บทความที่ได้รับความนิยม

วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ราชบุรี ชวนเที่ยวชิมทุเรียนตะนาวศรีของดีเมืองโอ่ง

ชวนเที่ยวชิม "ทุเรียนตะนาวศรี" ของดีเมืองโอ่ง 11-12 ก.ค. นี้ เปิดสวนกว่า 12 แห่ง ชิมสดจากต้น-สัมผัสวิถีชาวสวน
วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เชิญชวนนักท่องเที่ยวและคอทุเรียนร่วมงานประชาสัมพันธ์ "ทุเรียนตะนาวศรี ของดีจังหวัดชราชบุรี" ระหว่างวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2569 ที่สวนทุเรียนไร่สายชล หมู่ 5 ตำบลยางหัก อำเภอปากท่อ พร้อมเปิดสวนทุเรียนกว่า 12-13 สวน ต้อนรับนักท่องเที่ยว ชิมทุเรียนตัดสดจากต้น และสัมผัสวิถีเกษตรท่ามกลางธรรมชาติของเทือกเขาตะนาวศรี
นางสาวฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า ทุเรียนตะนาวศรีมีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วย เมล็ดเล็ก เนื้อแห้ง เนียนละเอียด หวานมัน กลิ่นไม่แรง และชาวสวนจะตัดผลผลิตเฉพาะผลที่แก่จัดบนต้นเท่านั้น จึงมั่นใจได้ว่าผู้บริโภคจะได้รับทุเรียนคุณภาพดีที่สุด สำหรับปีนี้มีสวนทุเรียนพร้อมเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมและเลือกซื้อผลผลิตประมาณ 12-13 สวน แม้จะไม่สามารถเปิดได้ครบทุกสวน เนื่องจากผลผลิตทยอยออกตามช่วงเวลา และบางส่วนได้จำหน่ายล่วงหน้าไปแล้วด้านนายสุพัฒน์ อ่อนคง เกษตรจังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า พื้นที่เทือกเขาตะนาวศรีมีสภาพดินและภูมิอากาศเหมาะสมต่อการปลูกทุเรียน ส่งผลให้ปัจจุบันจังหวัดราชบุรีมีพื้นที่ปลูกรวมกว่า 5,281 ไร่ กระจายในอำเภอปากท่อ จอมบึง สวนผึ้ง และบ้านคา โดยผลผลิตจะออกมากในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม และกำลังเติบโตเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายสร้างการรับรู้และเพิ่มมูลค่าทุเรียนตะนาวศรี ควบคู่กับการส่งเสริมรายได้และความเข้มแข็งของเกษตรกรในพื้นที่
ภายในงานตลอด 2 วัน มีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการจำหน่ายทุเรียนตะนาวศรีและผลไม้ตามฤดูกาลจากเกษตรกรกว่า 15 ร้านค้า การแข่งขันกินทุเรียนในวันที่ 11 กรกฎาคม เปิดรับสมัครเวลา 09.00-10.00 น. เริ่มแข่งขันเวลา 11.00 น. พร้อมชิงรางวัล รวมถึงกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตร เปิดให้เยี่ยมชมสวนทุเรียนและสัมผัสวิถีชาวสวน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. ทั้งสองวัน ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีจึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว ใช้ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ออกไปสัมผัสเสน่ห์สวนผลไม้ของอำเภอปากท่อ ชิม "ทุเรียนตะนาวศรี" ของดีเมืองราชบุรี สดจากต้น พร้อมอุดหนุนผลผลิตของเกษตรกรท้องถิ่น สร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน.

วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ราชบุรี ผนึกกำลังแพทย์อาสา เฉพาะทางตรวจสุขภาพพระสงฆ์ผู้สูงอายุ

