บทความที่ได้รับความนิยม

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ราชบุรีเปิดเมืองแห่งความเท่าเทียม! จัดยิ่งใหญ่ “Ratchaburi Pride 2026”

เทศบาลเมืองราชบุรี ผนึกกำลังจังหวัดราชบุรีและภาคีเครือข่าย จัดงาน “Ratchaburi Pride 2026” ภายใต้แนวคิด “ALL COLOR ALL LOVE ALL PRIDE” อย่างยิ่งใหญ่ ณ ลานเด็กดิน ริมเขื่อนรัฐประชาพัฒนา อำเภอเมืองราชบุรี มุ่งส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศ ควบคู่การกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว สะท้อนภาพลักษณ์เมืองที่เปิดกว้างและเป็นมิตรกับทุกความหลากหลาย
นางสาวปิยะฉัตร ไพชนม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดงาน Ratchaburi Pride 2026 พร้อมเยี่ยมชมกิจกรรมต่าง ๆ ภายในงาน โดยมีผู้บริหารเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารกลุ่มสายรุ้งราชบุรี คณะผู้จัดงาน และประชาชนเข้าร่วมอย่างคึกคัก ก่อนเริ่มพิธีเปิด ผู้ร่วมงานได้ร่วมยืนถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ จากนั้นเข้าสู่การแสดง Opening Show สุดตระการตาจาก LEMON CABARET SHOW ที่สร้างสีสันและความประทับใจให้กับผู้ร่วมงาน
นายศักดิ์ชัย พิศาลผล นายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี กล่าวว่า เดือนมิถุนายนของทุกปีถือเป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลองความภาคภูมิใจในความหลากหลายทางเพศ ซึ่งทั่วโลกต่างร่วมกันผลักดันคุณค่าของความเท่าเทียมและการยอมรับความแตกต่าง เทศบาลเมืองราชบุรีจึงร่วมกับจังหวัดราชบุรี กลุ่มสายรุ้งราชบุรี YEC ตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี สถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรี สถาบันการศึกษา หอศิลป์ดีคุ้นส์ องค์กรภาคเอกชน ผู้นำชุมชน และเครือข่ายภาคประชาชน จัดงานดังกล่าวขึ้น เพื่อเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้ทุกเพศทุกวัยได้แสดงศักยภาพอย่างเท่าเทียม การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมบทบาทของผู้มีความหลากหลายทางเพศให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเมือง ลดความเหลื่อมล้ำและการเลือกปฏิบัติ พร้อมเตรียมความพร้อมด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับราชบุรีสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวที่น่าประทับใจในทุกเทศกาล ด้านนางสาวปิยะฉัตร ไพชนม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า งาน Ratchaburi Pride 2026 ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองความภาคภูมิใจในความหลากหลายทางเพศ แต่ยังเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมสู่ความเสมอภาค ทั้งในมิติด้านกฎหมาย การรับรู้ และพื้นที่ทางวัฒนธรรม สร้างความเข้าใจและการยอมรับความแตกต่างในสังคม ภายใต้แนวคิด “ALL COLOR ALL LOVE ALL PRIDE” ที่เปรียบทุกความรักและความภาคภูมิใจดั่งสีสันหลากเฉดบนสายรุ้ง ซึ่งรวมกันเป็นความงดงามและพลังแห่งการสร้างสรรค์
ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลายที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยว อาทิ เวทีเสวนา “You Talk We Pride” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ กิจกรรมประกวด Costume Contest Pride Icon Stage กิจกรรม Street Art การแข่งขัน BEYBLADE X – RATCHABURI XTREME 2026 ทั้งรุ่น Junior และ Open การแสดง Cover Dance การแสดงพิเศษจากศิลปินและคอนเสิร์ตของ TWOTAO รวมถึงกิจกรรมดนตรีและศิลปวัฒนธรรมภายใต้แนวคิด “The Rhythm of Pride” นอกจากนี้ ยังมีการเปิดพื้นที่ตลาดสร้างสรรค์ ทั้งตลาดชุมชน ตลาดโคยกี๊ ตลาดอาร์ต และตลาดสีรุ้ง เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน
การจัดงาน Ratchaburi Pride 2026 ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงสะท้อนพลังแห่งความหลากหลายและความเท่าเทียม แต่ยังเป็นอีกก้าวสำคัญของจังหวัดราชบุรีในการเปิดเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยว สร้างภาพลักษณ์เมืองแห่งโอกาสที่พร้อมโอบรับทุกความแตกต่าง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ราชบุรี กกต.เปิดเวทีระดมสมองพัฒนาการสื่อสาร

