

ราชบุรี รพ.สต.ตะนาวศรีได้แล้วยูนิตทำฟันใหม่

รพ.สต.ตะนาวศรีได้แล้วยูนิตทำฟันใหม่ หลัง สสจ.ราชบุรีลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมและหารือทางออกร่วมกัน
แพทย์หญิงปาจรีย์ อารีย์รบ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดราชบุรี พร้อมคณะลงพื้นที่ไปยัง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะนาวศรี ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี หรือ รพ.สต.ตะนาวศรี เพื่อตรวจเยี่ยม และหารือกับข้าราชการและเจ้าหน้าที่จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพลงในกลุ่ม “สวนผึ้ง City ว่าไปทำฟันรพ.สต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี พบสภาพไฟฉายส่องเตียงนำไฟคาดหัวมาประดิษฐ์ใช้แทนของเก่า หลังของบ 3 ปีแต่ยังไม่คืบ”
โดยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดราชบุรี กล่าวว่าจากที่รพ.สต.ตะนาวศรี มีกระแสข่าวในสื่อโซเซี่ยล และสื่ออีกหลายแขนง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดราชบุรีได้แจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยพบว่ายูนิตทำฟันที่รพ.สต.ตะนาวศรี แห่งนี้มีอายุการใช้งานตั้งแต่ปี 2557 ปัจจุบันมีสภาพชำรุดโดยเฉพาะไฟส่องสว่าง และทางรพ.สต.ตะนาวศรี ได้มีการแจ้งซ่อมแต่ราคาซ่อมที่มีการประเมินราคาไว้อยู่ที่ราคาประมาณ 20,000 บาท ซึ่งมองแล้วมีค่าใช้จ่ายสูง จึงนำงบประมาณส่วนนี้ไปทำส่วนที่จำเป็นที่ต้องดำเนินการแก้ไขมากกว่าก่อนจึงยังไม่ซ่อม แต่มีการของบประมาณยูนิตทำฟันตัวใหม่ในปีงบประมาณ 2567 ไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดราชบุรี เนื่องจากการขอไม่ได้อยู่ในลำดับต้นๆ และงบประมาณนี้ต้องดูแลจัดสรรไปทั้ง 10 อำเภอของจังหวัดราชบุรี และในปีงบประมาณหน้าให้ทำเรื่องขอขึ้นไปอีกครั้ง
อย่างไรก็ดีจากการลงมาตรวจสอบยูนิตทำฟันที่รพ.สต.ตะนาวศรี พบว่าชำรุดหลายจุดและต้องให้งดบริการไปก่อนจนกว่าจะได้ใหม่ แนวทางขณะนี้เบื้องต้นจะให้เจ้าหน้าที่ไปดูยูนิตทำฟัน ของ รพ.สต.หรือ รพ.อื่น ที่ยังคงเหลือและไม่ได้ใช้งานมาดำเนินการติดตั้งให้ใช้ไปพรางก่อน คาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จและใช้งานบริการทำฟันได้ในช่วงสิ้นเดือนนี้ สำหรับรพ.สต.ตะนาวศรี แห่งนี้ ปัจจุบันให้บริการประชาชนในพื้นที่ทั้งคนไทยและต่างด้าวรวมกว่า 8,000 คน การให้บริการครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน คือส่งเสริม รักษา ป้องกัน ฟื้นฟู สามารถให้บริการทั้งเชิงรุกและเชิงรับ ด้านการบริการทำฟัน มีคนไข้ประมาณปีละ 500 ราย

