บทความที่ได้รับความนิยม
-
กกต.ลุยราชบุรี เปิดเวทีระดมสมองพัฒนาการสื่อสาร “กฎหมายเลือกตั้ง” ให้ประชาชนเข้าใจง่าย สร้างผู้นำประชาธิปไตยยุคใหม่ ...
-
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำทีมเปิดโครงการ “SME ไทย เพิ่มมูลค่าได้ด้วยทรัพย์สินทางปัญญา” เดินหน้า สร้างความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการไ...
-
ปล่อยขบวนแห่เรือประกวดธิดาดำเนินเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์งานเทศกาลผลไม้และของดีอำเภอดำเนินสะดวก ส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จัก กระตุ...
-
คณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร ลง รับฟังสภาพปัญหาและแลกเปลี่ยนความรู้กรณีปัญหาราคาปุ๋ยแพง ที่ส่งผลให้การบริหารจัดการมีต้น...
-
ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี นำส่วนราชการ และประชาชน ประกอบพิธีทำบุญตักบาตร และปล่อยพันธุ์ปลาลงสู่แม่น้ำแม่กลอง เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงค...
วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569
ราชบุรี เปิดโรงเรียนสร้างสุขผู้สูงอายุเทศบาลตำบลเขางู
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงร่วมกับเทศบาลตำบลเขางูจัดตั้งโรงเรียนสร้างสุขผู้สูงอายุเพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีของผู้สูงอายุ พัฒนาทักษะการดูแลสุขภาพ ตอบโจทย์มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
ที่อาคารอเนกประสงค์เทศบาลตำบลเขางู อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ผศ.อรรถพล อุสายพันธ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง พร้อมด้วย นายสัญชัย ไวคกุล นายกเทศมนตรีตำบลเขางูร่วมเปิดป้ายโรงเรียนสร้างสุขผู้สูงอายุเทศบาลตำบลเขางู และเปิดโรงเรียนสร้างสุขผู้สูงอายุเทศบาลตำบลเขางู รุ่นที่ 1 ประจำปี 2569 โดยผศ.อรรถพล อุสายพันธ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงเป็นประธานในพิธี ซึ่งมีนางสาวกุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต 1 นายจรัส ตั้งวงศ์ชูเกตุ ท้องถิ่นจังหวัดราชบุรี นางสาวพิยะดา ม่วงอิ่ม ศึกษาธิการจังหวัดราชบุรี ผศ.ดร.ชฎาพร โพคัยสวรรค์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ผศ.ดร.ทรงเกียรติ อิงคามระธร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา คณะผู้บริหารจองมหาวิทยาลัย และหน่วยงานภาคีเครือข่ายร่วมในพิธี และนายสัญชัย ไวคกุล นายกเทศมนตรีตำบลเขางู กล่าวต้อนรับผู้มาร่วมงาน ซึ่งมีผู้สูงอายุที่ร่วมโครงการแต่งกายด้วยชุดนักเรียนย้อนยุคสร้างสีสันในการเปิดโรงเรียน โดยอาจารย์ ดร.ภณิชชา จงสุภางค์กุล รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการโรงเรียนสร้างสุขผู้สูงอายุ ด้วยมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านอมถึง มีวิสัยทัศน์ เราคือ มหาวิทยาลัยชั้นนำ ที่ทำประโยชน์กับท้องถิ่น มุ่งสร้างบัณฺฑิตนักปฏิบัติให้มีงานทำ และเป็นสถาบันการศึกษา สร้างองค์ความรู้ นวัตกรรม และกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์การพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน การดำเนินโครงการโรงเรียนผู้สูงอายุในครั้งนี้
จึงเป็นต้นแบบสำคัญของการนำองค์ความรู้ทางวิชาการเพื่อเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง โรงเรียนผู้อายุมิใช่เพียงพื้นที่ของการอบรม แต่คือพื้นที่แห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุ ได้พัฒนาตนเอง แลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างความสัมพันธ์ทางสังคม และโรงเรียนผู้สูงอายุเป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในชุมชน เพื่อการสูงวัยอย่างมีพลัง (Active Ageing) โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อพัฒนาศักยภาพ สร้างให้เกิดการรวมกลุ่มในการทำกิจกรรมร่วมกัน สร้างชีวิตที่มีคุณค่า และเพิ่มพูนความรู้และทักษะที่จำเป็น เนื้อหาของหลักสูตรโรงเรียนผู้สูงอายุมุ่งให้ความรู้ ทักษะและเจดคติในความรู้ที่ผู้สูงอายุต้องรู้และควรรู้ สำหรับโครงการโรงเรียนสร้างสุขผู้สูงอายุเทศบาลตำบลเขางู อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในพื้นที่ สำหรับโครงการโรงเรียนสร้างสุขผู้สูงอายุเทศบาลตำบลเขางู จัดขึ้นมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีของผู้สูงอายุทั้งด้านร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาทักษะการดูแลสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งในหลักสูตรจะมีคณะอาจารย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง เป็นวิทยากรร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย เนื้อหาประเด็นการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ครอบคลุมเรื่อง การเปลี่ยนแปลงในวัยสูงอายุ การป้องกันและรักษาสุขภาพการดำรงชีวิตแบบสูงวัยที่มีคุณภาพ การออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่เหมาะสม การใช้ยา กฎหมายในชีวิตประจำวัน สิทธิผู้สูงอายุ ศาสนาในชีวิตประจำวัน วัฒนธรรรม ภูมิปัญญาพื้นบ้านเทคโนโลยีดิจิทัลในยุควิถีใหม่ รวมทั้งความรู้ที่เสริมสร้างคุณค่าให้กับผู้สูงอายุ ได้แก่ นันทนาการ และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดนตรี ศิลปะประดิษฐ์ การจัดการด้านการเงิน และกิจกรรมสานสัมพันธ์ระหว่างวัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ และเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต
วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569
ราชบุรี เจ็ดเสมียนเดินหน้าจัดแห่ดอกไม้ท้ายสงกรานต์
เจ็ดเสมียนเดินหน้า “แห่ดอกไม้ท้ายสงกรานต์” หนึ่งเดียวในไทย ปลุกท่องเที่ยว-กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมชั้น 1 สำนักงานเทศบาลตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี นายเทวัญ ห่วงตระกูล นายกเทศมนตรีตำบลเจ็ดเสมียน พร้อมด้วย น.ส.รัศมินท์ พฤกษาทร นายอำเภอโพธาราม ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน “ประเพณีแห่ดอกไม้ท้ายสงกรานต์ และของดีตำบลเจ็ดเสมียน ประจำปี 2569” โดยมี นางกาญน์กุระ ฮัยสคาเนม ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดราชบุรี พ.ต.ท.บุญส่ง พันธ์จินดา รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.โพธาราม นางจุฑาทิพย์ กันเกตุ นายยิ่งพันธ์ กันเกตุ กำนันตำบลดอนทราย หัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนชุมชน อาทิ ธิดาดอกไม้ และนางงอมหัวไชโป๊ว ประจำปี 2568 เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ไฮไลต์สำคัญของงานคือ “ประเพณีแห่ดอกไม้ท้ายสงกรานต์” ซึ่งถือเป็นอัตลักษณ์โดดเด่น หนึ่งเดียวในประเทศไทย และได้รับการบรรจุไว้ในปฏิทินการท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สะท้อนถึงคุณค่าทางวัฒนธรรมที่สืบทอดมาอย่างยาวนานของชุมชนเจ็ดเสมียน
การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์และสืบสานประเพณีท้องถิ่น ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์สินค้าและของดีในชุมชน สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และเสริมสร้างความสามัคคีของประชาชนในพื้นที่ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น
ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลายสีสัน อาทิ การประกวดธิดาดอกไม้ การประกวดนางงอมหัวไชโป๊ว การประกวดรถบุปผชาติ การแข่งขันก่อพระเจดีย์ทราย และการแข่งขันเรือหัวใบ้ท้ายบอด ซึ่งล้วนสะท้อนวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างน่าสนใจ
สำหรับงาน “ประเพณีแห่ดอกไม้ท้ายสงกรานต์ และของดีตำบลเจ็ดเสมียน ประจำปี 2569” กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–19 เมษายน 2569 ณ บริเวณวัดเจ็ดเสมียน ตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี คาดว่าจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าร่วมงานจำนวนมาก