กกต.ลุยราชบุรี เปิดเวทีระดมสมองพัฒนาการสื่อสาร “กฎหมายเลือกตั้ง” ให้ประชาชนเข้าใจง่าย สร้างผู้นำประชาธิปไตยยุคใหม่
ที่โรงแรมเวสเทิร์น แกรนด์ โฮเทล ราชบุรี อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดโครงการจัดการศึกษาอบรมหลักสูตรการพัฒนาผู้นำทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย รุ่นที่ 2 (พนต.2) พร้อมด้วย ดร.พัชรินทร์ รัตนวิภา ผู้ตรวจการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และนายณัฏฐกร คงเดชา ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดราชบุรี ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ
การอบรมครั้งนี้จัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผ่านสถาบันวิทยาการพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง โดยกลุ่มงานโครงการเชิงปฏิบัติการ กลุ่มที่ 9 ซึ่งกำหนดให้จังหวัดราชบุรีเป็นพื้นที่ดำเนินโครงการ ภายใต้หัวข้อ “การพัฒนารูปแบบการสื่อสารเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับกฎหมายการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย คณะกรรมการศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง สื่อมวลชน นักศึกษา ตัวแทนผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผู้ตรวจการเลือกตั้ง เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเสนอแนวทางพัฒนาการสื่อสารด้านกฎหมายเลือกตั้งให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นายณัฏฐกร คงเดชา ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า สำนักงาน กกต.ส่วนกลางได้ดำเนินโครงการฝึกอบรม “หลักสูตรการพัฒนาผู้นำทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย รุ่นที่ 2” และเลือกจังหวัดราชบุรีเป็นพื้นที่จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพื่อเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเกี่ยวกับการสื่อสารกฎหมายเลือกตั้ง สส. ในยุคสังคมดิจิทัล ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญของการระดมความคิดเห็น คือการค้นหารูปแบบการสื่อสารที่เหมาะสมกับบริบทของสังคมปัจจุบัน เพื่อทำให้เนื้อหากฎหมายเลือกตั้งที่มีความซับซ้อน สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นข้อมูลที่เข้าใจง่าย กระชับ และเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มได้อย่างรวดเร็ว
กกต.คาดหวังว่า ข้อเสนอและความคิดเห็นที่ได้รับจากเวทีครั้งนี้ จะนำไปสู่การพัฒนาช่องทางและรูปแบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้ประชาชนสามารถเรียนรู้และเข้าใจกฎหมายเลือกตั้งได้โดยไม่จำเป็นต้องศึกษากฎหมายฉบับเต็มที่มีเนื้อหาจำนวนมาก อันจะเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมือง สร้างความตระหนักรู้ด้านสิทธิหน้าที่ของประชาชน และเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบอบประชาธิปไตยในระยะยาว

วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ราชบุรี ปลุกพลัง SME ไทย ดันใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มมูลค่าธุรกิจ

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำทีมเปิดโครงการ “SME ไทย เพิ่มมูลค่าได้ด้วยทรัพย์สินทางปัญญา” เดินหน้า สร้างความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการไทย ชูทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ
ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ วิศมา จังหวัดราชบุรี นายนภินทร ศรีสรรพางค์ เป็นประธานเปิดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SME ครั้งที่ 1 ภายใต้โครงการ “SME ไทย เพิ่มมูลค่าได้ด้วยทรัพย์สินทางปัญญา” ซึ่งจัดโดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) โดยมีผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง นายนภินทร กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนา SME ซึ่งเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SME กว่า 3.28 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 99.5 ของวิสาหกิจทั้งหมด และมีการจ้างงานกว่า 13.6 ล้านคน จึงได้ผลักดันความร่วมมือระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญาและ สสว. เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้สร้างมูลค่าเพิ่มและเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันอย่างเป็นรูปธรรม “ทรัพย์สินทางปัญญาไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นอาวุธสำคัญทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร การออกแบบผลิตภัณฑ์ หรือลิขสิทธิ์ ซึ่งล้วนช่วยสร้างความแตกต่าง เพิ่มมูลค่า และคุ้มครองธุรกิจในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว
สำหรับกิจกรรมที่จังหวัดราชบุรี ระหว่างวันที่ 15-16 มิถุนายน 2569 ถือเป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรกของโครงการ ก่อนขยายผลไปยังอีก 5 พื้นที่ ได้แก่ เชียงใหม่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สงขลา ขอนแก่น และชลบุรี โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 300 กิจการภายในงานมีการอบรมเชิงลึกแบบครบวงจร ตั้งแต่การสร้างแบรนด์ การตลาดออนไลน์ การออกแบบโลโก้ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การเข้าถึงแหล่งเงินทุน ตลอดจนการให้คำปรึกษาจากหน่วยงานพันธมิตร อาทิ สสว. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ SME D Bankนอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษ อาทิ การสนับสนุนค่าธรรมเนียมยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาสูงสุด 3,000 บาทต่อกิจการ และบริการ Fast Track สำหรับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ซึ่งสามารถทราบผลพิจารณาได้ภายใน 3 เดือน ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงระบบคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมทั้ง 6 พื้นที่ โครงการยังเตรียมต่อยอดโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการผ่านงานแสดงและจำหน่ายสินค้า รวมถึงกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) ร่วมกับกลุ่มโมเดิร์นเทรด ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าส่งค้าปลีก เพื่อขยายตลาดและสร้างโอกาสการเติบโตให้ SME ไทยอย่างก้าวกระโดด นายนภินทร กล่าวทิ้งท้ายว่า การเริ่มต้นที่จังหวัดราชบุรีถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ หากผู้ประกอบการสามารถนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มศักยภาพ จะเป็นพลังสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจจากฐานราก และนำไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ราชบุรี รมช. เกษตรฯสั่งบรูณาการทุกหน่วยงานช่วยเกษตรกร