ผนึกกำลังแพทย์อาสา เปิด 10 คลินิกเฉพาะทาง ตรวจสุขภาพพระสงฆ์-ผู้สูงอายุ ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระสังฆราช ฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา
จังหวัดราชบุรี ร่วมกับ มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ แพทยสภา และภาคีเครือข่าย จัด "โครงการหน่วยแพทย์อาสาถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในวาระฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา" มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตพระภิกษุสงฆ์และผู้สูงอายุ ภายใต้เป้าหมาย "พระแข็งแรง วัดมั่นคง ชุมชนเป็นสุข" เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย ประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการหน่วยแพทย์อาสาฯ โดยมีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข น.ส.ฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี, พญ.ปาจรีย์ อารีย์รบ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดราชบุรี ตลอดจนผู้บริหารจากกระทรวงสาธารณสุข แพทยสภา และคณะจิตอาสา ให้การต้อนรับและร่วมพิธีอย่างคับคั่ง
โครงการดังกล่าวเกิดจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์, แพทยสภา, สถาบันมหิตลาธิเบศร, จังหวัดราชบุรี, นักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์สำหรับผู้บริหารระดับสูง (ปธพ. รุ่นที่ 1-12) และนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้นำทางการแพทย์ (ปนพ. รุ่นที่ 1-3) จัดงานในครั้งนี้ขึ้น เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระสังฆราช พร้อมทั้งนำบริการทางการแพทย์เฉพาะทางออกสู่พื้นที่ เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ สามเณร และผู้สูงอายุ สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ลดระยะเวลาการเดินทาง และลดความแออัดในโรงพยาบาล ตลอดจนเป็นการสนับสนุนการดำเนินงานตามธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ. 2560"
สำหรับโครงการนี้ ตั้งเป้าให้บริการตรวจสุขภาพแก่กลุ่มเป้าหมายจำนวนประมาณ 300 ราย โดยระดมทีมแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และบุคลากรทางการแพทย์จิตอาสาจากหลายสาขาวิชาชีพ มาเปิดให้บริการ คลินิกเฉพาะทางถึง 10 คลินิก ประกอบด้วย: คลินิกตรวจสุขภาพทั่วไป, คลินิกตรวจหัวใจ, คลินิกผิวหนัง, คลินิกวัคซีนไข้หวัดใหญ่, คลินิกเอกซเรย์ปอด, คลินิกกระดูกและข้อ, คลินิกเวชศาสตร์ฟื้นฟู, คลินิกทันตกรรม, คลินิกจักษุ และคลินิกคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่การดำเนินโครงการถูกแบ่งออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 เป็นการออกหน่วยล่วงหน้าเพื่อให้บริการคลินิกคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colonoscope) ระหว่างวันที่ 27-28 มิถุนายน 2569 ณ โรงพยาบาลบ้านโป่ง และระยะที่ 2 คือการเปิดให้บริการคลินิกเฉพาะทางแบบเต็มรูปแบบทั้ง 10 คลินิกในวันนี้ (5 กรกฎาคม) ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชฯ
ช่วงท้ายของพิธีเปิด ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา และ พล.อ.ต. นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภาและเลขาธิการมูลนิธิฯ ได้กล่าวขอบคุณคณะผู้จัดงาน ผู้สนับสนุน และหน่วยแพทย์อาสาทุกสังกัด ที่รวมพลังสามัคคีทำให้โครงการนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ก่อนที่คณะแพทย์อาสาจะแยกย้ายไปให้บริการประชาชนและพระภิกษุสงฆ์ตามคลินิกต่างๆ จนเสร็จสิ้นภารกิจในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ราชบุรีเปิดเมืองแห่งความเท่าเทียม! จัดยิ่งใหญ่ “Ratchaburi Pride 2026”