วันเสาร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2568

ราชบุรี อดีต.รมช.สาธารณะสุขเปิดบ้านประชาชนแห่รดน้ำขอพร

อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ พร้อมทั้งครอบครัว เปิดบ้านต้อนรับประชาชนแห่ ร่วมสรงน้ำพระ และรดน้ำขอพร เนื่องในวันสงกรานต์
ที่บริเวณบ้าน นพอมรบดี ต.ท่าราบ อ.เมืองราชบุรี นายมานิต นพอมรบดี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดบ้านต้อนรับ ผู้นำท้องถิ่น ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ที่เดินทางมาร่วมรดน้ำขอพร เนื่องในโอกาสวันสงกรานต์ หรือ วันขึ้นปีใหม่ไทย โดยมี นางสาวกุลวลี นพอมรบดี สส. เขต 1 ราชบุรี พร้อมทั้งครอบครัวพบอมรบดี ร่วมให้การต้อนรับ การจัดกิจกรรมเพื่อรักษาวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม และเพื่อความเป็นสิริมงคล
โดยมีประชาชนจำนวนมาก แห่เข้าร่วมสรงน้ำพระและร่วมกันอวยพรอดีต รมช.สาธารณะสุขด้วยวามรักและศรัทธาร่วมกัน ถวายพวงมาลัยดอกไม้ และประกอบพิธีสรงน้ำพระพุทธรูป ก่อนเปิดโอกาสให้ร่วมกัน รดน้ำขอพรในบรรยากาศแบบเป็นกันเอง ตามธรรมเนียมที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเทศการสงการนต์ของทุกปี ได้เปิดบ้านให้ทุกคนที่รักนับถือ ได้เดินทางมาร่วมพบปะ และรดน้ำขอพรตามประเพณีไทยที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ประชาชนที่มาอย่างต่อเนื่อง โดยครอบครัวนพอมรบดี ซึ่งเป็นที่เคารพรักของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ อยากให้มีความสุข ร่างกายแข็งแรง จะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าทำงานพัฒนาจังหวัดราชบุรี ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน และแก้ใขปัญหา ในพื้นที่อย่างรวดเร็วต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568

