บทความที่ได้รับความนิยม
-
จัดใหญ่ “วันอนุรักษ์มรดกไทย 2569” ปลุกพลังคนรุ่นใหม่สืบสานรากเหง้าวัฒนธรรม ที่ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมหลวงยกกระบัตรเมืองราชบุรี อำเภอเมือง ...
-
ผู้ว่าราชการจังหวัด ราชบุรี ให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ใน พื้นที่ ร่วมใจคนละไม้ คนละมือ สร้างความแข็งแกร่งให้ชุมชน รองรับประชาคมอ...
-
ชาวบ้านร้องถูกปิดทางเข้าออกทำให้เดือดร้อน ทั้งที่เส้นทางนี้ใช้มากว่า 30 ปีแล้ว วันที่ 22 ธ.ค. 59 ชาวบ้านในหมู่ 4 ต.ประสาทสิ...
-
เจ้าอาวาสวัดห้วยหมู ขุดหลุมหาลูกนิมิตเก่า ในโบสถ์ เพื่อเตรียมปิดทองฝังลูกนิมิต กลับพบพระเครื่องเนื้อดินและพระบูชาปางต่างๆ วันที่...
-
พ่อร้องสื่อวอนช่วยลูกชายวัย 18 หายตัว หวั่นถูกหลอกไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์กัมพูชาหลังได้รับข้อความจากลูกชายขอความช่วยเหลือแล้วติดต่อไม่ได้ ...
วันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568
ราชบุรี จิตอาสาอุตสาหกรรมรวมใจ ปลูกต้นไม้ ฟื้นฟูป่า
กระทรวงอุตสาหกรรมจัดกิจกรรมจิตอาสาอุตสาหกรรมรวมใจ ปลูกต้นไม้ ฟื้นฟูป่าให้สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในป่าชุมชนอย่างสมดุลและยั่งยืน
ที่ป่าชุมชนบ้านห้วยจำปา อ.เมือง จ.ราชบุรี ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีเปิด กิจกรรมจิตอาสา “อุตสาหกรรมรวมใจ ปลูกต้นไม้ ฟื้นฟูป่า” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568 และ วันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน 2568 ภายใต้โครงการจิตอาสา “อุตสาหกรรมรวมใจ ดูแลสิ่งแวดล้อม ดิน น้ำ ลม ไฟ” โดยมี นางสาวฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี เขต 1 พร้อมผู้บริหาร ข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ส่วนราชการ และประชาชน เข้าร่วมงาน
สำหรับกิจกรรมปลูกต้นไม้ในครั้งนี้กระทรวงอุตสาหกรรม ได้เห็นถึงความสำคัญในการดูแลรักษา และฟื้นฟูป่า เพื่อประโยชน์ต่อประเทศในอนาคต จึงได้จัดทำกิจกรรมจิตอาสาขึ้นเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ สิ่งแวดล้อม และเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ ฟื้นฟูพื้นที่ป่าในเขตป่าชุมชน ให้สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในป่าชุมชนอย่างสมดุลและยั่งยืน รวมถึงสร้างความตระหนักรู้ สร้างจิตสำนึก และความสามัคคีของประชาชนในพื้นที่ ในการร่วมมือ ร่วมใจ ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมจากข้อมูลสถิติล่าสุด ปี พ.ศ. 2567 ประเทศไทยมีป่าไม้ทั้งสิ้น 101,785,272 ไร่ (หนึ่งร้อยหนึ่งล้านเจ็ดแสนแปดหมื่นห้าพันสองร้อยเจ็ดสิบสองไร่) คิดเป็นร้อยละ 31.46 ลดลงจากปี พ.ศ. 2566 เหตุมาจากการขยายตัวของภาคเกษตรกรรม เปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าให้เป็นพื้นที่เพาะปลูก และจากปัญหาไฟป่าที่ทวีความรุนแรงขึ้น อีกทั้งมีการตัดไม้เพื่อใช้ในประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เช่น อุตสาหกรรมการก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ การผลิตกระดาษ และเนื่องจากการขยายตัวของชุมชน ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยและสาธารณูปโภคต่าง ๆ เพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งนำไปสู่การลดลงของพื้นที่ป่าที่สำคัญต่อระบบนิเวศโดยกิจกรรมในวันนี้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้นำจิตอาสาภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่รวมกว่า 300 คน ร่วมกันปลูกกล้าไม้จำนวนกว่า 400 ต้น อาทิ ต้นโมกมัน ต้นมะค่าโมง ต้นยางนา ซึ่งเป็นต้นไม้ที่เหมาะแก่การปลูกในพื้นที่ป่าดิบแล้ง ทนต่อทุกสภาวะ และหากต้นไม้โตเต็มที่ยังสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 48 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น