บทความที่ได้รับความนิยม

วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569

ราชบุรี เกษตรกรร้องรัฐเร่งตรวจเข้มปมน้ำปรุงแต่งกลิ่น

วิกฤต “มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี” ระอุ! เกษตรกรร้องรัฐเร่งตรวจเข้ม หลังเจอปมน้ำปรุงแต่งกลิ่น กระทบตลาด-ราคาดิ่งยาว 7 เดือน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์มะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่จังหวัดราชบุรีกำลังเผชิญวิกฤตหนัก หลังเกษตรกรออกมาเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งเข้าตรวจสอบขบวนราคามะพร้าวแต่เรื่องการใช้น้ำปรุงแต่งกลิ่นแทนน้ำมะพร้าวแท้ ชี้เป็นต้นตอทำลายความเชื่อมั่นผู้บริโภค ส่งผลให้ผลผลิต “ลูกเล็ก” ระบายไม่ได้ ขาดทุนสะสมต่อเนื่องนานกว่า 7-8 เดือน“ลูกใหญ่ขายได้ แต่ลูกเล็กล้นตลาด” ปัญหาคอขวดที่กำลังบีบเกษตรกรปัจจุบันมะพร้าวน้ำหอมมีผลผลิตลดลงแล้วหลังจากพยายามแก้ปัญหาแต่ราคายังไม่มีการเคลื่อนไหวไปในทางที่ดี
นายศักดิ์ชัย วิริยะกิจเกษตร อายุ 62 ปี เกษตรกรชาวสวนมะพร้าว อำเภอดำเนินสะดวก เปิดเผยว่า ปัจจุบันมะพร้าวลูกใหญ่ซึ่งใช้แปรรูปได้มีเพียงประมาณ 30% เท่านั้น ขณะที่อีกกว่า 70% เป็นมะพร้าวลูกเล็กที่กำลังกลายเป็นปัญหาสะสมโดยปกติ การส่งออกน้ำมะพร้าว 1 ตู้คอนเทนเนอร์ ต้องใช้มะพร้าวราว 100,000 ลูก แต่หากใช้ลูกเล็กจะต้องใช้มากถึง 200,000 ลูก ซึ่งหากมีการส่งออกเฉลี่ยเดือนละ 100 ตู้ จะสามารถระบายผลผลิตได้ถึง 10–20 ล้านลูกต่อเดือน แต่ในความเป็นจริง กลับเกิดปัญหาโรงงานบางแห่งหันไปใช้น้ำปรุงแต่งกลิ่นแทนน้ำมะพร้าวแท้ ทำให้ความต้องการวัตถุดิบลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้มะพร้าวลูกเล็กค้างสต๊อกจำนวนมาก “ผู้บริโภคต้องการน้ำมะพร้าวแท้เพื่อสุขภาพ หากพบว่าไม่ใช่ของจริง ความเชื่อมั่นจะหายไปทันที และกระทบตลาดทั้งระบบ” นายศักดิ์ชัยกล่าว
เกษตรกรจี้รัฐตรวจจริง ไม่ใช่แค่ “ลงพื้นที่สร้างภาพ” นายวัฒนา โตบารมีกุล อายุ 64 ปี เกษตรกรในอำเภอบางแพ สะท้อนปัญหาการบังคับใช้กฎหมายของภาครัฐ ว่ายังขาดความจริงจัง และอาจมีลักษณะ “เลือกปฏิบัติ” โดยระบุว่า โรงงานบางแห่งที่ถูกตรวจสอบ เพียงแค่ถอดป้ายหรือย้ายฐานการผลิตจากถนนใหญ่เข้าไปในพื้นที่ลึก เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ ขณะที่บางพื้นที่มีการตั้งโรงงานในรูปแบบใหม่ เช่น ใช้ตู้คอนเทนเนอร์ และแยกชื่อบริษัทหลายแห่ง เพื่อดำเนินธุรกิจแปรรูปมะพร้าวและน้ำมะพร้าว นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลเรื่องการนำน้ำมะพร้าวที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือมีการปลอมปน ควรส่งเจ้าหน้าที่ตรวจคุณภาพก่อนส่งออกจำหน่ายภายใต้แบรนด์ไทย ซึ่งหากผู้บริโภคปลายทางพบสินค้าไม่มีคุณภาพ จะยิ่งซ้ำเติมภาพลักษณ์สินค้าไทยในตลาดโลก ความเสียหายลามทั้งระบบ
เกษตรกรระบุอีกว่า ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทั้งราคาตกต่ำ การระบายผลผลิตติดขัด และต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทำให้หลายรายต้องแบกรับภาวะขาดทุนสะสมเป็นวงกว้าง พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ตรวจสอบแหล่งผลิตน้ำมะพร้าวอย่างเข้มงวด และแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นของตลาด “ถ้าไม่แก้ตอนนี้ มะพร้าวไทยอาจเสียตลาดระยะยาว” เสียงสะท้อนจากเกษตรกรชี้ชัดว่า ปัญหานี้ไม่ใช่เพียงเรื่องราคาผลผลิต แต่เป็นวิกฤตความเชื่อมั่นที่อาจกระทบต่ออุตสาหกรรมมะพร้าวไทยทั้งระบบ หากยังปล่อยให้มีการปลอมปนและหลีกเลี่ยงกฎหมายต่อไป เกษตรกรจึงฝากถึงรัฐบาล เร่งลงมือแก้ไขอย่างจริงจัง ก่อนที่ “มะพร้าวน้ำหอมไทย” จะสูญเสียความเชื่อมั่นในตลาดทั้งในและต่างประเทศอย่างยากจะกู้คืน

วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569

ราชบุรี ยิ่งใหญ่สะเทือนเมืองโอ่งเปิดฉากแล้วท่องเที่ยวราชบุรี ของดีเมืองโอ่ง

ยิ่งใหญ่สะเทือนเมืองโอ่ง! เปิดฉากแล้ว “ท่องเที่ยวราชบุรี ของดีเมืองโอ่ง และงานกาชาด 2569” อัดแน่นสีสันวัฒนธรรม 8 ชาติพันธุ์ กระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวคึกคัก 10 วัน 10 คืนเต็ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศคึกคักตั้งแต่วันแรก! จังหวัดราชบุรีเปิดฉากงานใหญ่ประจำปี “ท่องเที่ยวราชบุรี ของดีเมืองโอ่ง และงานกาชาด ปี 2569” อย่างยิ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 โดย นางสาวฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ และ นางสาวปิยะฉัตร ไพชนม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนเข้าร่วมอย่างเนืองแน่น ไฮไลต์เปิดงานสุดอลังการ! ขบวนแห่รถประดับไฟและการแสดงศิลปวัฒนธรรมกว่า 11 ขบวน จาก 10 อำเภอ สะท้อนอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของ 8 ชาติพันธุ์ในราชบุรีอย่างงดงาม ก่อนปิดท้ายด้วยการแสดงแสง สี เสียง สุดตระการตา ณ เวทีกลางหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์เมืองโอ่งได้อย่างตรึงใจผู้ชมภายในงาน “อัดแน่นทุกมิติ”
ทั้งบันเทิง วัฒนธรรม และเศรษฐกิจเวทีกลางลุกเป็นไฟกับกิจกรรมไฮไลต์ตลอด 10 วัน 10 คืน ไม่ว่าจะเป็น การประกวด “ธิดาเมืองโอ่ง” เวทีเฟ้นหาสาวงามคู่บ้านคู่เมือง การประกวดร้องเพลง “ท้องถิ่นเสียงใส รวมน้ำใจสู่กาชาด” จากผู้นำท้องถิ่นที่เรียกเสียงเชียร์สนั่น รวมถึงสีสันความแซ่บกับ “ประกวดส้มตำไชโป๊ลีลา” ที่ทั้งสนุกและชวนน้ำลายสอ สายช้อป-สายกินห้ามพลาด! ยกทัพสินค้า OTOP และของดีเมืองราชบุรีกว่า 100 ร้านค้า มาให้เลือกชิมเลือกซื้อครบจบในที่เดียว พร้อมนิทรรศการด้านการเกษตร ประมง สินค้า GI ผลไม้สด สินค้าธงฟ้าราคาประหยัด และผลิตภัณฑ์ฝีมือผู้ต้องขังจากเรือนจำกลางราชบุรีและเรือนจำกลางเขาบิน สะท้อนการสร้างโอกาสและคืนคนดีสู่สังคมอิ่มบุญ อิ่มใจ ลุ้นโชคใหญ่!อีกหนึ่งจุดเด่นของงานคือ “ร้านมัจฉากาชาด” และสลากกาชาดการกุศล ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมลุ้นของรางวัลมากมาย โดยรายได้ทั้งหมดนำไปช่วยเหลือผู้ยากไร้และสนับสนุนกิจกรรมสาธารณกุศลในพื้นที่จังหวัดราชบุรี
สำหรับงาน “ท่องเที่ยวราชบุรี ของดีเมืองโอ่ง และงานกาชาด ปี 2569” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 29 มีนาคม 2569 ณ บริเวณโดยรอบศาลากลางจังหวัดราชบุรี จังหวัดราชบุรีขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั่วประเทศ มาร่วมสัมผัสเสน่ห์เมืองโอ่งแบบจัดเต็ม ชิมของอร่อย ช้อปของดี ชมวัฒนธรรม และอิ่มบุญไปพร้อมกันในงานเดียวที่ “ครบที่สุดแห่งปี

วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569

สมุทรสงคราม เปิดแล้วงาน "นาฏดุริยกวีแผ่นดินสยาม

เปิดแล้วงาน "นาฏดุริยกวีแผ่นดินสยาม" อัดแน่นการแสดงศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ที่ลานหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานเปิดงาน "โครงการนาฏดุริยกวีแผ่นดินสยาม" ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ที่บริเวณลานหน้าศาลากลางจังหวัด โดยนายรนัสถ์ชัย พุ่มเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน และเยาวชนที่มีใจรักในดนตรีไทยมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก นางสาวชัยพฤกษ์ อ่อนพิมพ์ วัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสงครามกล่าวรายงานวัตถุประสงค์สรุปว่า สำนักงานวัฒนธรรมได้กำหนดจัด “โครงการนาฎดุริยกวีแผ่นดินสยาม ประจำปี 2569" เพื่อรำลึกถึงศิลปินทางดนตรีคนสำคัญ เนื่องจากจังหวัดสมุทรสงครามได้ชื่อว่าเป็น "เมืองแห่งดนตรี" และยังเป็นถิ่นกำเนิดของนักดนตรีที่มีชื่อเสียงระดับประเทศอีกหลายท่าน เช่น หลวงประดิษฐไพเราะ หรือที่รู้จักกันดี “ศร ศิลปบรรเลง” ดุริยกวี 5 แผ่นดิน ผู้มีชื่อเสียงการตีระนาดเอก และประพันธ์เพลงไทยเดิม ซึ่งปี 2569 ตรงกับวาระ 145 ปี ชาติกาลของหลวงประดิษฐไพเราะอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีครูเอื้อ สุนทรสนาน ผู้ก่อตั้งวงดนตรีสุนทราภรณ์ และทูล ทองใจ เจ้าของเสียงสวรรค์ ผู้บุกเบิกเพลงลูกทุ่ง เป็นต้น ซึ่งทั้ง 3 ท่าน ล้วนเป็นศิลปินทางดนตรีที่เป็นทุนทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า และเป็นความภาคภูมิใจของชาวสมุทรสงคราม
ขณะเดียวกันยังจัดขึ้นเพื่อสืบสานประเพณีพิธีไหว้ครูดนตรีไทยที่สืบทอดกันมาแต่ครั้งโบราณจนเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่งดงาม และสื่อถึงความกตัญญูกตเวทีของศิษย์ที่มีต่อครู รวมทั้งขับเคลื่อนวัฒนธรรมด้านดนตรีไทยให้เข้มแข็ง ควบคู่กับการสืบสานและต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของชุมชน ทั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดเพื่อจัดงาน 2 ครั้ง ๆ ที่ 1 วันที่ 20 -21 มีนาคม 2569 ภายใต้ชื่องาน "โครงการนาฎดุริยกวีแผ่นดินสยาม" ส่วนครั้งที่ 2 พิธีบวงสรวง ไหว้ครู ครอบครู ภายใต้ความร่วมมือกับเทศบาลตำบลสวนหลวง มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ บ้านดนตรี และสภาวัฒนธรรมจังหวัด จัดขึ้นเดือนสิงหาคม 2569 ที่บ้านดนตรี วัดภุมรินทร์กุฎีทอง ตำบลสวนหลวง อำเภออัมพวา ภายหลังพิธีเปิดงานมีการแสดงชุด "นาฏดุริยางค์...วิจิตรสายน้ำแม่กลอง" ซึ่งสื่อสารถึงวิถีชีวิตท้องถิ่นของชาวไทย 4 ภาคต่อด้วยโชว์เดี่ยวระนาด โดยศิลปินจากละครเวที "โหมโรง เดอะมิวสิคัล 2568" และการแสดงจากศิลปิน "FINO The Ranad" การแสดงชุด "ระบำกฤษดาภินิหาร" โดยนักเรียนโรงเรียนถาวรานุกูล และการแสดงนาฏมวยไทย จากคณะศรศิลป์ และปิดท้ายด้วยการแสดงดนตรีจากวงคุณพระอโยธยา ส่วนเวทีย่อย ภายในบริเวณใกล้เคียง มีการแสดงหุ่นกระบอก คณะชูเชิด ชำนาญศิลป์ อาจารย์อภิชาติ อินทร์ยงค์
ส่วนวันที่ 21 มีนาคม เวลา 17.00 น. มีการบรรเลงและขับร้องบทเพลงอมตะของศิลปินสมุทรสงคราม โดยโรงเรียนวัดดอนมะโนรารังสิยานุกูล การแสดงดนตรีไทย โดยบ้านดนตรี การแสดง"โขน"เยาวชน จากชมรมศิลปวัฒนธรรมอัมพวา การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และการแสดงดนตรีร่วมสมัย วงสุนทราภรณ์ ส่วนเวทีย่อย เวลา 16.00 น. มีการแสดงหนังใหญ่ จากกลุ่มอนุรักษ์หนังใหญ่ครูสุนันท์ นอกจากนี้ทั้งสองวันยังมีการจัดแสดงนิทรรศการเชิดชูศิลปินถิ่นสมุทรสงคราม การสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม สาธิตแกะกะลาซอ ศิลปะการวาดภาพ การสาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) การออกร้านจำหน่ายอาหารและผลิตภัณฑ์ชุมชนกว่า 30 ร้านค้า ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงาน “นาฏดุริยกวีแผ่นดินสยาม” ได้จนถึงวันที่ 21 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 15.00-22.00 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม

วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569

โรงไฟฟ้าราชบุรี ปั้นเครือข่ายกู้ภัยชุมชน

โรงไฟฟ้าราชบุรี ปั้นเครือข่ายกู้ภัยชุมชน ยกระดับ “คนขับรถฉุกเฉิน” สร้างความปลอดภัยรอบพื้นที่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงไฟฟ้าราชบุรี เดินหน้าเสริมความพร้อมรับมือภัยพิบัติในระดับพื้นที่ จัดโครงการ “เสริมสร้างศักยภาพเครือข่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชุมชนโรงไฟฟ้าราชบุรี (คปช.) ประจำปี 2569” มุ่งพัฒนาทักษะเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นให้เป็นกำลังหลักในการรับมือเหตุฉุกเฉิน การอบรมจัดขึ้น ณ โรงเรียนสอนขับรถแอดวานซ์ราชบุรี อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ระหว่างวันที่ 11–13 และ 16 มีนาคม 2569 โดยมี นายพยัต ชินวิไล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด เป็นประธาน เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจากองค์การบริหารส่วนตำบลและเทศบาลในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า รวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย รวม 21 คน เข้าร่วมพัฒนาทักษะสำคัญ ไฮไลต์ของโครงการอยู่ที่การฝึกอบรมหลักสูตร “การขับรถเพื่อการขนส่งชนิดที่ 2” ซึ่งเป็นใบอนุญาตเฉพาะสำหรับการขับรถบรรทุก รถดับเพลิง และรถบรรทุกน้ำ ที่จำเป็นต่อภารกิจช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเน้นทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัย ถูกต้องตามกฎหมาย และพร้อมใช้งานจริง
ผู้เข้าร่วมมาจากหลายพื้นที่ ได้แก่ ตำบลบ้านไร่ พิกุลทอง สามเรือน บ้านสิงห์ ท่าราบ แพงพวย บางป่า วัดแก้ว และดอนทราย สะท้อนความร่วมมือของท้องถิ่นในการยกระดับระบบป้องกันภัยแบบบูรณาการ โครงการดังกล่าวไม่เพียงเพิ่มทักษะเฉพาะด้านให้เจ้าหน้าที่ แต่ยังเป็นการสร้าง “เครือข่ายความปลอดภัยชุมชน” ให้มีความเข้มแข็ง สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินในระยะยาว ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของภาคอุตสาหกรรมที่ร่วมรับผิดชอบต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569

