บทความที่ได้รับความนิยม
-
เทศบาลเมืองราชบุรี ผู้บริหารลงพื้นที่แจงดราม่าโซเชียล ย้ำโครงการรัฐ-ไม่ใช่งบเทศบาลทั้งปัญหารถติด ทางสัญจรคับแคบ และรายได้ร้านค้าลดลงอย่างเห...
-
เมืองโอ่ง จัด “เดิน–วิ่งต้านมะเร็ง ครั้งที่ 2” รวมพลังดูแลสุขภาพส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการออกกำลังกายพร้อมทั้งระดมทุนพัฒนาโรงพยา...
-
“มะพร้าวน้ำหอมลูกละ 2 บาท” สัญญาณเตือนโครงสร้างราคาบิดเบี้ยว บทเรียนซ้ำเกษตรกรไทยในวงจรล้นตลาด พึ่งพาทุนต่างชาติ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วิกฤ...
-
จัดประชุมวิชาการระดับชาติ “ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงวิจัย ครั้งที่ 14” ดันนวัตกรรมเกษตร–เชื่อมรัฐ เอกชน ท้องถิ่น สู่การใช้ประโยชน์จริง ...
-
จัดงาน “วันสหกรณ์แห่งชาติ 26 กุมภาพันธ์ 2569” รวมพลังเกษตรกร สืบสานอุดมการณ์สหกรณ์ไทย ที่สำนักงานสหกรณ์การเกษตรเมืองราชบุรี ตำบลเจดีย์หัก ...
วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569
ราชบุรี จัดพิธีทำบุญตักบาตร ข้าวต้มมัด
จังหวัดราชบุรีจัดพิธีทำบุญตักบาตร “ข้าวต้มมัด” เนื่องในวันมาฆบูชา ชูอัตลักษณ์วิถีพุทธควบคู่วัฒนธรรมไท-ยวน สะท้อนพลังศรัทธาและความสามัคคีของชุมชนอย่างงดงาม
ที่บริเวณลานหน้าบันไดพญานาค วัดนาหนอง ตำบลดอนแร่ อำเภอเมืองราชบุรี นางสาวปิยะฉัตร ไพชนม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และพุทธศาสนิกชนจำนวนมากร่วมประกอบพิธีอย่างพร้อมเพรียง เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาในวันมาฆบูชา วันสำคัญที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์แก่พระสงฆ์ 1,250 รูป
ที่มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายไฮไลต์สำคัญของงานคือ “ประเพณีตักบาตรข้าวต้มมัด” ซึ่งถือเป็นมรดกภูมิปัญญาของชุมชนไท-ยวน ดอนแร่ ที่สืบทอดกันมายาวนาน ข้าวเหนียว กล้วย และถั่ว ซึ่งเป็นผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ ถูกนำมาห่อใบตองอย่างประณีต แล้วมัดประกบเป็นคู่ สื่อความหมายถึงความรัก ความผูกพัน และความกลมเกลียวของผู้คนในชุมชน ภาพชาวบ้านแต่งกายพื้นถิ่น นำข้าวต้มมัดที่ช่วยกันจัดเตรียมมาตักบาตรท่ามกลางบรรยากาศสงบงามหน้าบันไดพญานาค กลายเป็นภาพสะท้อนศรัทธาที่มั่นคงในพระพุทธศาสนา และการร้อยรัดหัวใจคนดอนแร่ให้เป็นหนึ่งเดียว นอกจากมิติทางศาสนาแล้ว งานดังกล่าวยังตอกย้ำจุดแข็งของราชบุรีด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เปิดพื้นที่ให้ชุมชนชาติพันธุ์ไท-ยวนได้แสดงอัตลักษณ์อย่างภาคภูมิ พร้อมต่อยอดเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สร้างทั้งคุณค่าทางจิตใจและมูลค่าทางเศรษฐกิจในอนาคต
พิธีตักบาตรข้าวต้มมัดจึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมวันพระใหญ่ หากแต่เป็นสัญลักษณ์ของ “ศรัทธาและความสามัคคี” ที่ยังคงหยั่งรากลึกในวิถีชีวิตชาวดอนแร่ และเป็นอีกภาพสะท้อนเสน่ห์เมืองโอ่งที่ควรค่าแก่การสืบสานต่อไป.
วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569
ราชบุรี เทศบาลเมืองราชบุรี ผู้บริหารลงพื้นที่แจงดราม่าโซเชียล
เทศบาลเมืองราชบุรี ผู้บริหารลงพื้นที่แจงดราม่าโซเชียล ย้ำโครงการรัฐ-ไม่ใช่งบเทศบาลทั้งปัญหารถติด ทางสัญจรคับแคบ และรายได้ร้านค้าลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เกี่ยวกับการขุดวางท่อระบายน้ำรอบเมือง ที่ทำให้การจราจรติดขัดและกระทบการค้าขายของประชาชนต่อเนื่องหลายเดือน ล่าสุดผู้บริหารเทศบาลเมืองราชบุรีลงพื้นที่ชี้แจงข้อเท็จจริง ย้ำชัดเป็นโครงการของ กรมโยธาธิการและผังเมือง ไม่ใช่งบดำเนินการของเทศบาลโดยตรง
ทางด้าน นายศักดิ์ชัย พิศาลผล นายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี พร้อมคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่บริเวณถนนแยกอุดมศิริ เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการวางท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ หลังชาวบ้านร้องเรียนถึงผลกระทบจากงานก่อสร้ายืดเยื้อกว่า 6–7 เดือน ทั้งปัญหารถติด ทางสัญจรคับแคบ และรายได้ร้านค้าลดลงอย่างเห็นได้ชัดนายกเทศมนตรีเปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนป้องกันน้ำท่วมเมืองราชบุรี ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมโยธาธิการและผังเมือง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้กำชับให้เร่งรัดผู้รับจ้างให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 มีนาคมนี้ พร้อมยืนยันว่าเทศบาลมีหน้าที่ประสานงาน อำนวยความสะดวก และรับฟังข้อร้องเรียนของประชาชน
ปมปัญหา: เมืองขยาย–พื้นที่รับน้ำหาย
สาเหตุหลักของโครงการนี้ มาจากการขยายตัวของชุมชนเมือง โดยเฉพาะพื้นที่หลังตลาดศรีเมือง ทำให้พื้นที่รับน้ำตามธรรมชาติลดลงอย่างมาก เมื่อเกิดฝนตกหนัก น้ำจึงเอ่อท่วมบริเวณรอบศาลากลางจังหวัดและพื้นที่เศรษฐกิจ ก่อนจะระบายลงสู่ แม่น้ำแม่กลอง ได้ล่าช้าโครงการจึงวางท่อขนาดใหญ่ 2.40 เมตร บนถนนอุดมศิริและถนนท้าวอู่ทอง ควบคู่กับการปรับปรุงคลองฝรั่ง เพื่อนำน้ำลงสู่แม่น้ำแม่กลองบริเวณสะพานธนรัชต์ โดยระบบท่อดังกล่าวจะเป็น “เมนหลัก” รวบรวมน้ำจากหลายสาย อาทิ ถนนสมบูรณ์กุล ถนนแม้นรำลึก ถนนคฑาธร และถนนราษฎรยินดี ครอบคลุมพื้นที่กว่าครึ่งเมือง
ดราม่าอุบัติเหตุ–ข้อเท็จจริงอีกด้าน
กรณีมีข่าวรถยนต์ตกถนนในช่วงก่อสร้าง ซึ่งถูกโยงว่าเกิดจากการขุดวางท่อ นายกเทศมนตรีระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่พบค่าเกิน 100 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ย้ำว่าการจัดการจราจรเป็นหน้าที่ของตำรวจ ส่วนเทศบาลทำหน้าที่ประสานงานและติดตั้งสัญญาณเตือนตามจุดเสี่ยงแม้ประชาชนต้องเผชิญความไม่สะดวกในระยะสั้น แต่เทศบาลย้ำว่าโครงการนี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เกินขีดความสามารถด้านงบประมาณของเทศบาลเอง หากแล้วเสร็จตามกำหนด จะช่วยลดปัญหาน้ำท่วมในเขตเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่น้อยกว่า 20 ปีงานจะแล้วเสร็จทันเส้นตาย 15 มีนาคมหรือไม่มาตรการเยียวยาผู้ค้าผู้ได้รับผลกระทบมีเพียงพอหรือไม่
ระบบระบายน้ำใหม่จะรองรับการขยายเมืองในอนาคตได้จริงแค่ไหน
จากเสียงสะท้อนของประชาชนสู่การลงพื้นที่ของผู้บริหาร วันนี้คำชี้แจงชัดเจนขึ้น แต่คำตอบสุดท้ายจะพิสูจน์ได้เมื่อโครงการแล้วเสร็จ และฤดูฝนมาถึงอีกครั้ง
วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569
ราชบุรีจัดประชุมวิชาการระดับชาติราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง
จัดประชุมวิชาการระดับชาติ “ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงวิจัย ครั้งที่ 14” ดันนวัตกรรมเกษตร–เชื่อมรัฐ เอกชน ท้องถิ่น สู่การใช้ประโยชน์จริง
ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี สถาบันวิจัยและพัฒนา จัดการประชุมวิชาการระดับชาติ “ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงวิจัย ครั้งที่ 14” ภายใต้แนวคิด “สร้างสรรค์นวัตกรรม นำสู่เกษตรไทย เศรษฐกิจก้าวไกล สังคมไทยยั่งยืน” สะท้อนบทบาทมหาวิทยาลัยท้องถิ่นในการขับเคลื่อนองค์ความรู้สู่การพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
