บทความที่ได้รับความนิยม

วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2568

ราชบุรีจัดงาน “One Pride Ratchaburi 2025

จังหวัดราชบุรีจัดงาน “One Pride Ratchaburi 2025” และกิจกรรมเปิดตลาดชุมชนส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
ที่บริเวณลานเด็กดิน ริมเขื่อนรัฐประชาพัฒนานางสาวฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีเป็นประธานเปิดงาน“One Pride Ratchaburi 2025” และกิจกรรมเปิดตลาดชุมชนส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของเทศบาลเมืองราชบุรี โดยมีนายศักดิ์ชัย พิศาลผล นายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน มีหัวหน้าส่วนราชการ กลุ่มสายรุ้งราชบุรี และประชาชนร่วมงานอย่างคับคั่ง
เทศบาลเมืองราชบุรีร่วมกับจังหวัดราชบุรี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และภาคีการพัฒนาด้านการสนับสนุนความหลากหลายทางเพศ การส่งเสริมศิลปะ เศรษฐกิจและการท่องเที่ยว จัดกิจกรรมสนับสนุนเทศกาลแห่งความภาคภูมิใจของความหลากหลายทางเพศ One Pride Ratchaburi 2025 เพื่อให้ประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ทุกภาคส่วน ได้ร่วมแสดงออกถึงการส่งเสริมความเสมอภาค สิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีของมนุษย์ทุกคน และการให้ความสําคัญกับความรักทุกรูปแบบที่มีคุณค่าเท่าเทียมกัน และคุณค่า ของสิทธิในการมีชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีโดยไม่ถูกเลือกปฏิบัติของคนทุกเพศ ภายใต้แนวคิด One Pride หลอมรวม ทุกความภาคภูมิใจให้เป็นหนึ่งเดียวบนพื้นฐานของความหลากหลาย
โดยมีการจัดขบวนพาเหรด ภายใต้แนวคิด One Pride แตกต่างเป็นหนึ่งเดียว การจัดพิธีจดทะเบียนสําหรับการสมรสเท่าเทียม การจัด Art Market กิจกรรมศิลปะ ภายใต้คอนเซปต์ One Pride กิจกรรมการแสดง DJ EDM Cover Dance Show กิจกรรมเปิดลานโชว์ตามสไตล์ กิจกรรม Street Art กิจกรรม Tattoo painting การแสดงศิลปะหน้าหอศิลป์ดีคุ้น และกิจกรรมต่างๆ ภายในงาน พร้อมกันนี้ เทศบาลเมืองราชบุรี ได้จัดกิจกรรมเปิดตลาดชุมชนส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว บริเวณลานเด็กดิน ริมเขื่อน รัฐประชาพัฒนา เพื่อจัดให้มีตลาดชุมชนส่งเสริมเศรษฐกิจ ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างอาชีพและรายได้ ให้แก่ชุมชน ส่งเสริมพื้นที่บริเวณลานเด็กดิน ริมเขื่อนรัฐประชาพัฒนา ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในฐานะเมืองอาร์ตริมน้ํา ของจังหวัดราชบุรีต่อไป

วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2568

ราชบุรี เทศกาลอาหารอร่อยและของดี 129 ปี

เที่ยวงาน “เทศกาลอาหารอร่อยและของดี 129 ปี เมืองคนงามบ้านโป่ง”
ที่ศาลาประชาคมเทศบาลเมืองบ้านโป่ง(ริมแม่น้ำแม่กลอง) อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี นายเกียรติศักดิ์ หอมเย็นใจ นายอำเภอบ้านโป่ง นายกฤษฎา ประดิษฐ์กุล นายกเทศมนตรีเมืองบ้านโป่ง นางสาคร เลิศชุติมากุล นายก อบต.หนองกบ พ.ต.อ.กอบโชค เล็กตระกูล ผกก.สภ.บ้านโป่ง พร้อมคณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกำนันทั้ง 15 ตำบลของอำเภอบ้านโป่ง ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน “เทศกาลอาหารอร่อยและของดี 129 ปี เมืองคนงาม บ้านโป่ง” ระหว่างวันที่ 4 - 6 กรกฎาคม 2568 ณ ลานอเนกประสงค์เทศบาลเมืองบ้านโป่ง ริมแม่น้ำแม่กลอง ในการแถลงข่าววันนี้ ยังได้นำสาวงามเมืองบ้านโป่ง ที่จะเข้าทำการประกวดมาเดินโชว์โฉม และการแสดงของวงโยธวาทิตโรงเรียนรัตนราษฎร์บำรุง และผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร ของกลุ่มแม่บ้าน มาตั้งแสดง สร้างสีสันของการแถลงข่าว
นายเกียรติศักดิ์ หอมเย็นใจ นายอำเภอบ้านโป่ง กล่าวว่า บ้านโป่งเป็นอำเภอสำคัญอำเภอหนึ่งของจังหวัดราชบุรี ซึ่งมีศักยภาพหลากหลาย รวมทั้งขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของประชาชนในพื้นที่ และบ้านโป่งยังมีความเจริญทางเศรษฐกิจ ซึ่งมาจากภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม และยังเป็นแหล่งที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมทั้งขนาดเล็กและใหญ่จำนวนมาก นอกจากนั้นยังเป็นที่ตั้งของอู่ต่อรถยนต์บรรทุกและรถบัสหรายแห่ง และยังเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางรถไฟสายมรณะ “สถานีรถไฟชุมทางหนองปลาดุก”ต.หนองกบ ซึ่งเป็นเส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากนี้ อำเภอบ้านโป่ง ยังได้ชื่อว่าเป็นแหล่งอาหารที่อร่อยและมีอาหารหลากหลายชนิด ดังนั้น เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ของดีบ้านโป่ง ให้ประชาชนทั่วไปให้รู้จัก อีกทั้งเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและส่งเสริมการท่องเที่ยว..โดยให้ประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวในจังหวัดราชบุรี รวมทั้งจังหวัดใกล้เคียงเดินทางมาท่องเที่ยว เป็นการสร้างรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่ ทางอำเภอบ้านโป่งจึงได้ร่วมกับทางหน่ายงานภาครัฐและเอกชน ผู้นำท้องถิ่นจัดงานนึ้ขึ้น และให้เป็นงานประจำปีของอำเภอบ้านโป่ง ทุกปี
สำหรับในวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 จะมีพิธีเปิดงาน เริ่มจากริ้วขบวนแห่จากวงเวียนน้ำพุ (หน้าสถานีรถไฟบ้านโป่ง) เคลื่อนขบวนมาตามถนนแสงชูโต ผ่านวงเวียนหอนาฬิกา และผ่านหน้าที่ว่าการอำเภอบ้านโป่ง มุ่งหน้าไปที่ลานอเนกประสงค์เทศบาลเมืองบ้านโป่ง ริมแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน โดยจะมีพิธีเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ จากนั้นชมการแสดง แสงสี ประวัติความเป็นมาของอำเภอบ้านโป่ง และการแนะนำอาหารและของดีอำเภอบ้านโป่ง ร่วมทั้งผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร สำหรับงานในวันที่ 5 กรกฎาคม 2568 ชมการประกวดร้องเพลง “สิงห์ประชันเพลง” ระหว่างชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านกับคณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และในวันที่ 6 กรกฎาคม 2568 ชมการประกวดสาวงามเมืองบ้านโป่ง ซึ่งจะมีสาวงาม 17 ท่าน ที่ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 17 แห่ง ส่งเข้าประกวด จะมาร่วมเดินประชันโฉมบนเวทีประกวด เพื่อชิงตำแหน่งสางงามเมืองบ้านโป่ง ในปีนี้

วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2568

ราชบุรี หน่วยงานเข้าตรวจสอบท่าเรือ

หน่วยงานเข้าตรวจสอบท่าเรือ หลังนักท่องเที่ยวร้องค่าเรือในตลาดน้ำแพงแท้จริงขอซื้อแพคเก็ตทัวร์ในการนั่งเรือท่องเที่ยวอีกด้วย
จากกรณีที่มีเพจเฟสบุ๊คชื่อ พวกเราคือผู้บริโภค ได้โพสต์ข้อความ วันนี้ไปตลาดน้ำดำเนินสะดวกที่หนึ่งมาค่ะ รวมค่านั่งเรือ 3 คน 9500 บาท คนขับเรือบอกราคาปกติเหมือนกันทั้งคนไทยและต่างชาติระยะเวลาประมาณ 10 โมง-ไม่เกินบ่ายโมง ต่างชาติ 2 คน ไทย 1 ซึ่งภายหลังจากที่โพสต์ข้อความออกไปทำให้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นรวมถึงแชร์ข้อความดังกล่าวออกไปจำนวนมากซึ่งเมื่อมีการตรวจสอบแล้วก็พบว่า ท่าเรือที่นักท่องเที่ยวพูดถึงคือท่าเรือนัมเบอร์วัน ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่ 5. ต.ตาหลวง. อ.ดำเนินสะดวก. จ.ราชบุรี
นางกาญจน์กุระ ฮัยสคาเนน ท่องเที่ยวและกีฬา จ.ราชบุรี พร้อมด้วยนางสาวรุ่งฤทัย เกิดแจ้ง นักวิชาการพานิชย์ชำนาญการพิเศษ เป็นผู้แทนพานิชย์จ.ราชบุรี นายนพดล เพิ่มพูนทวีชัย ปลัดอำเภอดำเนินสะดวก พ.ต.อ.กรฤวิศวร์ ทองศรีวานิช ผกก.1 บก.ททท.3. เจ้าหน้าที่กอ.รมน.จ.ราชบุรี และกรมเจ้าท่า ได้เข้าตรวจสอบท่าเรือต้นเหตุโดยพบกับนางสาวกิ่งกมล เกตุไสว พนักงานขายตั๋วในท่าเรือนัมเบอร์วัน ก็ให้ข้อมูลว่า จากกรณีที่มีนักท่องเที่ยวโพสต์เรื่องราวว่าค่าเรือแพง และเมื่อตรวจสอบแล้วก็พบว่าเป็นท่าเรือของตนเอง ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.68 ที่ผ่านมา โดยมีกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางมาโดยรถตู้เข้ามาและขอซื้อแพคเก็ตทัวร์ในการนั่งเรือท่องเที่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวมา 3 คน เป็นชายชาวญี่ปุ่น 2 คน และคนไทยที่เป็นผู้หญิง 1 คน พร้อมกับต้องการซื้อแพคเก็ตในราคาเหมาจ่ายหัวละ 3000 บาท ซึ่งจะมีโปรมแกรมเพิ่มจากที่ทางท่าเรือตั้งไว้คือค่าเรือชั่วโมงแรก 2000 บาท ชั่วโมงต่อไปชั่วโมงละ 1000 บาท ซึ่งใน 1 ชั่วโมงนั้นจะมีสถานที่ท่องเที่ยว 3 แห่ง คือ ตลาดน้ำดำเนินสะดวก เตาตาล และวัดปรก แต่นักท่องเที่ยวจะขอไปเที่ยวเพิ่มอีก 2 แห่งคือไปขี่ช้างที่ปางช้างซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกหัวละ 700 บาท และไปดูบ้านกระเหรี่ยงคิดราคาหัวละ 500 บาท ซึ่งใช้เวลาทั้งหมด 3 ชั่วโมงครึ่ง รวมค่าเรือและค่าใช้จ่ายในการไปเที่ยวเพิ่มอีก 2 สถานที่ ทางท่าเรือจึงคิดเหมาหัวละ 3000 บาท ส่วนอีก 450 บาท นั้น เนื่องจากลูกค้ามีเงินสดไม่พอจึงขอรูดบัตร ซึ่งทางท่าเรือไม่มีจึงได้ไปรูดบัตรในตัวตลาดดำเนินซึ่งจะมีค่าบริการอีก 450 บาท จึงทำให้รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 9,450 บาท ซึ่งในวันนั้นนักท่องเที่ยวก็ไม่ได้มีการต่อรองอะไร แต่กลับมาโพสต์ลงในโซเซียลซึ่งก็ไม่ทราบว่าลูกค้าต้องการอะไร ยอมรับว่าหลังมีกระแสเรื่องนี้ออกไปทางท่าเรือก็มีผลกระทบบ้าง แต่อยากจะให้มีการมาตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน
ด้านนางกาญจน์กุระ ฮัยสคาเนน ท่องเที่ยวและกีฬา จ.ราชบุรี ก็บอกว่า หลังมีข่าวออกมาก็ได้เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนำค่าใช้จ่ายของทางท่าเรือมาตรวจสอบกับทางประกาศของจังหวัดเรื่องค่าเช่าเรือท่องเที่ยว ก็พบว่าค่าเรือเช่าเหมาลำนั้นเป็นไปตามประกาศของจังหวัด คือชั่วโมงแรก 2000 บาท ชั่วโมงต่อไปชั่วโมงละ 1000 บาท แต่นักท่องเที่ยวนั่งไป 3 ชั่วโมงครึ่ง รวมเป็นเงิน 4500 บาท แต่นักท่องเที่ยวขอไปเที่ยวสถานที่เพิ่ม ซึ่งเป็นการตกลงกับทางท่าเรือ จึงทำให้มีการคิดค่าบริการเพิ่มรวมเป็นเงิน 9000 บาท ซึ่งอาจจะดูว่าราคาสูงและยังมีค่ารูดบัตรอีก ซึ่งในเรื่องนี้จะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคหรือไม่อย่างไร ทางพานิชย์จังหวัดซึ่งเป็นผู้ดูแลเรื่องนี้ก็จะได้เชิญทางผู้ประกอบการของท่าเรือไปชี้แจงด้วย ซึ่งเรื่องของราคาที่เพิ่มจากประกาศของทางจังหวัดที่ได้กำหนดไว้นั้นเป็นเรื่องของผู้ประกอบการกับนักท่องเที่ยวตกลงกัน หากนักท่องเที่ยวพอใจก็จะตกลงไปใช้บริการ และอยากจะฝากว่าตลาดน้ำดำเนิสะดวกยังรอรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ซึ่งไม่มีวันหยุดและยังคงเอกลักษณ์ของความเป็นตลาดน้ำอยู่ ก็อยากจะให้มาท่องเที่ยวกัน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางจังหวัดก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในการที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ
ส่วนนางสาวรุ่งฤทัย เกิดแจ้ง นักวิชาการพานิชย์ชำนาญการพิเศษ เป็นผู้แทนพานิชย์จ.ราชบุรี ก็บอกว่า ทางพานิชย์จังหวัดราชบุรีก็ได้มีประกาศอัตราค่าบริการค่าเรือให้กับทุกท่าเรือได้ปฎิบัติเหมือนกันทุกท่า ในส่วนของการฝ่าฝืนในมาตรา 29 ว่าด้วยพระราชบัญญัติราคาสินค้าและบริการ ห้ามผู้ประกอบการใดจงใจหรือฝ่าฝืนทำให้ราคาสินค้าสูงหรือต่ำเกินสมควร ซึ่งก็จะมีอัตราโทษอยู่ และที่ผ่านมาทางสำนักงานพานิชย์ได้เสนอข้อร้องเรียนของนักท่องเที่ยวต่างชาติต่อคณะกรรมการของจังหวัด ซึ่งได้มีคำพิพากษาแล้วจำนวน 3 ท่าเรือ 5 ข้อร้องเรียน ซึ่งมีทั้งโทษจำและโทษปรับ ก็ขอเตือนให้ทุกท่าเรือได้ปฎิบัติตามคำสั่งของทางจังหวัดราชบุรี รวมทั้งเรื่องของการติดป้ายราคาที่ต้องชัดเจนด้วย
สำหรับบรรยากาศภายในท่าเรือนัมเบอร์วัน หลังจากที่เป็นข่าวก็พบว่ายังคงมีนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติเดินทางมาใช้บริการอยู่ตลอดแต่อาจจะมีลดน้อยลงไปบ้าง แต่นักท่องเที่ยวก็ยังคงที่จะชอบใช้บริการเรือนำเที่ยวที่ไปชมวิถีชีวิตของชาวคลองดำเนินสะดวกอยู่

วันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568

ราชบุรี จิตอาสาอุตสาหกรรมรวมใจ ปลูกต้นไม้ ฟื้นฟูป่า

กระทรวงอุตสาหกรรมจัดกิจกรรมจิตอาสาอุตสาหกรรมรวมใจ ปลูกต้นไม้ ฟื้นฟูป่าให้สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในป่าชุมชนอย่างสมดุลและยั่งยืน
ที่ป่าชุมชนบ้านห้วยจำปา อ.เมือง จ.ราชบุรี ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีเปิด กิจกรรมจิตอาสา “อุตสาหกรรมรวมใจ ปลูกต้นไม้ ฟื้นฟูป่า” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568 และ วันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน 2568 ภายใต้โครงการจิตอาสา “อุตสาหกรรมรวมใจ ดูแลสิ่งแวดล้อม ดิน น้ำ ลม ไฟ” โดยมี นางสาวฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี เขต 1 พร้อมผู้บริหาร ข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ส่วนราชการ และประชาชน เข้าร่วมงาน
สำหรับกิจกรรมปลูกต้นไม้ในครั้งนี้กระทรวงอุตสาหกรรม ได้เห็นถึงความสำคัญในการดูแลรักษา และฟื้นฟูป่า เพื่อประโยชน์ต่อประเทศในอนาคต จึงได้จัดทำกิจกรรมจิตอาสาขึ้นเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ สิ่งแวดล้อม และเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ ฟื้นฟูพื้นที่ป่าในเขตป่าชุมชน ให้สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในป่าชุมชนอย่างสมดุลและยั่งยืน รวมถึงสร้างความตระหนักรู้ สร้างจิตสำนึก และความสามัคคีของประชาชนในพื้นที่ ในการร่วมมือ ร่วมใจ ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมจากข้อมูลสถิติล่าสุด ปี พ.ศ. 2567 ประเทศไทยมีป่าไม้ทั้งสิ้น 101,785,272 ไร่ (หนึ่งร้อยหนึ่งล้านเจ็ดแสนแปดหมื่นห้าพันสองร้อยเจ็ดสิบสองไร่) คิดเป็นร้อยละ 31.46 ลดลงจากปี พ.ศ. 2566 เหตุมาจากการขยายตัวของภาคเกษตรกรรม เปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าให้เป็นพื้นที่เพาะปลูก และจากปัญหาไฟป่าที่ทวีความรุนแรงขึ้น อีกทั้งมีการตัดไม้เพื่อใช้ในประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เช่น อุตสาหกรรมการก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ การผลิตกระดาษ และเนื่องจากการขยายตัวของชุมชน ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยและสาธารณูปโภคต่าง ๆ เพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งนำไปสู่การลดลงของพื้นที่ป่าที่สำคัญต่อระบบนิเวศโดยกิจกรรมในวันนี้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้นำจิตอาสาภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่รวมกว่า 300 คน ร่วมกันปลูกกล้าไม้จำนวนกว่า 400 ต้น อาทิ ต้นโมกมัน ต้นมะค่าโมง ต้นยางนา ซึ่งเป็นต้นไม้ที่เหมาะแก่การปลูกในพื้นที่ป่าดิบแล้ง ทนต่อทุกสภาวะ และหากต้นไม้โตเต็มที่ยังสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 48 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี

ราชบุรี มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวยากไร้

ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย สส.ราชบุรี ร่วมกับนายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี ร่วมมอบเงินทุนการศึกษา และเครื่องอุปโภคบริโภคจากมูลนิธิธรรมนัส เข้าช่วยเหลือครอบครัวยากไร้
ที่บริเวณโอ่งมังกรพ่นน้ำ ริมเขื่อนรัฐประชาพัฒนา เขตเทศบาลเมืองราชบุรี นายธัญญวัฒน์ พากเพียร ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตัวแทนมูลนิธิธรรมนัสพรหมเผ่า พร้อมทั้ง นายจตุพร กมลพันธ์ทิพย์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต 3 พรรคกล้าธรรม รองประธานคณะกรรมาธิการ กิจการศาลและอัยการ และคณะกรรมการสาขาพรรคกล้าธรรม ภาคกลาง และนายศักดิ์ชัย พิศาลผล นายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี ร่วมกันมอบเงิน และเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยเหลือครอบครัวอยู่พิพัฒน์ ซึ่งมีฐานะยากจน โดยมีแม่เป็นคนต่างด้าวชาวเวียดนาม ซึ่งมีสามีเป็นคนไทยหลังแยกทางได้พาลูกๆ จำนวน 4 คน ต่อสู้ชีวิตขายลูกอม และดอกไม้ ตามร้านอาหารในเขตเทศบาลเมืองราชบุรี การช่วยเหลือทางด้านการศึกษา สิ่งของ ที่อาศัย และให้การสนับสนุนที่เด็กทุกคนกำลังประสพปัญหา นายศักดิ์ชัย พิศาลผล นายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี กล่าวว่าได้รับการประสานงานมากับ สส.จตุพร กมลพันธ์ทิพย์ สืบเนื่องมาจากมีครอบครัวของน้องไอซ์ ซึ่งเป็นนักเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองราชบุรี มีความเดือดร้อนทางด้านครอบครัว โดยคุณแม่เป็นชาวเวียดนาม ไม่มีคุณพ่อ คุณแม่ต้องเลี้ยงลูกถึง4คน ซึ่งมีความเดือนร้อนมาก โดยปกติน้องๆทั้ง4คนก็จะมาขายลูกอม ขายล๊อตเตอรี่ ตามร้านค้าร้านอาหารภายในเขตเทศบาลเมืองราชบุรี โดยตัวผมเองก็เห็นน้องๆนำลูกอม ล๊อตเตอรี่มาขายที่ตลาดสนามหญ้าเป็นประจำและผมก็ค่อยช่วยเหลือเป็นประจำ จนกระทั้งตนได้รับการประสานมากับนายธัญญวัฒน์ พากเพียร ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นายธัญญวัฒน์ พากเพียร ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าวันนี้ได้นำสิ่งของยังชีพมามอบให้กับครอบครัวของน้อง โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เห็นอกเห็นใจกับครอบครัวของน้องจึงมอบหมายให้ตนได้นำสิ่งของ พร้อมเงินมามอบให้กับครอบครัวของน้อง โดยร่วมกับ นายจตุพร กมลพันธ์ทิพย์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต 3 พรรคกล้าธรรมและ รองประธานคณะกรรมาธิการ กิจการศาลฯนายศักดิ์ชัย พิศาลผล นายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี
ท่านด้าน นายจตุพร กมลพันธ์ทิพย์ กล่าวว่า ได้รับโทรศัพท์กับท่าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานพรรคกล้าธรรม ภาคกลาง ว่ามีครอบครัวอยู่ครอบครัวหนึ่งอยู่ในอำเภอเมืองราชบุรี ได้รับความเดือดร้อน ก็ได้ส่งทีมงานลงพื้นที่ทันที โดยประสานมายังนายศักดิ์ชัย พิศาลผล หรือนายกไก่ นายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี และได้เข้าช่วยเหลือโดยทันทีเพื่อให้ชีวิตทุกคนดีขึ้น