สมุทรสงคราม สภา อบจ.ไฟเขียว 14 โครงการ

สภา อบจ.สมุทรสงคราม ไฟเขียว 14 โครงการ งบสะสมปี 69 กว่า 83 ล้าน ตีตกถนนไชยพรเสียงเฉียด
ที่ประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรสงคราม มีมติเห็นชอบการใช้จ่ายเงินสะสมประจำปีงบประมาณ 2569 จำนวน 14 โครงการ จากทั้งหมด 15 โครงการ รวมงบประมาณที่ผ่านการอนุมัติกว่า 83 ล้านบาท พร้อมตีตก 1 โครงการสำคัญ หลังเสียงโหวตไม่ถึงเกณฑ์ การประชุมดังกล่าวมีขึ้น ณ ห้องประชุมสภา อบจ.สมุทรสงคราม โดยมีนายสายันต์ ส่องพราย ประธานสภา อบจ. ทำหน้าที่ประธานการประชุมสมัยสามัญ สมัยแรก ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 พร้อมด้วย นายเจษฎา ญาณประภาศิริ นายก อบจ.สมุทรสงคราม สมาชิกสภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
นายเจษฎา ได้เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาอนุมัติใช้จ่ายเงินสะสม เนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ถึงปัญหาความเดือดร้อน โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านถนนที่ชำรุด รวมถึงความจำเป็นในการจัดซื้อครุภัณฑ์เพื่อการบริการสาธารณะ รวมทั้งสิ้น 15 โครงการ วงเงิน 124,828,000 บาท แบ่งเป็นโครงการของ อบจ.และโครงการที่ผ่านการประสานแผนพัฒนาท้องถิ่น จำนวน 12 โครงการ และโครงการที่เทศบาลเมืองสมุทรสงคราม ขอรับการสนับสนุน 3 โครงการ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาเป็นรายโครงการ โดยเฉพาะ 3 โครงการในพื้นที่ตำบลแม่กลอง วงเงินรวม 84,825,000 บาท ได้แก่ โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมท่อระบายน้ำ ซอยทวีสุข วงเงิน 12.5 ล้านบาท โครงการก่อสร้างถนนสายแหลมใหญ่ พร้อมสะพาน 2 แห่ง วงเงิน 30.725 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างถนนสายไชยพร พร้อมสะพาน 4 แห่ง วงเงิน 41.6 ล้าน
ระหว่างการพิจารณา สมาชิกสภาได้ตั้งข้อซักถามในหลายประเด็น ทั้งด้านความจำเป็น ความคุ้มค่า และผลกระทบต่อประชาชน โดยมีนายอานนท์ ตันติดำรงกุล นายกเทศมนตรีเมืองสมุทรสงคราม และนายมาโนช ตรัยรัตนยนต์ ปลัดเทศบาลเมืองฯ ร่วมชี้แจงข้อมูลอย่างละเอียด ผลการลงมติปรากฏว่า โครงการของ อบจ.ทั้ง 12 โครงการ ได้รับความเห็นชอบทั้งหมด ขณะที่ 3 โครงการของเทศบาลเมืองฯ ได้รับการอนุมัติเพียง 2 โครงการ ได้แก่ ซอยทวีสุข และถนนสายแหลมใหญ่ ส่วนโครงการถนนไชยพร ซึ่งใช้งบประมาณสูงสุด กลับไม่ผ่านความเห็นชอบ โดยสมาชิกสภาจำนวน 24 คน เห็นชอบ 9 เสียง ไม่เห็นชอบ 11 เสียง และงดออกเสียง 4 เสียง ส่งผลให้โครงการดังกล่าวถูกตีตก