รมช.เกษตรฯ เปิด “ตลาดเกษตรรักษ์โลก” ดันสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่ผู้บริโภค พร้อมลงพื้นที่ดำเนินสะดวกเร่งแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำเร่งถอดระหัสปัญหา gap มะพร้าวน้ำหอม
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการนำร่องศึกษาและทดสอบรูปแบบตลาดสินค้าเกษตร “ตลาดเกษตรรักษ์โลก” ณ ตลาดเกษตรกรจังหวัดราชบุรี อำเภอเมืองราชบุรี โดยมีนางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมงานจำนวนมาก ภายในงานมีการสาธิตเมนูอาหารรักษ์โลกจากวัตถุดิบท้องถิ่น อาทิ ต้มยำกุ้งบางแพใส่ไข่ผำราชบุรี และเครื่องดื่มมัลเบอร์รี่เลมอนโซดา พร้อมจัดแสดงนิทรรศการสินค้าเกษตรเด่นของจังหวัดราชบุรี 7 โซน ได้แก่ สับปะรดบ้านคา ไข่ผำ ชันโรง ผักปลอดภัย มะพร้าวน้ำหอม มัลเบอร์รี่ และการสาธิตผลิตภัณฑ์ชามจากใบกล้วย สะท้อนแนวคิดการผลิตและบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ช่วงบ่าย รัฐมนตรีช่วยฯ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดมะพร้าวน้ำหอม ณ บริษัท พี.วาย. ไทยฟรุต จำกัด ตำบลดอนกรวย อำเภอดำเนินสะดวก โดยมีนายจารุวัฒน์ หงส์ศุภางค์พันธุ์ ประธานกลุ่มแปลงใหญ่มะพร้าวน้ำหอมและกรรมการผู้จัดการบริษัทฯ ให้การต้อนรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ได้ติดตามการดำเนินงานเกษตรมูลค่าสูง พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการมะพร้าวน้ำหอมราชบุรี ซึ่งนำเสนอกระบวนการผลิตครบวงจร ตั้งแต่การดูแลแปลง เก็บเกี่ยว คัดคุณภาพ แปรรูป และบรรจุส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ทั้งจีน สหรัฐอเมริกา แคนาดา และยุโรป รวมถึงการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรร่วมกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคและคู่ค้าทั่วโลก สำหรับการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ล่าสุด บริษัท พี.วาย. ไทยฟรุต จำกัด ได้บูรณาการความร่วมมือกับ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด นำผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม อาทิ น้ำมะพร้าวและมะพร้าวหนึบ พร้อมมีระบบประกันราคา ช่วยรองรับผลผลิตส่วนเกินและสร้างหลักประกันด้านรายได้ให้แก่เกษตรกรอย่างเป็นธรรม
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช กล่าวว่า มะพร้าว ยังไม่เคยเข้ามาทำความเข้าใจเชิงลึก มากขนาดนี้มาก่อน ได้เข้ามาดู gap ของมะพร้าวเข้ามาขอข้อมูล จากเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็น แปลงใหญ่ หรือ เกษตรกร รายเล็กซึ่งเป็นข้อมูลทางอินไซด์ และทุกคนจะต้องทำงานกันต่อ gap มีความสำคัญกับเกษตรกร ซึ่ง มันเป็นที่ยอมรับ เป็น มาตรฐานสากล ปัญหาที่เกิดขึ้นจากใบ gap จะต้องไปหาข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมวิชาการเกษตร เพื่อการทำงานเชิงรุก เรื่องของการดูแล การรับรองคุณภาพ และตรวจสอบ หากมีปัญหาทางปลายทาง เกษตรกรก็เดือดร้อน จะต้องประสานกับทุกฝ่าย ทั้งพาณิชย์ จะทำการช้อนซื้ออย่างไร สิ้นเดือนกรกฎาคม จะมีมะพร้าว ออกมามาก จะหาทางช่วยเหลือ ทั้งด้านปุ๋ย ยา และน้ำมัน และจะต้องหาข้อมูลจากทุกๆด้าน ทั้งทางด้านเกษตรกร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ใขปัญหา

