บทความที่ได้รับความนิยม

วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ราชบุรี หุนยนต์ผ่าตีดหนุนบกระดับรักษาโรคยาก

สส.กุลวลี ติดตามความพร้อม “หุ่นยนต์ผ่าตัด” รพ.ราชบุรี หนุนยกระดับรักษาโรคยาก พร้อมเร่งแก้ปัญหาที่จอดรถ-อาคาร 10 ชั้น ลดแออัดผู้ป่วย
วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ที่ห้องประชุมโรงพยาบาลราชบุรี นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี เขต 1 เข้าพบ นายแพทย์นิคม มะลิทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชบุรี พร้อมคณะผู้บริหาร เพื่อติดตามความก้าวหน้าการนำเทคโนโลยี หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic-Assisted Surgery) มาใช้รักษาผู้ป่วย รวมถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอาคาร 10 ชั้น และแนวทางแก้ไขปัญหาความแออัด โรงพยาบาลราชบุรีถือเป็น โรงพยาบาลแห่งแรกในเขตสุขภาพที่ 5 ที่นำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมาใช้ โดยสามารถผ่าตัดรักษาผู้ป่วยโรคนิ่วในถุงน้ำดีและไส้เลื่อนที่ขาหนีบได้สำเร็จ ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย โดยมีทีมศัลยแพทย์โรงพยาบาลราชบุรีร่วมกับศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดีจากโรงพยาบาลกรุงเทพ ถ่ายทอดองค์ความรู้และร่วมปฏิบัติการผ่าตัด ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพการรักษาของจังหวัด
นายแพทย์นิคม มะลิทอง กล่าวว่า โรงพยาบาลมีเป้าหมายพัฒนาการรักษาโรคที่มีความซับซ้อน เพื่อลดการส่งต่อผู้ป่วยเข้ากรุงเทพฯ ปัจจุบันได้ผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์แล้ว 14 ราย ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ ช่วยลดระยะเวลาผ่าตัด ลดการเสียเลือด และผู้ป่วยฟื้นตัวได้ดี อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ เนื่องจากต้นทุนการผ่าตัดเฉลี่ยรายละประมาณ 60,000 บาท ขณะที่ราคาหุ่นยนต์มีมูลค่าราว 80 ล้านบาท จึงหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงสาธารณสุขเพื่อขยายการให้บริการในอนาคต ด้าน นางสาวกุลวลี กล่าวว่า ในฐานะผู้แทนราษฎร ต้องการมาติดตามความพร้อมของโรงพยาบาล ทั้งด้านเทคโนโลยี เครื่องมือแพทย์ และปัญหาที่ได้รับการสะท้อนจากประชาชน เพื่อนำไปประสานผลักดันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างอาคาร 10 ชั้น ซึ่งได้รับงบประมาณจากกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงการจัดสรรพื้นที่จอดรถ เพื่อบรรเทาปัญหาความแออัดของผู้มาใช้บริการที่มีมากกว่า 4,000 คนต่อวัน ขณะที่อาคารจอดรถรองรับได้เพียงประมาณ 350-400 คัน
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชบุรี ระบุเพิ่มเติมว่า โรงพยาบาลได้วางแผนบริหารจัดการพื้นที่จอดรถและปรับระบบบริการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดพื้นที่สำหรับผู้ป่วยฉุกเฉิน การส่งยากลับบ้าน และการนัดรับยาช่วงเย็น เพื่อลดความแออัดและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน พร้อมเดินหน้าพัฒนาโรงพยาบาลให้เป็นศูนย์การแพทย์ที่ทันสมัย รองรับการรักษาผู้ป่วยโรคซับซ้อนของภาคตะวันตกอย่างมีประสิทธิภาพ

วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ราชบุรี เปิดงาน “มหัศจรรย์อัมพวา” ดันสมุทรสงครามสู่เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารโลก

สมุทรสงครามเดินหน้ายกระดับการท่องเที่ยว เปิดงาน “มหัศจรรย์อัมพวา มนต์เสน่ห์สมุทรสงคราม” อย่างยิ่งใหญ่ ชูจุดเด่นอาหารท้องถิ่น วัฒนธรรม และวิถีชีวิตริมแม่น้ำ หวังผลักดันจังหวัดสู่การเป็น Creative City of Gastronomy ของยูเนสโก พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและส่งเสริมการท่องเที่ยวค้างคืน
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ที่โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ อำเภออัมพวา นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ ร.ต.อ.ณัชธพงศ์ ประเสริฐโสภา เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน ซึ่งสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสมุทรสงคราม และโครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 กรกฎาคม 2569 ณ โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ ตลาดน้ำอัมพวา และวัดจุฬามณี
นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า การจัดงานมุ่งประชาสัมพันธ์อัตลักษณ์เมืองแม่กลองในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและอาหาร ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาพักค้างแรมมากขึ้น พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจชุมชนผ่านวัตถุดิบท้องถิ่น ภูมิปัญญาการปรุงอาหาร และวิถีชีวิตริมน้ำ ภายในงานคึกคักด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย นิทรรศการ อาหารพื้นถิ่น กิจกรรมสาธิตภูมิปัญญา และเวทีเสวนา “สมุทรสงคราม : อร่อยทุกอณู” โดยเชฟชื่อดัง ร่วมรังสรรค์เมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่น พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมโหวตเมนูเด่นของจังหวัดในโครงการ 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น ปี 2569
นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังได้เพลิดเพลินกับการแสดงดนตรีและคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง ชิมอาหารพื้นเมือง เลือกซื้อของดีเมืองแม่กลอง พร้อมบริการ เรือล่องชมวิถีชีวิตริมแม่น้ำฟรี เชื่อม 3 พื้นที่สำคัญ ได้แก่ วัดจุฬามณี โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ และตลาดน้ำอัมพวา สร้างสีสันและประสบการณ์ท่องเที่ยวในมิติใหม่ ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี จนถึงวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.00-21.00 น. เพื่อสัมผัสเสน่ห์เมืองแม่กลองผ่านอาหาร วัฒนธรรม และวิถีชุมชนที่ยังคงมีชีวิตชีวาอย่างงดงาม.

วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

สมุทรสงครามพลิกโฉมอัมพวาชวนสัมผัสมนต์เสน่ห์เมืองริมน้ำ

สมุทรสงครามเดินหน้าปลุกกระแสการท่องเที่ยวครั้งใหญ่ ชวนสัมผัสเสน่ห์เมืองเก่าริมน้ำผ่านงาน “มหัศจรรย์อัมพวา มนต์เสน่ห์สมุทรสงคราม” ระหว่างวันที่ 25-27 กรกฎาคม 2569 ณ โครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ ตลาดน้ำอัมพวา และวัดจุฬามณี ยกระดับอัตลักษณ์ด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิต และอาหารท้องถิ่น พร้อมผลักดันจังหวัดสู่ เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกด้านอาหาร (Creative City of Gastronomy)
ที่ร้านชานชาลา โครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน ร่วมด้วย นางสาวชัยพฤกษ์ อ่อนพิมพ์ วัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสงคราม นายชัยวิทย์ เผื่อนอุดม ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม ร้อยโทพัชโรดม อุนสุวรรณ ที่ปรึกษาโครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ และภาคีเครือข่ายภาครัฐ-เอกชน การจัดงานเป็นความร่วมมือของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสงคราม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสมุทรสงคราม และโครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้อัมพวาเป็นมากกว่าตลาดน้ำ แต่เป็นจุดหมายปลายทางด้านวัฒนธรรม อาหาร และวิถีชีวิตริมน้ำ กระตุ้นการท่องเที่ยว การพักค้างแรม และสร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
ภายในงานพบกับนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยม นิทรรศการสถาบันพระมหากษัตริย์กับจังหวัดสมุทรสงคราม นิทรรศการอาหารสร้างสรรค์ ชิมเมนูพื้นถิ่นจากวัตถุดิบเมืองแม่กลอง ช้อปสินค้าชุมชน ชมการสาธิตภูมิปัญญา กิจกรรม DIY การแสดงโขนเยาวชน ดนตรี และศิลปวัฒนธรรมไทยตลอดทั้งงาน อีกหนึ่งไฮไลต์คือคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง ฟอร์ม ชลพิพรรธน์, เอ๊ะ จิรากร, ปราโมทย์ วิเลปะนะ และกานต์ ที่จะมาสร้างสีสันตลอด 3 วัน ขณะที่ตลาดน้ำอัมพวาจะประดับไฟและตกแต่งจุดเช็กอิน พร้อมเวทีดนตรีอะคูสติก เติมชีวิตชีวาให้เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมกลับมาคึกคักอีกครั้ง
นอกจากนี้ วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.00-16.30 น. จะมีเวทีเสวนา “สมุทรสงคราม อร่อยทุกอณู” โดย เชฟบุ๊ค บุญสมิทธิ์ พุกกะณะสุต และ เชฟบอล สุถี เสริฐศรี ถ่ายทอดเรื่องราวอาหารท้องถิ่นและภูมิปัญญาเมืองแม่กลอง พร้อมบริการ ล่องเรือฟรี เชื่อม 3 จุดสำคัญ ได้แก่ วัดจุฬามณี โครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ และตลาดน้ำอัมพวา (จำนวนจำกัด) งาน “มหัศจรรย์อัมพวา มนต์เสน่ห์สมุทรสงคราม” เปิดให้เข้าชมฟรี ระหว่างวันที่ 25-27 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.00-21.00 น. เชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ของอัมพวา ผ่านเสน่ห์อาหาร วัฒนธรรม และวิถีชีวิตริมน้ำ ที่จะทำให้ทุกคนตกหลุมรักสมุทรสงครามอีกครั้ง พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันเมืองแห่งนี้สู่เวทีเมืองสร้างสรรค์ระดับโลก

วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

รร.เบญจมราชูทิศราชบุรีจัดอบรมสืบสารละครชาตรี

รร.เบญจมราชูทิศ ราชบุรี จัดอบรมสืบสาน "ละครชาตรี" ปลูกฝังเยาวชนอนุรักษ์ศิลปะการแสดงท้องถิ่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี ได้จัดการอบรมพัฒนาทักษะนาฏศิลป์และดนตรีไทย เพื่อมุ่งอนุรักษ์และสืบสานศิลปะการแสดง "ละครชาตรี" ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นอันทรงคุณค่าของจังหวัดราชบุรี โดยการจัดงานในครั้งนี้ประกอบไปด้วย 2 โครงการที่จัดขึ้นคู่ขนานกัน ได้แก่ โครงการอบรมพัฒนาทักษะทางด้านนาฏศิลป์ไทย (ละครชาตรี) ครั้งที่ 2 และโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ การปรับวงดนตรีไทยเพื่อประกอบการแสดงละครชาตรี 2
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี จัดโครงการฯนี้ขึ้นเพื่อปลูกจิตสำนึกให้นักเรียนรักและหวงแหนในนาฏศิลป์ไทย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และศิลปะการแสดงประจำชาติไทย และเป็นการอนุรักษ์ศิลปะการแสดงละครชาตรีของจังหวัดราชบุรีให้คงอยู่ต่อไป รวมทั้งพัฒนาความรู้และความสามารถทางด้านดนตรีไทยที่ใช้ประกอบการแสดงละครชาตรีของผู้เรียนอย่างเต็มศักยภาพ ตลอดจนเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความสามารถทางด้านดนตรีและนาฏศิลป์ไทยได้อย่างหลากหลาย โอกาสนี้โครงการ ยังได้มีการจัดแสดงละครชาตรี เพื่อให้คณะผู้บริหารโรงเ
รียน ส่วนราชการ และบุคคลทั่วไปได้รับชมผลงานและความสามารถของนักเรียนที่ผ่านการอบรม โดยมี พระมงคลธรรมาภรณ์ เจ้าคณะอำเภอเมืองราชบุรี (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดสัตตนารถปริวัตร นายธนกฤต พราหมน์นก รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารทั่วไป นางสาวสุริสา นิลนารถ วัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี ร่วมให้เกียรติรับชม ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดและสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของชาติและท้องถิ่นให้คงอยู่คู่สังคมไทยสืบไป
สำหรับ "ละครชาตรี" เป็นละครไทยประเภทหนึ่งที่สันนิษฐานว่านำเอาการขับร้อง ฟ้อนรำ และดนตรีมาผสมผสานกับละครตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยจังหวัดราชบุรีถือเป็น 1 ใน 22 จังหวัดของภาคกลางที่มีการแสดงประเภทนี้ ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากภูมิปัญญาท้องถิ่นและได้รับการถ่ายทอดโดยปราชญ์ชาวบ้าน เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของละครชาตรีคือ ผู้แสดงจะต้องร้องเอง รำเอง และเจรจาเอง โดยมีพ่อครูหรือแม่ครูคอยบอกบท และต้องแสดงประกอบกับการบรรเลงดนตรีสด

วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ราชบุรี วัดบ้านหม้อวางศิลาฤกษ์สร้างศาลา เมรุไร้มลพิษ

วัดบ้านหม้อวางศิลาฤกษ์สร้างศาลา-เมรุไร้มลพิษ ทดแทนเมรุเก่า ยกระดับบริการชุมชน
ดบ้านหม้อ ต.คลองตาคต อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ก่อสร้าง ศาลาและเมรุไร้มลพิษ เพื่อทดแทนเมรุหลังเดิมที่ชำรุดทรุดโทรมจากการใช้งานมานาน พร้อมยกระดับการประกอบพิธีฌาปนกิจให้ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รองรับการให้บริการประชาชนในพื้นที่และชุมชนใกล้เคียง พิธีจัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 โดยได้รับความเมตตาจาก พระครูวิสุทธานันทคุณ (สุรศักดิ์ วิสุทฺธาจาโร) เจ้าคณะอำเภอโพธาราม เจ้าอาวาสวัดเขาช่องพราน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ขณะที่ นายรุ่งเรือง นางพรพัชรา ยิ่งเจริญ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย นายประทีป มีพรบูชา นายกเทศมนตรีตำบลคลองตาคต นายกิตติ ศิริสมบูรณ์ อดีต ส.จ.ราชบุรี ผู้นำท้องถิ่น และพุทธศาสนิกชนร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางบรรยากาศอิ่มบุญ โดยมีการเปิดโรงทานบริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดทั้งวัน
การก่อสร้างครั้งนี้ใช้งบประมาณประมาณ 8–10 ล้านบาท โดยจะใช้เทคโนโลยีเมรุไร้มลพิษ ช่วยลดการปล่อยควัน ฝุ่น และกลิ่นจากการฌาปนกิจ ลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับสาธารณูปโภคของวัดให้รองรับกิจกรรมทางศาสนาได้อย่างยั่งยืน ผู้มีจิตศรัทธาที่ประสงค์ร่วมสมทบทุนก่อสร้างศาลาและเมรุไร้มลพิษ สามารถร่วมทำบุญได้ที่วัดบ้านหม้อ หรือโอนผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย เลขที่ 708-0-34268-6 ชื่อบัญชี วัดบ้านหม้อ.