เทศบาลเมืองราชบุรี ผนึกกำลังจังหวัดราชบุรีและภาคีเครือข่าย จัดงาน “Ratchaburi Pride 2026” ภายใต้แนวคิด “ALL COLOR ALL LOVE ALL PRIDE” อย่างยิ่งใหญ่ ณ ลานเด็กดิน ริมเขื่อนรัฐประชาพัฒนา อำเภอเมืองราชบุรี มุ่งส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศ ควบคู่การกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว สะท้อนภาพลักษณ์เมืองที่เปิดกว้างและเป็นมิตรกับทุกความหลากหลาย
นางสาวปิยะฉัตร ไพชนม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดงาน Ratchaburi Pride 2026 พร้อมเยี่ยมชมกิจกรรมต่าง ๆ ภายในงาน โดยมีผู้บริหารเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารกลุ่มสายรุ้งราชบุรี คณะผู้จัดงาน และประชาชนเข้าร่วมอย่างคึกคัก ก่อนเริ่มพิธีเปิด ผู้ร่วมงานได้ร่วมยืนถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ จากนั้นเข้าสู่การแสดง Opening Show สุดตระการตาจาก LEMON CABARET SHOW ที่สร้างสีสันและความประทับใจให้กับผู้ร่วมงาน
นายศักดิ์ชัย พิศาลผล นายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี กล่าวว่า เดือนมิถุนายนของทุกปีถือเป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลองความภาคภูมิใจในความหลากหลายทางเพศ ซึ่งทั่วโลกต่างร่วมกันผลักดันคุณค่าของความเท่าเทียมและการยอมรับความแตกต่าง เทศบาลเมืองราชบุรีจึงร่วมกับจังหวัดราชบุรี กลุ่มสายรุ้งราชบุรี YEC ตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี สถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรี สถาบันการศึกษา หอศิลป์ดีคุ้นส์ องค์กรภาคเอกชน ผู้นำชุมชน และเครือข่ายภาคประชาชน จัดงานดังกล่าวขึ้น เพื่อเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้ทุกเพศทุกวัยได้แสดงศักยภาพอย่างเท่าเทียม การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมบทบาทของผู้มีความหลากหลายทางเพศให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเมือง ลดความเหลื่อมล้ำและการเลือกปฏิบัติ พร้อมเตรียมความพร้อมด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับราชบุรีสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวที่น่าประทับใจในทุกเทศกาล ด้านนางสาวปิยะฉัตร ไพชนม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า งาน Ratchaburi Pride 2026 ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองความภาคภูมิใจในความหลากหลายทางเพศ แต่ยังเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมสู่ความเสมอภาค ทั้งในมิติด้านกฎหมาย การรับรู้ และพื้นที่ทางวัฒนธรรม สร้างความเข้าใจและการยอมรับความแตกต่างในสังคม ภายใต้แนวคิด “ALL COLOR ALL LOVE ALL PRIDE” ที่เปรียบทุกความรักและความภาคภูมิใจดั่งสีสันหลากเฉดบนสายรุ้ง ซึ่งรวมกันเป็นความงดงามและพลังแห่งการสร้างสรรค์
ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลายที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยว อาทิ เวทีเสวนา “You Talk We Pride” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ กิจกรรมประกวด Costume Contest Pride Icon Stage กิจกรรม Street Art การแข่งขัน BEYBLADE X – RATCHABURI XTREME 2026 ทั้งรุ่น Junior และ Open การแสดง Cover Dance การแสดงพิเศษจากศิลปินและคอนเสิร์ตของ TWOTAO รวมถึงกิจกรรมดนตรีและศิลปวัฒนธรรมภายใต้แนวคิด “The Rhythm of Pride” นอกจากนี้ ยังมีการเปิดพื้นที่ตลาดสร้างสรรค์ ทั้งตลาดชุมชน ตลาดโคยกี๊ ตลาดอาร์ต และตลาดสีรุ้ง เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน
การจัดงาน Ratchaburi Pride 2026 ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงสะท้อนพลังแห่งความหลากหลายและความเท่าเทียม แต่ยังเป็นอีกก้าวสำคัญของจังหวัดราชบุรีในการเปิดเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยว สร้างภาพลักษณ์เมืองแห่งโอกาสที่พร้อมโอบรับทุกความแตกต่าง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ราชบุรี กกต.เปิดเวทีระดมสมองพัฒนาการสื่อสาร