ราชบุรีจัดงานประเพณีแห่ดอกไม้ท้ายสงกรานต์

เทศบาลเจ็ดเสมียน จัดงานประเพณีแห่ดอกไม้ท้ายสงกรานต์ และของดีตำบลเจ็ดเสมียน ให้เยาวชนเห็นถึงความสำคัญ ร่วมกันสืบทอดงานประเพณี ไว้ให้กับลูกหลาน
ที่ห้องประชุมชั้น 1 สำนักงานเทศบาลตำบลเจ็ดเสมียน อ.โพธาราม ได้มีการจัดแถลงข่าวจัดงานประเพณีแห่ดอกไม้ท้ายสงกรานต์ขึ้นโดยมีนายเทวัญ ห่วงตระกูล นายกเทศมนตรีตำบลเจ็ดเสมียน นั่งเป็นประธาน มีหัวหน้าส่วนราชการ ท้องถิ่นจังหวัดราชบุรี นายอำเภอโพธาราม ท้องถิ่นอำเภอโพธาราม วัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดราชบุรี ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรอำเภอ โพธาราม กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน และสื่อมวลชลหลายแขนง เข้าร่วมงานแถลงข่าว โดยเบื้องหน้าโต๊ะแถลงข่าวนั้นได้นำสินค้าโอทอปของดีตำบลเจ็ดเสมียนมาตั้งวางโชว์ไม่ว่าจะเป็นไซโป้วหวาน เค็กมะพร้าวอ่อน มะขามเทศ ไข่เค็มสมุนไพร ฯลฯ
งานประเพณีแห่ดอกไม้ท้ายสงกรานต์ เป็นงานประเพณี ที่ประชาชนตำบลเจ็ดเสมียนร่วมกัน อนุรักษ์ไว้กว่า 119 ปี ในอดีต หลังจากที่ชาวบ้านเหน็ดเหนื่อยจากการทำนา เก็บเกี่ยวข้าวเข้ายุ้งฉาง เป็นที่ เรียบร้อย ในเทศกาลสงกรานต์ ชาวบ้านจะช่วยกันขนทรายจากแม่น้ำมาก่อพระทราย แล้วเดินลัดเลาะ ทุ่งนา ตามหนอง ตามคลอง เก็บดอกไม้ ได้แก่ ดอกทองกวาว ดอกลีลาวดี มาคนละกำสองกำ เพื่อมาประดับประดา ตกแต่งเกวียน และขบวนแห่ ส่วนดอกไม้ที่เหลือ ก็จะนำไปสักการะกองผ้าป่าฯ และนำไปปักที่กองพระทราย โดยมีวงมโหรีบรรเลง และเคลื่อนขบวนแห่ กองผ้าป่าฯ เดินเลาะไปตามทุ่งนา ร้องรำทำเพลงกันอย่าง สนุกสนาน จุดหมายปลายทาง คือ วัดเจ็ดเสมียน เมื่อถึงวัดเจ็ดเสมียน ชาวบ้านถวายผ้าป่าฯ มีการละเล่น พื้นบ้าน เช่น ลูกช่วง รำมอญซ่อนผ้า การละเล่นเข้าผี ซึ่งเป็นการละเล่น ของคนไทย เชื้อสายเขมร มีการเข้าผี กระด้ง ผีสุ่ม บนศาลาการเปรียญของวัดก็จะมีการร้องรำทำเพลง เช่น เพลงเกี่ยวข้าว เพลงพวงมาลัย กันอย่างสนุกสนาน นายเทวัญ ห่วงตระกูล นายกเทศมนตรีตำบลเจ็ดเสมียน กล่าวว่า งานประเพณี แห่ดอกไม้ท้ายสงกรานต์ ได้มีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย ซึ่งในปัจจุบัน ได้จัดให้มีขบวนแห่ดอกไม้ โดยมีรถบุปผชาติที่ชุมชนในตำบลเจ็ดเสมียน ได้ตกแต่ง ประดับประดาด้วยดอกไม้ อย่างสวยงาม เพื่อร่วมสืบสานงานประเพณีแห่ดอกไม้ท้ายสงกรานต์
งานประเพณีแห่ดอกไม้ท้ายสงกรานต์ เป็นกิจกรรมที่จัดให้มีการสืบทอด เป็นระยะเวลา ที่ยาวนาน และเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมอันดีงาม ความเสียสละ การมีส่วนร่วม และความสามัคคีในหมู่คณะ ของคนในชุมชน พร้อมทั้งประชาชน ในพื้นที่ มีส่วนร่วมในการสืบทอดประเพณีให้คงอยู่กับตำบลเจ็ดเสมียน และเมื่อปี พ.ศ. 2562 งานประเพณีแห่ดอกไม้ท้ายสงกรานต์ ได้รับการประกาศจากจังหวัดราชบุรี ให้เป็น งานประเพณีเฉพาะในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรืองานประเพณีท้องถิ่น เทศบาลตำบลเจ็ดเสมียน ได้ตระหนักถึงความสำคัญ จึงได้จัดงานแห่ดอกไม้ท้ายกรานต์ เพื่อให้ประชาชน ทำกิจกรรมและสืบทอดงานประเพณี ไว้ให้กับลูกหลานรุ่นต่อไป และเห็นถึงความสำคัญของ การอนุรักษ์ประเพณีแห่ดอกไม้ท้ายสงกรานต์ และของดีตำบลเจ็ดเสมียน สำหรับงานนั้นจะเริ่มขึ้นวันที่กิจกรรมในวันที่ 18-20 เมษายน 2568 มีกิจกรรมประกวดแฟนซีรีไซเคิล การแข่งขันเรือหัวใบ้ท้ายบอด การประกวดรถบุปผชาติ การประกวดนางงอมหัวไชโป้ว การประกวดธิดาดอกไม้ รดน้ำขอพรผู้สูงอายุ แข่งขันก่อพระเจดีย์ทราย และที่เป็นไฮไลท์ที่พึ่งจะจัดในครั้งแรกคือการแข่งขันม้าเต้น โดยมีเจเาของม้าจากทั่วประเทศนำม้าของตัวเองมาแข่งขันการเต้นสวยงามและตามจังหวะเพลง ซึ่งคาดว่าจะมาม้าเข้ามาแข่งขันกว่า100ตัว