บทความที่ได้รับความนิยม

วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569

ราชบุรี เปิดโครงการวิ่งปลุกกระแสดูแลกระดูกและข้อ

ผู้ว่าฯ ราชบุรี เปิดโครงการวิ่ง “หมอออร์โธฯ ชวนก้าว @Run Ratch Ri” ปลุกกระแสดูแลกระดูกและข้อ ชวนคนไทยออกกำลังกาย ลดเสี่ยงโรคกล้ามเนื้อ–กระดูก พร้อมระดมทุนช่วยโรงพยาบาลทั่วประเทศ
ที่ อุทยานหินเขางู อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี นางสาวฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดโครงการวิ่งเพื่อสุขภาพ “หมอออร์โธฯ ชวนก้าว @Run Ratch Ri” ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก โดยมี นางสาวปิยฉัตร ไพชนม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี แพทย์หญิงปาจรีย์ อารีย์รบ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดราชบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ บุคลากรทางการแพทย์ นักวิ่ง และประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรม
นายแพทย์นิคม มะลิทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชบุรี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกายอย่างถูกวิธี ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของระบบกระดูกและข้อ ลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บที่เกิดจากการออกกำลังกายไม่เหมาะสม รวมถึงสร้างกระแสการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในสังคมกิจกรรมวิ่งเริ่มต้นจากบริเวณอุทยานหินเขางู ไปจนถึงพื้นที่ค่ายบุรฉัตร ระยะทางรวมประมาณ 6 กิโลเมตร โดยได้รับความสนใจจากนักวิ่งและประชาชนเข้าร่วมอย่างคึกคัก นอกจากจะเป็นกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพแล้ว ยังเป็นเวทีสร้างความร่วมมือระหว่างบุคลากรทางการแพทย์ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ในการร่วมกันขับเคลื่อนสังคมสุขภาพดี
ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่า คนไทยกว่า 76% ยังออกกำลังกายไม่เพียงพอ ส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อโรคกล้ามเนื้อและกระดูก (Musculoskeletal Disorders : MSDs) โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน ดังนั้นโครงการดังกล่าวจึงมุ่งกระตุ้นให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ รายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดกิจกรรมยังนำไปใช้ในการ ระดมทุนจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ด้านออร์โธปิดิกส์ (กระดูกและข้อ) เพื่อมอบให้แก่ โรงพยาบาลที่ขาดแคลนจำนวน 13 แห่งทั่วประเทศ ถือเป็นการผสานพลังการออกกำลังกายควบคู่กับการทำความดีเพื่อสังคม สร้างทั้งสุขภาพที่แข็งแรงและโอกาสในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพของประชาชนไทยในอนาคต.

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569

ราชบุรี นายกเล็กลงพื้นที่แจงปมก่อสร้าง เร่งหาทางออก

ปัญหาการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก (ค.ส.ล.) ข้ามคลองบ้านเล่า ที่ล่าช้าจนสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่ กลายเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายจับตา เมื่อผู้บริหารเทศบาลเมืองราชบุรีต้องลงพื้นที่ชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมเปิดเวทีรับฟังเสียงสะท้อนจากชาวบ้านและผู้ประกอบการในพื้นที่โดยตรง
ที่บริเวณโครงการก่อสร้างสะพาน ค.ส.ล.ข้ามคลองบ้านเล่า ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี นายศักดิ์ชัย พิศาลผล นายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี พร้อม คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล และส่วนราชการ ลงพื้นที่เพื่อชี้แจงความคืบหน้าปัญหาและ ขั้นตอนการดำเนินโครงการให้ประชาชนได้ทราบถึงปัญหาที่แท้จริงพร้อมทั้งแนวทางการแก้ปัญหา การลงพื้นที่ครั้งนี้มี ผู้นำชุมชน คณะกรรมการชุมชน ประชาชนในพื้นที่ ร้านค้า รวมถึงตัวแทนจากณะทำงานพรรคประชาชน เข้าร่วมรับฟังข้อมูลและซักถามข้อสงสัย หลังโครงการก่อสร้างดังกล่าวเกิดความล่าช้า จนส่งผลกระทบต่อการสัญจรและการดำเนินชีวิตของประชาชนในพื้นที่มาเป็นเวลานาน
ทางด้านเทศบาลเมืองราชบุรี ระบุว่า โครงการก่อสร้างสะพานข้ามคลองบ้านเล่าได้ทำสัญญาจ้างกับบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างแห่งหนึ่ง โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2568 และสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 31 มกราคม 2569 แต่จนถึงปัจจุบันงานก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากผู้รับจ้างไม่เข้าดำเนินงานตามแผนที่กำหนด ส่งผลให้งานเกิดความล่าช้า โดยทางเทศบาลได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางสัญญา ด้วยการปรับเงินค่าผิดสัญญา และทำหนังสือแจ้งไปยังผู้รับจ้าง เพื่อให้ชี้แจงว่าจะกลับเข้าดำเนินงานให้แล้วเสร็จโดยเร็ว หรือจะถือว่าเป็นการทิ้งงาน เพื่อให้เทศบาลสามารถวางแนวทางดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้เวทีพูดคุยครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่เสนอแนวทางแก้ไขปัญหา โดยชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบได้เสนอให้เทศบาลพิจารณาจัดทำสะพานสัญจรชั่วคราว เพื่อให้รถขนาดเล็กหรือรถจักรยานยนต์สามารถใช้ผ่านไปมาได้ในช่วงที่รอการแก้ไขปัญหาโครงการหลัก ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและเพิ่มความสะดวกปลอดภัยในการเดินทางหลังจากได้รับคำตอบจากผู้รับจ้างเกี่ยวกับแนวทางดำเนินการต่อไป จะมีการชี้แจงต่อประชาชนอีกครั้ง พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ขั้นตอนการดำเนินงานในระยะต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งรัดให้โครงการก่อสร้างสะพานคลองบ้านเล่าแล้วเสร็จ และคืนความสะดวกในการสัญจรให้กับประชาชนในพื้นที่โดยเร็วที่สุด
ขณะเดียวกัน ชาวบ้านยังคงจับตาการแก้ไขปัญหาของโครงการนี้อย่างใกล้ชิด เพราะสะพานคลองบ้านเล่าถือเป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมการสัญจรและการค้าขายในชุมชน หากโครงการเดินหน้าได้ตามแนวทางที่ชี้แจงไว้ ก็จะช่วยคลี่คลายปัญหาที่ค้างคามานานให้กับคนในพื้นที่ได้ในที่สุด

วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569

ราชบุรี ไมค์เดี่ยวไม่ดัง แต่ไมค์คู่สร้างสีสันเปิดงาน

บรรยากาศกิจกรรมออกกำลังกายยามเย็นของชาวราชบุรีเต็มไปด้วยความคึกคักและรอยยิ้ม เมื่อพิธีเปิดงานต้องใช้ “ไมค์คู่” แทนไมค์เดี่ยวที่ไม่ยอมดัง กลายเป็นสีสันเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ร่วมงาน ก่อนที่กิจกรรมออกกำลังกายครั้งใหญ่ของประชาชนจะเริ่มต้นขึ้นอย่างสนุกสนาน
ที่บริเวณสะพาน M4 เขื่อนรัฐประชาพัฒนา อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี นางสาวฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ผู้ว่าฯ พาออกกำลังกาย” ครั้งที่ 19 ซึ่งเป็นกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาการออกกำลังกายและกีฬาเพื่อมวลชนให้เป็นวิถีชีวิตในระดับจังหวัด ประจำปี 2569 ช่วงพิธีเปิดสร้างบรรยากาศเป็นกันเอง เมื่อระบบเสียงบนเวทีเกิดปัญหา ไมโครโฟนเดี่ยวไม่ทำงาน ทำให้ต้องใช้ไมค์สองตัวช่วยกันพูด กลายเป็นโมเมนต์ฮา ๆ ที่เรียกเสียงหัวเราะจากผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก และทำให้พิธีเปิดเต็มไปด้วยความใกล้ชิดระหว่างผู้บริหารและประชาชน
นายศักดิ์ชัย พิศาลผล นายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี กล่าวว่า กิจกรรม “ผู้ว่าฯ พาออกกำลังกาย” ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ของปีงบประมาณ พ.ศ.2569 และนับเป็นครั้งที่ 19 นับตั้งแต่เริ่มจัดกิจกรรม โดยจัดขึ้นด้วยความร่วมมือจากเทศบาลเมืองราชบุรี สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดราชบุรี และกรมการทหารช่าง ค่ายภาณุรังษี ภายในงานมีประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมประมาณ 700 คน ท่ามกลางบรรยากาศริมเขื่อนที่ร่มรื่น โดยกิจกรรมประกอบด้วยการ เต้นแอโรบิก และกิจกรรมออกกำลังกายหลากหลายรูปแบบ การจัดกิจกรรมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้ประชาชน ชุมชน และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ได้เข้าถึงกิจกรรมการออกกำลังกายและเล่นกีฬาอย่างเป็นรูปธรรม ส่งเสริมให้ประชาชนทุกช่วงวัยตระหนักถึงประโยชน์ของการออกกำลังกาย จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต
นอกจากจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงแล้ว ยังช่วยผ่อนคลายความเครียด ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค และลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลในระยะยาว พร้อมทั้งสร้างความรัก ความสามัคคี และปลูกฝังคุณค่าของการรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ผ่านกิจกรรมกีฬา แม้พิธีเปิดจะเริ่มต้นด้วยเหตุการณ์ “ไมค์เดี่ยวไม่ดัง” แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นสีสันของงานในช่วงเย็น ที่ทำให้กิจกรรมออกกำลังกายครั้งนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ความอบอุ่น และพลังของคนรักสุขภาพกว่า 700 คนที่มาร่วมขยับร่างกายไปพร้อมกัน.