กกต.ลุยราชบุรี เปิดเวทีระดมสมองพัฒนาการสื่อสาร “กฎหมายเลือกตั้ง” ให้ประชาชนเข้าใจง่าย สร้างผู้นำประชาธิปไตยยุคใหม่
ที่โรงแรมเวสเทิร์น แกรนด์ โฮเทล ราชบุรี อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดโครงการจัดการศึกษาอบรมหลักสูตรการพัฒนาผู้นำทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย รุ่นที่ 2 (พนต.2) พร้อมด้วย ดร.พัชรินทร์ รัตนวิภา ผู้ตรวจการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และนายณัฏฐกร คงเดชา ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดราชบุรี ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ
การอบรมครั้งนี้จัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผ่านสถาบันวิทยาการพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง โดยกลุ่มงานโครงการเชิงปฏิบัติการ กลุ่มที่ 9 ซึ่งกำหนดให้จังหวัดราชบุรีเป็นพื้นที่ดำเนินโครงการ ภายใต้หัวข้อ “การพัฒนารูปแบบการสื่อสารเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับกฎหมายการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย คณะกรรมการศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง สื่อมวลชน นักศึกษา ตัวแทนผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผู้ตรวจการเลือกตั้ง เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเสนอแนวทางพัฒนาการสื่อสารด้านกฎหมายเลือกตั้งให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นายณัฏฐกร คงเดชา ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า สำนักงาน กกต.ส่วนกลางได้ดำเนินโครงการฝึกอบรม “หลักสูตรการพัฒนาผู้นำทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย รุ่นที่ 2” และเลือกจังหวัดราชบุรีเป็นพื้นที่จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพื่อเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเกี่ยวกับการสื่อสารกฎหมายเลือกตั้ง สส. ในยุคสังคมดิจิทัล ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญของการระดมความคิดเห็น คือการค้นหารูปแบบการสื่อสารที่เหมาะสมกับบริบทของสังคมปัจจุบัน เพื่อทำให้เนื้อหากฎหมายเลือกตั้งที่มีความซับซ้อน สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นข้อมูลที่เข้าใจง่าย กระชับ และเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มได้อย่างรวดเร็ว
กกต.คาดหวังว่า ข้อเสนอและความคิดเห็นที่ได้รับจากเวทีครั้งนี้ จะนำไปสู่การพัฒนาช่องทางและรูปแบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้ประชาชนสามารถเรียนรู้และเข้าใจกฎหมายเลือกตั้งได้โดยไม่จำเป็นต้องศึกษากฎหมายฉบับเต็มที่มีเนื้อหาจำนวนมาก อันจะเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมือง สร้างความตระหนักรู้ด้านสิทธิหน้าที่ของประชาชน และเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบอบประชาธิปไตยในระยะยาว

วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ราชบุรี ปลุกพลัง SME ไทย ดันใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มมูลค่าธุรกิจ

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำทีมเปิดโครงการ “SME ไทย เพิ่มมูลค่าได้ด้วยทรัพย์สินทางปัญญา” เดินหน้า สร้างความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการไทย ชูทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ
ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ วิศมา จังหวัดราชบุรี นายนภินทร ศรีสรรพางค์ เป็นประธานเปิดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SME ครั้งที่ 1 ภายใต้โครงการ “SME ไทย เพิ่มมูลค่าได้ด้วยทรัพย์สินทางปัญญา” ซึ่งจัดโดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) โดยมีผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง นายนภินทร กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนา SME ซึ่งเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SME กว่า 3.28 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 99.5 ของวิสาหกิจทั้งหมด และมีการจ้างงานกว่า 13.6 ล้านคน จึงได้ผลักดันความร่วมมือระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญาและ สสว. เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้สร้างมูลค่าเพิ่มและเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันอย่างเป็นรูปธรรม “ทรัพย์สินทางปัญญาไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นอาวุธสำคัญทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร การออกแบบผลิตภัณฑ์ หรือลิขสิทธิ์ ซึ่งล้วนช่วยสร้างความแตกต่าง เพิ่มมูลค่า และคุ้มครองธุรกิจในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว
สำหรับกิจกรรมที่จังหวัดราชบุรี ระหว่างวันที่ 15-16 มิถุนายน 2569 ถือเป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรกของโครงการ ก่อนขยายผลไปยังอีก 5 พื้นที่ ได้แก่ เชียงใหม่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สงขลา ขอนแก่น และชลบุรี โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 300 กิจการภายในงานมีการอบรมเชิงลึกแบบครบวงจร ตั้งแต่การสร้างแบรนด์ การตลาดออนไลน์ การออกแบบโลโก้ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การเข้าถึงแหล่งเงินทุน ตลอดจนการให้คำปรึกษาจากหน่วยงานพันธมิตร อาทิ สสว. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ SME D Bankนอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษ อาทิ การสนับสนุนค่าธรรมเนียมยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาสูงสุด 3,000 บาทต่อกิจการ และบริการ Fast Track สำหรับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ซึ่งสามารถทราบผลพิจารณาได้ภายใน 3 เดือน ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงระบบคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมทั้ง 6 พื้นที่ โครงการยังเตรียมต่อยอดโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการผ่านงานแสดงและจำหน่ายสินค้า รวมถึงกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) ร่วมกับกลุ่มโมเดิร์นเทรด ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าส่งค้าปลีก เพื่อขยายตลาดและสร้างโอกาสการเติบโตให้ SME ไทยอย่างก้าวกระโดด นายนภินทร กล่าวทิ้งท้ายว่า การเริ่มต้นที่จังหวัดราชบุรีถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ หากผู้ประกอบการสามารถนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มศักยภาพ จะเป็นพลังสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจจากฐานราก และนำไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต