บทความที่ได้รับความนิยม
-
เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่กับงาน “ราชบุรี Jungle Rock” พลิกโฉมอุทยานหินเขางูสู่แหล่งท่องเที่ยวกลางคืน ผสานมนต์เสน่ห์ธรรมชาติเข้ากับแสง สี เสียง แ...
-
เปิดงาน“ตรุษจีนปีขาล เบิกบานสำราญใจ”กลางแม่น้ำแม่กลองสุดยิ่งใหญ่กิจกรรมที่หลากหลาย อุโมงค์หัวมังกร หางอุโมงค์หัวเสือ หัวมังกร เชื่อว่าจะเส...
-
สหกรณ์การเกษตรเมืองราชบุรีพลิกฟื้น ล้างขาดทุนสะสมหมด เดินหน้าสร้างความเข้มแข็ง ดูแลสมาชิกครบวงจร ที่สำนักงานสหกร...
-
จังหวัดราชบุรีร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง และภาคีเครือข่ายจัดงาน "The Chocolate Wood (On the Rock ส่งเสริม...
-
ราชบุรีจัดกิจกรรม “กีฬาสัมพันธ์บุคลากรส่วนราชการจังหวัดราชบุรี ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569” เปิดพื้นที่ให้บุคลากรจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้ออกกำลัง...
วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569
โรงไฟฟ้าราชบุรี ปั้นเครือข่ายกู้ภัยชุมชน
โรงไฟฟ้าราชบุรี ปั้นเครือข่ายกู้ภัยชุมชน ยกระดับ “คนขับรถฉุกเฉิน” สร้างความปลอดภัยรอบพื้นที่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงไฟฟ้าราชบุรี เดินหน้าเสริมความพร้อมรับมือภัยพิบัติในระดับพื้นที่ จัดโครงการ “เสริมสร้างศักยภาพเครือข่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชุมชนโรงไฟฟ้าราชบุรี (คปช.) ประจำปี 2569” มุ่งพัฒนาทักษะเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นให้เป็นกำลังหลักในการรับมือเหตุฉุกเฉิน
การอบรมจัดขึ้น ณ โรงเรียนสอนขับรถแอดวานซ์ราชบุรี อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ระหว่างวันที่ 11–13 และ 16 มีนาคม 2569 โดยมี นายพยัต ชินวิไล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด เป็นประธาน เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจากองค์การบริหารส่วนตำบลและเทศบาลในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า รวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย รวม 21 คน เข้าร่วมพัฒนาทักษะสำคัญ
ไฮไลต์ของโครงการอยู่ที่การฝึกอบรมหลักสูตร “การขับรถเพื่อการขนส่งชนิดที่ 2” ซึ่งเป็นใบอนุญาตเฉพาะสำหรับการขับรถบรรทุก รถดับเพลิง และรถบรรทุกน้ำ ที่จำเป็นต่อภารกิจช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเน้นทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัย ถูกต้องตามกฎหมาย และพร้อมใช้งานจริง
ผู้เข้าร่วมมาจากหลายพื้นที่ ได้แก่ ตำบลบ้านไร่ พิกุลทอง สามเรือน บ้านสิงห์ ท่าราบ แพงพวย บางป่า วัดแก้ว และดอนทราย สะท้อนความร่วมมือของท้องถิ่นในการยกระดับระบบป้องกันภัยแบบบูรณาการ
โครงการดังกล่าวไม่เพียงเพิ่มทักษะเฉพาะด้านให้เจ้าหน้าที่ แต่ยังเป็นการสร้าง “เครือข่ายความปลอดภัยชุมชน” ให้มีความเข้มแข็ง สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินในระยะยาว ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของภาคอุตสาหกรรมที่ร่วมรับผิดชอบต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น