บทความที่ได้รับความนิยม

วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569

ราชบุรี เชิญเที่ยวงานวันมะม่วงและของดีอำเภอปากท่อ

จัดใหญ่ 10 วัน 10 คืน เชิญเที่ยวงานวันมะม่วงและของดีอำเภอปากท่อ กระตุ้นเศรษฐกิจ-หนุนท่องเที่ยวชุมชนเพื่อส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตร กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสามาตร เตี้ยเนตร นายอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วม “งานวันมะม่วงและของดีอำเภอปากท่อ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2569” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 รวม 10 วัน 10 คืน ณ ลานหน้าที่ว่าการอำเภอปากท่อ เพื่อส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตร กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ให้เกษตรกร ผู้ประกอบการท้องถิ่น และต่อยอดการท่องเที่ยวจังหวัดราชบุรีหลังเทศกาลสงกรานต์ ไฮไลท์สำคัญของงานคืนเปิดวันที่ 24 เมษายน พบกับการประกวด “ธิดามะม่วง” เพื่อเฟ้นหาสาวงามเป็นตัวแทนประชาสัมพันธ์ของดีเมืองปากท่อ
สร้างสีสันและความคึกคักตั้งแต่วันแรก พร้อมเปิดตลาดจำหน่ายมะม่วงคุณภาพสายพันธุ์เด่นของอำเภอปากท่อ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องรสชาติหวานหอม เนื้อแน่น ได้มาตรฐาน เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั่วประเทศ รวมถึงผลไม้ตามฤดูกาล ผลผลิตทางการเกษตร สินค้า OTOP อาหารพื้นบ้าน และร้านค้าจำนวนมากให้เลือกซื้ออย่างจุใจ ภายในงานยังมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ ลานตลาดชุมชน การขึ้นเขาน้อยนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์และท้าวมหาพรหม นิทรรศการวิถีชีวิต 7 ชาติพันธุ์ การประกวดแดนเซอร์ การประกวดดนตรีเด็กนักเรียน TO BE NUMBER ONE รวมถึงการประกวดร้องเพลง “ศึกวันดวลเพลง ราชสีห์ท้องที่ VS ท้องถิ่น” สร้างความสนุกสนานและเปิดเวทีให้เยาวชนแสดงศักยภาพ
ส่วนภาคค่ำพบกับเวทีการแสดง แสง สี เสียง และคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังหมุนเวียนมาสร้างความบันเทิงตลอดการจัดงาน สะท้อนศักยภาพของอำเภอปากท่อในฐานะแหล่งเกษตรกรรมสำคัญและเมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของราชบุรี นายสามาตร เตี้ยเนตร กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้มุ่งสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่ ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมภาคภูมิใจในของดีบ้านเกิด จึงขอเชิญชวนทุกคนมาร่วม “ชิมมะม่วงคุณภาพ ช้อปของดี เที่ยวงานสนุก” คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางเข้าร่วมงานจำนวนมาก สร้างความคึกคักและเงินสะพัดตลอดช่วงการจัดงาน.

วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569

วิ่งข้ามรอยต่อราชบุรี–สมุทรสาคร ชูท่องเที่ยว-สุขภาพ-เศรษฐกิจชุมชนครบวงจร

ศิษย์เก่าแสด–ดำ “ป.ป.” ผนึกกำลัง ททท.-ท้องถิ่น เปิดตัว “หลัก 5 Run 2026” วิ่งข้ามรอยต่อราชบุรี–สมุทรสาคร ชูท่องเที่ยว-สุขภาพ-เศรษฐกิจชุมชนครบวงจร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ลานหน้าวิหารหลวงพ่อไตรรัตน์โจน์ฤทธิ์ วัดปราสาทสิทธิ์ (หลักห้า) ต.ประสาทสิทธิ์ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี สมาคมศิษย์เก่า ผู้ปกครอง และครูโรงเรียนประสาทรัฐประชากิจ (ป.ป.) ร่วมกับโรงเรียนวัดประสาทสิทธิ์ เทศบาลตำบลศรีดอนไผ่ เทศบาลตำบลประสาทสิทธิ์ เทศบาลตำบลหลักห้า โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) วัดปราสาทสิทธิ์ (หลักห้า) โรงเรียนชุมชนวัดประสาทสิทธิ์ (ศรีพรหมินทร์) และภาคีชุมชน แถลงข่าวจัดงานวิ่ง “หลัก 5 Run 2026 (วิ่งเพื่อน้อง)” กำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569 บนเส้นทางเชื่อมรอยต่อ 2 จังหวัด ระหว่างสมุทรสาคร–ราชบุรี โดยมีพระครูอนุกูลวรากร เจ้าอาวาสวัดปราสาทสิทธิ์ นายชาญ ศรีมณีกาญจน์ นายกสมาคมศิษย์เก่าฯ นายธนะกิจ รุ่งโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนประสาทรัฐประชากิจ น.ส.ศลิษา ศรีพรรณ์ รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานราชบุรี และ พ.ญ.เสาวณีย์ เกิดดอนแฝก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านแพ้ว ร่วมแถลงต่อสื่อมวลชนและผู้เกี่ยวข้องอย่างคึกคัก
ไฮไลต์ของงานไม่เพียงเป็นกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพ แต่ยังยกระดับเป็น “อีเวนต์ชุมชนข้ามจังหวัด” ที่ผสานการท่องเที่ยววิถีคลองดำเนินสะดวก กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และระดมทุนสนับสนุนภารกิจด้านสาธารณสุขของโรงพยาบาลบ้านแพ้ว สาขาหลักห้า ควบคู่การสร้างความสามัคคีของชุมชนรอยต่อ 2 จังหวัด ภายในงานแถลงข่าวยังมีการนำสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น เช่น องุ่นบ้านแพ้ว ยาดมยาหม่อง และสบู่ขนมไทย มาแจกสร้างสีสันและโปรโมตของดีชุมชน สำหรับการแข่งขัน แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ 3.2 กม. (ไม่มีการแข่งขัน) ฟันรัน 6.2 กม. และมินิมาราธอน 11.5 กม. ปล่อยตัวตั้งแต่เวลา 05.45 น. เป็นต้นไป ผู้ชนะจะได้รับถ้วยเกียรติยศรูป “หลักกิโลเมตรเลข 5” หรือ “เฮียโหงว” เอกลักษณ์ของพื้นที่ ขณะที่นักวิ่งทุกคนจะได้รับเหรียญที่ระลึกสุดพิเศษ โดยพิธีมอบรางวัลจัดบนเรือกลางคลองดำเนินสะดวก บริเวณหน้าวิหารหลวงพ่อไตรรัตน์ ก่อนปิดท้ายด้วยกิจกรรมล่องเรือชมวิถีชีวิตสองฝั่งคลองฟรี นับเป็นเสน่ห์เฉพาะของงานที่ผสานกีฬา-ศรัทธา-วัฒนธรรมไว้ในหนึ่งเดียว
ผู้สนใจสามารถสมัครได้ทางเพจ “Lakharun” หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่นายชวลิต ดีสุขพร โทร. 087-410-9888 โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป คาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งอีเวนต์สำคัญที่ช่วยดึงนักวิ่งและนักท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่ พร้อมสร้างรายได้หมุนเวียนและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของสองจังหวัดอย่างเป็นรูปธรรม.