ทั้งนี้ เทศบาลตำบลเจ็ดเสมียนขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมไทย สืบสานประเพณีอันทรงคุณค่า พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืนผ่านงานประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นแห่งนี้
วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569
ราชบุรี เกษตรกรร้องรัฐเร่งตรวจเข้มปมน้ำปรุงแต่งกลิ่น
วิกฤต “มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี” ระอุ! เกษตรกรร้องรัฐเร่งตรวจเข้ม หลังเจอปมน้ำปรุงแต่งกลิ่น กระทบตลาด-ราคาดิ่งยาว 7 เดือน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์มะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่จังหวัดราชบุรีกำลังเผชิญวิกฤตหนัก หลังเกษตรกรออกมาเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งเข้าตรวจสอบขบวนราคามะพร้าวแต่เรื่องการใช้น้ำปรุงแต่งกลิ่นแทนน้ำมะพร้าวแท้ ชี้เป็นต้นตอทำลายความเชื่อมั่นผู้บริโภค ส่งผลให้ผลผลิต “ลูกเล็ก” ระบายไม่ได้ ขาดทุนสะสมต่อเนื่องนานกว่า 7-8 เดือน“ลูกใหญ่ขายได้ แต่ลูกเล็กล้นตลาด” ปัญหาคอขวดที่กำลังบีบเกษตรกรปัจจุบันมะพร้าวน้ำหอมมีผลผลิตลดลงแล้วหลังจากพยายามแก้ปัญหาแต่ราคายังไม่มีการเคลื่อนไหวไปในทางที่ดี
นายศักดิ์ชัย วิริยะกิจเกษตร อายุ 62 ปี เกษตรกรชาวสวนมะพร้าว อำเภอดำเนินสะดวก เปิดเผยว่า ปัจจุบันมะพร้าวลูกใหญ่ซึ่งใช้แปรรูปได้มีเพียงประมาณ 30% เท่านั้น ขณะที่อีกกว่า 70% เป็นมะพร้าวลูกเล็กที่กำลังกลายเป็นปัญหาสะสมโดยปกติ การส่งออกน้ำมะพร้าว 1 ตู้คอนเทนเนอร์ ต้องใช้มะพร้าวราว 100,000 ลูก แต่หากใช้ลูกเล็กจะต้องใช้มากถึง 200,000 ลูก ซึ่งหากมีการส่งออกเฉลี่ยเดือนละ 100 ตู้ จะสามารถระบายผลผลิตได้ถึง 10–20 ล้านลูกต่อเดือน แต่ในความเป็นจริง กลับเกิดปัญหาโรงงานบางแห่งหันไปใช้น้ำปรุงแต่งกลิ่นแทนน้ำมะพร้าวแท้ ทำให้ความต้องการวัตถุดิบลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้มะพร้าวลูกเล็กค้างสต๊อกจำนวนมาก
“ผู้บริโภคต้องการน้ำมะพร้าวแท้เพื่อสุขภาพ หากพบว่าไม่ใช่ของจริง ความเชื่อมั่นจะหายไปทันที และกระทบตลาดทั้งระบบ” นายศักดิ์ชัยกล่าว
เกษตรกรจี้รัฐตรวจจริง ไม่ใช่แค่ “ลงพื้นที่สร้างภาพ” นายวัฒนา โตบารมีกุล อายุ 64 ปี เกษตรกรในอำเภอบางแพ สะท้อนปัญหาการบังคับใช้กฎหมายของภาครัฐ ว่ายังขาดความจริงจัง และอาจมีลักษณะ “เลือกปฏิบัติ”
โดยระบุว่า โรงงานบางแห่งที่ถูกตรวจสอบ เพียงแค่ถอดป้ายหรือย้ายฐานการผลิตจากถนนใหญ่เข้าไปในพื้นที่ลึก เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ ขณะที่บางพื้นที่มีการตั้งโรงงานในรูปแบบใหม่ เช่น ใช้ตู้คอนเทนเนอร์ และแยกชื่อบริษัทหลายแห่ง เพื่อดำเนินธุรกิจแปรรูปมะพร้าวและน้ำมะพร้าว นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลเรื่องการนำน้ำมะพร้าวที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือมีการปลอมปน ควรส่งเจ้าหน้าที่ตรวจคุณภาพก่อนส่งออกจำหน่ายภายใต้แบรนด์ไทย ซึ่งหากผู้บริโภคปลายทางพบสินค้าไม่มีคุณภาพ จะยิ่งซ้ำเติมภาพลักษณ์สินค้าไทยในตลาดโลก ความเสียหายลามทั้งระบบ
เกษตรกรระบุอีกว่า ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทั้งราคาตกต่ำ การระบายผลผลิตติดขัด และต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทำให้หลายรายต้องแบกรับภาวะขาดทุนสะสมเป็นวงกว้าง พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ตรวจสอบแหล่งผลิตน้ำมะพร้าวอย่างเข้มงวด และแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นของตลาด “ถ้าไม่แก้ตอนนี้ มะพร้าวไทยอาจเสียตลาดระยะยาว”
เสียงสะท้อนจากเกษตรกรชี้ชัดว่า ปัญหานี้ไม่ใช่เพียงเรื่องราคาผลผลิต แต่เป็นวิกฤตความเชื่อมั่นที่อาจกระทบต่ออุตสาหกรรมมะพร้าวไทยทั้งระบบ หากยังปล่อยให้มีการปลอมปนและหลีกเลี่ยงกฎหมายต่อไป เกษตรกรจึงฝากถึงรัฐบาล เร่งลงมือแก้ไขอย่างจริงจัง ก่อนที่ “มะพร้าวน้ำหอมไทย” จะสูญเสียความเชื่อมั่นในตลาดทั้งในและต่างประเทศอย่างยากจะกู้คืน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



