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ราชบุรีฮือฮา เจ้าน้ำตาล สุนัขไทยสายเฮลท์ตี้ กินผัก-ผลไม้เป็นอาหารโปรด เมินเนื้อสัตว์จนชาวเน็ตแห่แชร์

สร้างความฮือฮาให้กับชาวโซเชียลในจังหวัดราชบุรี เมื่อสุนัขพันธุ์ไทยเพศเมียตัวหนึ่งมีพฤติกรรมแตกต่างจากสุนัขทั่วไป ด้วยการชื่นชอบกินผักและผลไม้เป็นพิเศษ จนกลายเป็นอาหารโปรดประจำวัน ขณะที่อาหารประเภทเนื้อสัตว์กลับกินเพียงเล็กน้อย สร้างความแปลกใจให้กับผู้พบเห็นและชาวเน็ตจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ตุ้ย สรรค์ชัย” ได้โพสต์ภาพและคลิปวิดีโอสุนัขพันธุ์ไทยกำลังกินผักและผลไม้อย่างเอร็ดอร่อย พร้อมข้อความว่า “เลี้ยงหมาเพิ่งเคยเห็นแปลก แต่จริง ๆ หมาน้อยตัวนี้ชอบกินผัก” หลังเผยแพร่โพสต์ออกไป ได้มีผู้เข้ามากดถูกใจ แสดงความคิดเห็น และแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นพฤติกรรมที่พบเห็นได้ไม่บ่อยในสุนัข ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่ 57/1 หมู่ 9 ตำบลคลองตาคต อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นบ้านของนายสรรค์ชัย สุนทร อายุ 55 ปี เจ้าของสุนัขตัวดังกล่าว เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงภายในบ้านพบว่า นายสรรค์ชัยกำลังจัดเตรียมอาหารให้สุนัข แต่แทนที่จะเป็นอาหารเม็ดหรือข้าวคลุกเนื้อสัตว์เหมือนทั่วไป ภายในกะละมังกลับเต็มไปด้วยแตงกวาหั่นเป็นแว่น กล้วยน้ำว้าสุก และแตงโมสด ทันทีที่เตรียมอาหารเสร็จ “เจ้าน้ำตาล” สุนัขพันธุ์ไทยเพศเมีย อายุประมาณ 8 เดือน รีบวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางตื่นเต้น ก่อนลงมือกินผักและผลไม้ด้วยความเอร็ดอร่อย ขณะที่สุนัขอีกตัวซึ่งเลี้ยงอยู่ในบ้านเดียวกันกลับไม่สนใจอาหารประเภทนี้เลย
นายสรรค์ชัย เปิดเผยว่า ตนรับเจ้าน้ำตาลมาเลี้ยงหลังเห็นประกาศหาบ้านให้ผ่านทางเฟซบุ๊ก และเริ่มฝึกให้กินผักตั้งแต่อายุประมาณ 1 เดือน โดยจัดอาหารสลับกันระหว่างอาหารทั่วไปกับผักและผลไม้ จนกลายเป็นความเคยชินและพัฒนาเป็นอาหารโปรดในที่สุดสำหรับเมนูที่เจ้าน้ำตาลชื่นชอบ ได้แก่ แตงกวา ผักกาด กล้วยน้ำว้าสุก แตงโม ส้ม และผลไม้ตามฤดูกาล โดยเฉพาะกล้วยและแตงกวาที่สามารถกินได้ในปริมาณมาก ขณะที่อาหารประเภทเนื้อสัตว์จะกินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เจ้าของยังบอกอีกว่า แม้เจ้าน้ำตาลจะมีนิสัยร่าเริง ซุกซน และแข็งแรงเหมือนสุนัขทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้แตกต่างคือความชื่นชอบผักและผลไม้เป็นพิเศษ ทุกครั้งที่เห็นแตงกวา กล้วย หรือแตงโม จะรีบวิ่งเข้ามาหาและกินจนหมดอย่างรวดเร็ว
เรื่องราวของ “เจ้าน้ำตาล” สุนัขไทยสายเฮลท์ตี้ จึงกลายเป็นสีสันและรอยยิ้มบนโลกออนไลน์ สร้างความประทับใจให้กับผู้คนจำนวนมาก พร้อมตั้งคำถามด้วยความสนใจว่า สุนัขที่ชอบกินผักและผลไม้มากกว่าเนื้อสัตว์เช่นนี้ อาจเป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมสุดแปลกที่หาได้ยากในบรรดาเพื่อนซี้สี่ขา