บทความที่ได้รับความนิยม

วันพุธที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2553

ถูกทหารไล่ที่

ชาวสวนยางในอ.สวนผึ้ง ร้องถูกทหารขับไล่อ้างไม่ได้ให้เช่าพื้นที่

 เวลา 11.00 น.วันที่ 8  กันยายน 2553 นายสมศักดิ์ อาทรสิริรัตน์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี พร้อมด้วยนายเอกวัฒน์ ตรึกตรอง ได้นำตัวแทนชาวบ้านที่ปลูกยางพาราในพื้นที่อ.สวนผึ้ง ซึ่งได้จัดตั้งเป็นกลุ่มเครือข่ายประชาชนเพื่อสิทธิ์ในที่ดินทำกิน ทั้งหมด 5 ตำบล 27 หมุ่บ้าน เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนกับนายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ที่ศาลากลางจังหวัด เนื่องจากมีหนังสือแจ้งจาก จ.ราชบุรี ซึ่งลงนามโดยนายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ว่าขอให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ราชพัสดุ บริเวณหมู่ 5 ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง ได้ทำการย้ายออกนอกพื้นที่ภายใน 30 วัน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่ราชพัสดุ ที่ทหารเป็นผู้ดูแลพื้นที่ และมีชาวบ้านเข้าไปทำมาหากินโดยการปลูกสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน โดยไม่ได้มีการขอเช่าพื้นที่ จึงต้องให้ดำเนินการย้ายออก โดยทางเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานทหารนำหนังสือไปแจ้งให้กับชาวบ้าน นอกจากนี้ตัวแทนชาวบ้านยังได้อ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ทหารของกรมการทหารช่าง จ.ราชบุรี ที่ดูแลพื้นที่เข้าไปทำการข่มขู่ และยึดอุปกรณ์การทำหากินของชาวบ้านไปด้วย ทำให้ชาวบ้านเกิดอาการหวาดกลัว ไม่กล้าที่จะออกไปทำมาหากิน ซึ่งการมายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมในครั้งนี้ก็เพื่อต้องการให้มีการระงับการให้ชาวบ้านออกนอกพื้นที่ไปก่อนจนกว่าชาวบ้านจะดำเนินการร้องศาลปกครอง เพื่อให้ได้สิทธิ์ในพื้นที่ ก่อนและให้มีการรับเสียภาษีบำรุงท้องที่เพื่อไม่ต้องการให้ใครมาสวมสิทธิ์ในที่ดินทำกิน

ซึ่งในการร้องขอความเป็นธรรมของชาวบ้านในครั้งนี้ ทางจังหวัดได้ให้ทางธนารักษ์ จ.ราชบุรี และเจ้าหน้าที่นิติกรจ.ราชบุรี ได้มาทำการชี้แจงในเรื่องของการให้ย้ายออกนอกพื้นที่ว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่เข้าหลักเกณฑ์ 5 ข้อที่ได้มีการกำหนดไว้ ส่วนการเสียภาษีบำรุงท้องที่นั้นตามกฎหมายนั้นระบุไว้ว่า พื้นที่เป็นที่ดินราชพัสดุต้องไม่ทำการจัดเก็บภาษี เพราะจะต้องไปดำเนินการเช่าพื้นที่กับทางธนารักษ์พื้นที่เท่านั้น ส่วนการดำเนินการในเรื่องของการเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ของชาวบ้านที่อ้างว่าถูกขับไล่นั้น ก็จะมีหน่วยงานเข้าไปตรวจสอบในวันจันทร์ที่ 13 ก.ย.53 นี้เพื่อจะได้ความชัดเจน โดยนายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ขอให้ชาวบ้านนั้นยอมรับในข้อกฎหมายและยอมรับในการตัดสินของเจ้าหน้าที่ซึ่งต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายด้วย ส่วนชาวบ้านในพื้นที่ก็ต้องนำเอกสารสิทธิ์ทั้งหมดมาแสดงเพื่อพิสูจน์สิทธิ์ด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น