รองศาสตราจารย์ ดร.พีรเดช ทองอำไพ นายกสภามหาวิทยาลัย เป็นประธานเปิดงาน พร้อมบรรยายพิเศษหัวข้อ “ทิศทางการวิจัยเพื่อตอบโจทย์การเกษตรสมัยใหม่” ชี้ว่าการวิจัยยุคใหม่ต้องเชื่อมโยงเทคโนโลยี นวัตกรรม และความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์อรรถพล อุสายพันธ์ อธิการบดี กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงานจากภาครัฐ เอกชน และเครือข่ายวิจัยทั่วประเทศ ขณะที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทรงเกียรติ อิงคามระธร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา กล่าวรายงานว่า ปีนี้มีผลงานวิจัยและผลงานวิชาการนำเสนอถึง 186 ผลงาน พร้อมนิทรรศการผลงานวิจัยเพื่อการใช้ประโยชน์อีก 20 ผลงาน ครอบคลุมด้านเกษตรสมัยใหม่ เทคโนโลยีอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และการพัฒนาท้องถิ่น ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้หัวข้อ “ประเด็นที่ต้องการให้มหาวิทยาลัยทำวิจัย เพื่อการนำไปใช้ประโยชน์ให้สอดคล้องกับบริบทของหน่วยงาน” เปิดพื้นที่ให้เครือข่ายภาครัฐและเอกชนสะท้อนความต้องการจริง
ลด “ช่องว่าง” (Research Gap) ระหว่างงานวิจัยบนหิ้งกับการใช้งานในภาคสนาม นอกจากนี้ ยังมีพิธีมอบโล่นักวิจัยดีเด่น และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ 5 องค์กรเครือข่าย ได้แก่ สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สภาอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวสวนผึ้ง สมาคมสื่อมวลชนราชบุรี และ สมาคมพัฒนาวิชาชีพครูแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนงานวิชาการที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจฐานรากและการพัฒนาท้องถิ่น
การประชุมครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเวทีเผยแพร่องค์ความรู้ระดับชาติ แต่ยังตอกย้ำบทบาท “ราชภัฏเพื่อท้องถิ่น” ที่มุ่งผลักดันงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และต่อยอดนวัตกรรมเกษตรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว.
วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ราชบุรี ระส่ำเกษตรกรโคนมกว่า 80 รายช็อก
ระส่ำ! เกษตรกรโคนมกว่า 80 รายช็อก บริษัทยักษ์ใหญ่ตัดโควตาน้ำนมดิบกะทันหัน เสี่ยงเททิ้งวันละหลายตัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วิกฤตวงการโคนมปะทุ เกษตรกรผู้เลี้ยงวัวนมในพื้นที่ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง กว่า 80 ราย รวมตัวหน้าบริษัท ราชบุรี เฟรช จำกัด หลังถูกคู่ค้ารายใหญ่ตัดโควตารับซื้อน้ำนมดิบแบบไม่ทันตั้งตัวตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 อ้างตรวจพบการปนเปื้อนน้ำในน้ำนม ส่งผลให้ปริมาณน้ำนมดิบกว่า 40 ตันเสี่ยงไร้ปลายทางบรรยากาศเต็มไปด้วยความกังวล เมื่อเกษตรกรที่ต้องรีดนมทุกวันไม่สามารถหยุดการผลิตได้ หากไม่มีที่รับซื้อ นอกจากต้องเททิ้ง ยังเสี่ยงกระทบต่อสุขภาพวัวนมโดยตรง
นายเสกสรรค์ ธาราฉัตร เกษตรกรรุ่นที่ 2 เลี้ยงวัวกว่า 80 ตัว รีดนมได้วันละกว่า 500 กิโลกรัม เปิดเผยว่า ตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา และยังมีสัญญาซื้อขายที่ทราบว่าจะสิ้นสุดในเดือนกันยายน 2569 แต่กลับถูกตัดโควตาทันทีโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ทำให้เกษตรกรหมุนตัวไม่ทัน“ถ้าพบว่านมบางคันไม่ได้คุณภาพ ควรตีคืนเฉพาะส่วนนั้น ไม่ใช่ตัดทั้งระบบ” เขากล่าว พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความย้อนแย้งของตลาดนมไทยที่ระบุว่าน้ำนมดิบไม่พอใช้ แต่กลับมีภาวะนมล้นตลาด และเกิดการกดราคารับซื้อจากเดิม 22.75 บาท เหลือเพียง 10–15 บาทต่อกิโลกรัมในบางช่องทาง