ราชบุรี มอบเกียรติบัตรนักเรียน สร้างแรงบันดาลใจสู่ก้าวต่อไปของเยาวชน

บรรยากาศเต็มไปด้วยความปลื้มปีติและความภาคภูมิใจ เมื่อ โรงเรียนสาธิตพหลโยธินรามินทรภักดี (เทศบาลเมืองราชบุรี) จัดพิธีมอบเกียรติบัตรให้แก่นักเรียนที่สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2568 เพื่อร่วมแสดงความยินดี ยกย่องความสำเร็จของนักเรียนทุกระดับชั้น พร้อมปลูกฝังความภาคภูมิใจในตนเองและความผูกพันต่อสถานศึกษา
ที่อาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนสาธิตพหลโยธินรามินทรภักดี เทศบาลเมืองราชบุรี โดย นายศักดิ์ชัย พิศาลผล นายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตรให้แก่นักเรียนที่จบการศึกษา ท่ามกลางผู้ร่วมงานจากหลายภาคส่วน อาทิ นางกรรณิการ์ พูลสวัสดิ์ รองปลัดเทศบาลเมืองราชบุรี นางสาวสุทธิดา เอี่ยมสำอาง ผู้อำนวยการสำนักการศึกษาเทศบาลเมืองราชบุรี พันตรีนรินทร์ พิริยะเกษม ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา พร้อมด้วยคณะกรรมการสถานศึกษา คณะครู แขกผู้มีเกียรติ ผู้ปกครอง และนักเรียนที่มาร่วมเป็นสักขีพยานแห่งความสำเร็จของเยาวชน
ภายในงาน นางสาวอรุณี เจริญจิตรกรรม ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตพหลโยธินรามินทรภักดี (เทศบาลเมืองราชบุรี) ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดพิธีว่า เพื่อแสดงความยินดีและยกย่องเชิดชูเกียรติแก่นักเรียนที่สำเร็จการศึกษาในแต่ละระดับชั้น พร้อมทั้งส่งเสริมให้นักเรียนเกิดความภาคภูมิใจในความสำเร็จของตนเอง สร้างแรงบันดาลใจให้มุ่งมั่นพัฒนาตนเองสู่การศึกษาในระดับที่สูงขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียนและผู้ปกครอง สำหรับปีการศึกษา 2568 มีนักเรียนสำเร็จการศึกษารวมทั้งสิ้น 385 คน แบ่งเป็น ระดับชั้นอนุบาล 3 จำนวน 74 คน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 76 คน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 125 คน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 110 คน
โอกาสนี้ ศักดิ์ชัย พิศาลผล นายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี ได้กล่าวให้โอวาทและแสดงความยินดีกับนักเรียนทุกคน พร้อมชื่นชมในความพยายาม ความมานะ อดทน และความขยันหมั่นเพียรที่นำไปสู่ความสำเร็จทางการศึกษา พร้อมทั้งฝากข้อคิดให้นักเรียนนำความรู้ ประสบการณ์ และคุณธรรมที่ได้รับจากโรงเรียน ไปใช้เป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิตและการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เพื่อให้สามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบัน พิธีมอบเกียรติบัตรในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการแสดงความยินดีต่อความสำเร็จของนักเรียนเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญที่สะท้อนถึงบทบาทของสถานศึกษาในการปลูกฝังความรู้ คุณธรรม และแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน เพื่อเติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคมในอนาคตอีกด้วย

วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569

ราชบุรี เสนอ 4 มาตรการแก้วิกฤตราคามะพร้าวน้ำหอม

คณะทำงานพรรคประชาชนราชบุรี เสนอ 4 มาตรการแก้วิกฤตราคามะพร้าวน้ำหอม ชี้แจกในที่ประชุมช่วยได้แค่เฉพาะหน้า ต้องแก้โครงสร้างตลาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำต่อเนื่อง จนสร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรในหลายพื้นที่ของจังหวัดราชบุรี ล่าสุดคณะทำงานพรรคประชาชนจังหวัดราชบุรีออกมาเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยชี้ว่าการนำมะพร้าวไปแจกจ่ายหรือเสิร์ฟในที่ประชุมต่าง ๆ แม้จะช่วยระบายผลผลิตได้บ้าง แต่เป็นเพียงมาตรการระยะสั้นที่ไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้ หากยังไม่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ราคามะพร้าวน้ำหอมจะยังผันผวนและเกิดวิกฤตซ้ำทุกปี พร้อมเรียกร้องให้รัฐเร่งวางนโยบายทั้งระบบ ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป ไปจนถึงการตลาด เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรและความมั่นคงของเศรษฐกิจฐานรากในระยะยาวสถานการณ์ดังกล่าวทำให้คณะทำงานพรรคประชาชนจังหวัดราชบุรีออกมาเสนอแนวทางแก้ไขเชิงโครงสร้าง พร้อมชี้ให้เห็น “ช่องว่างนโยบายรัฐ (Policy Gap)” ที่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด
นายชัยรัตน์ ศักดิ์อิสระพงษ์ คณะทำงานพรรคประชาชนจังหวัดราชบุรี ระบุว่าได้ทำงานร่วม กับทีม นโยบาย พรรคประชาชนส่วนกลาง ร่วมกับอาจารย์เดชรัต สุขกำเนิด ซึ่งเป็นหัวหน้าทีม ฝ่ายนโยบายของพรรคประชาชน โดยมีข้อเสนอหากต้องการให้เกษตรกรรอดพ้นจากวิกฤตราคามะพร้าวตกต่ำ จำเป็นต้องแก้ปัญหาที่ “ต้นตอของระบบตลาด” พร้อมเสนอ 4 มาตรการสำคัญ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมมาตรการแรกคือ ปฏิรูปโครงสร้างตลาดให้เป็นธรรม โดยต้องตรวจสอบและลดการผูกขาดของกลุ่มทุนรายใหญ่ในตลาดมะพร้าว เพื่อให้เกษตรกรมีอำนาจต่อรองราคาที่เหมาะสมมาตรการที่สองคือ การบริหารจัดการผลผลิตส่วนเกิน โดยควรมีระบบดูดซับหรือกระจายมะพร้าวส่วนเกินออกจากตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดปัญหาผลผลิตล้นตลาดซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาดิ่งลง
มาตรการที่สามคือ การควบคุมล้งหรือจุดรับซื้อ ให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ป้องกันการกดราคาหรือเอาเปรียบเกษตรกรและมาตรการสุดท้ายคือ การสนับสนุนการแปรรูปเพิ่มมูลค่า โดยเสนอให้รัฐสนับสนุนงบประมาณ เทคโนโลยี และองค์ความรู้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการ SMEs เพื่อนำมะพร้าวไปแปรรูปเป็นสินค้าอื่น ๆ เพิ่มมูลค่า แทนการจำหน่ายผลสดเพียงอย่างเดียว คณะทำงานพรรคประชาชนราชบุรีมองว่า หากมีการดำเนินมาตรการเหล่านี้อย่างจริงจัง จะช่วยสร้างเสถียรภาพด้านราคา ลดความเสี่ยงจากภาวะผลผลิตล้นตลาด และทำให้เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมสามารถยืนหยัดในระบบเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืนซึ่งเป็น 4 มาตรการที่คณะทำงานพรรคประชาชนนำเสนอให้ผู้ที่มีอำนาจบริหารและรัฐบาลในอนาคตเพื่อแก้ใขปัญหาต่อไป