ด้านนายบุญญฤทธิ์ โจสรรนุสนธิ์ ผู้จัดการบริษัท ราชบุรี เฟรช จำกัด ยอมรับทั้งน้ำตาว่า บริษัทจะพยายามแบกรับภาระรับซื้อน้ำนมจากเกษตรกรได้เพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น พร้อมเตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง สหกรณ์โคนมหนองโพ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อหาทางออกเร่งด่วนเขายังตั้งคำถามถึงโครงสร้างตลาดนมที่อาจได้รับผลกระทบจากการนำเข้านมผง จนทำให้กลไกราคาเบี่ยงเบน และเปิดช่องให้เกิดการรับซื้อนอกระบบหรือที่เรียกว่า “นมผี” ซึ่งกระทบต่อเกษตรกรผู้ผลิตนมคุณภาพโดยตรงขณะนี้เกษตรกรเรียกร้องให้ภาครัฐ โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เร่งเข้ามาไกล่เกลี่ยและจัดหาแหล่งรับซื้อน้ำนมดิบโดยด่วน เพราะทุกวันที่ผ่านไปหมายถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและความเสี่ยงที่อาชีพเลี้ยงโคนมในพื้นที่จะล้มทั้งระบบ
วิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่เพียงปัญหาของเกษตรกร 80 ครัวเรือน แต่สะท้อนคำถามใหญ่ต่อเสถียรภาพอุตสาหกรรมนมไทย ว่ากลไกตลาดกำลังปกป้องผู้ผลิตต้นทาง หรือปล่อยให้เป็นเหยื่อของเกมธุรกิจกันแน่
วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ราชบุรี จัดวันสหกรณ์แห่งชาติ รวมพลังเกษตรกร
จัดงาน “วันสหกรณ์แห่งชาติ 26 กุมภาพันธ์ 2569” รวมพลังเกษตรกร สืบสานอุดมการณ์สหกรณ์ไทย
ที่สำนักงานสหกรณ์การเกษตรเมืองราชบุรี ตำบลเจดีย์หัก อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันสหกรณ์แห่งชาติจังหวัดราชบุรี ประจำปี 2569 โดยมีนายเฉลิม นวมนิ่ม สหกรณ์จังหวัดราชบุรี พร้อมด้วยนายธวิทย์ กุศลอภิบาล ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรเมืองราชบุรี จำกัด หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และสมาชิกสหกรณ์จากทั่วทั้งจังหวัดเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
การจัดงานครั้งนี้สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้วันที่ 26 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันสหกรณ์แห่งชาติ เพื่อรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของ พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย ผู้ทรงวางรากฐานและริเริ่มกิจการสหกรณ์ในประเทศไทย จนกลายเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยมาจนถึงปัจจุบัน
บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคักและอบอุ่น สะท้อนพลังความร่วมมือของขบวนการสหกรณ์ในจังหวัดราชบุรี โดยช่วงเช้ามีพิธีทำบุญถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์ และพิธีตักบาตรอาหารแห้งเพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นเป็นพิธีวางพานพุ่มสักการะพระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย เพื่อแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณนอกจากนี้ ยังมีการจัดขบวนพาเหรดของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรจากหลายอำเภอ เพื่อแสดงถึงพลัง ความสามัคคี และศักยภาพของเครือข่ายสหกรณ์ในจังหวัดราชบุรี รวมถึงกิจกรรมกีฬาสีเชื่อมความสัมพันธ์ สร้างความรักความผูกพันระหว่างสมาชิก และช่วงเย็นมีงานเลี้ยงสังสรรค์เพื่อกระชับความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การจัดงานในปีนี้ไม่เพียงเป็นการรำลึกถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของขบวนการสหกรณ์ไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสะท้อนบทบาทของสหกรณ์ในฐานะกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน ช่วยสร้างเสถียรภาพด้านการผลิต การตลาด และการเงินให้กับเกษตรกรในจังหวัดราชบุรี ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน พร้อมตอกย้ำแนวคิด “การพึ่งพาตนเองและความร่วมมือ” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบบสหกรณ์ไทยอย่างแท้จริง.
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)












































