บทความที่ได้รับความนิยม

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ราชบุรี กกต.เปิดเวทีระดมสมองพัฒนาการสื่อสาร

กกต.ลุยราชบุรี เปิดเวทีระดมสมองพัฒนาการสื่อสาร “กฎหมายเลือกตั้ง” ให้ประชาชนเข้าใจง่าย สร้างผู้นำประชาธิปไตยยุคใหม่
ที่โรงแรมเวสเทิร์น แกรนด์ โฮเทล ราชบุรี อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดโครงการจัดการศึกษาอบรมหลักสูตรการพัฒนาผู้นำทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย รุ่นที่ 2 (พนต.2) พร้อมด้วย ดร.พัชรินทร์ รัตนวิภา ผู้ตรวจการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และนายณัฏฐกร คงเดชา ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดราชบุรี ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ
การอบรมครั้งนี้จัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผ่านสถาบันวิทยาการพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง โดยกลุ่มงานโครงการเชิงปฏิบัติการ กลุ่มที่ 9 ซึ่งกำหนดให้จังหวัดราชบุรีเป็นพื้นที่ดำเนินโครงการ ภายใต้หัวข้อ “การพัฒนารูปแบบการสื่อสารเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับกฎหมายการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย คณะกรรมการศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง สื่อมวลชน นักศึกษา ตัวแทนผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผู้ตรวจการเลือกตั้ง เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเสนอแนวทางพัฒนาการสื่อสารด้านกฎหมายเลือกตั้งให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นายณัฏฐกร คงเดชา ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า สำนักงาน กกต.ส่วนกลางได้ดำเนินโครงการฝึกอบรม “หลักสูตรการพัฒนาผู้นำทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย รุ่นที่ 2” และเลือกจังหวัดราชบุรีเป็นพื้นที่จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพื่อเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเกี่ยวกับการสื่อสารกฎหมายเลือกตั้ง สส. ในยุคสังคมดิจิทัล ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญของการระดมความคิดเห็น คือการค้นหารูปแบบการสื่อสารที่เหมาะสมกับบริบทของสังคมปัจจุบัน เพื่อทำให้เนื้อหากฎหมายเลือกตั้งที่มีความซับซ้อน สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นข้อมูลที่เข้าใจง่าย กระชับ และเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มได้อย่างรวดเร็ว
กกต.คาดหวังว่า ข้อเสนอและความคิดเห็นที่ได้รับจากเวทีครั้งนี้ จะนำไปสู่การพัฒนาช่องทางและรูปแบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้ประชาชนสามารถเรียนรู้และเข้าใจกฎหมายเลือกตั้งได้โดยไม่จำเป็นต้องศึกษากฎหมายฉบับเต็มที่มีเนื้อหาจำนวนมาก อันจะเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมือง สร้างความตระหนักรู้ด้านสิทธิหน้าที่ของประชาชน และเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบอบประชาธิปไตยในระยะยาว

วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ราชบุรี ปลุกพลัง SME ไทย ดันใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มมูลค่าธุรกิจ

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำทีมเปิดโครงการ “SME ไทย เพิ่มมูลค่าได้ด้วยทรัพย์สินทางปัญญา” เดินหน้า สร้างความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการไทย ชูทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ
ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ วิศมา จังหวัดราชบุรี นายนภินทร ศรีสรรพางค์ เป็นประธานเปิดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SME ครั้งที่ 1 ภายใต้โครงการ “SME ไทย เพิ่มมูลค่าได้ด้วยทรัพย์สินทางปัญญา” ซึ่งจัดโดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) โดยมีผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง นายนภินทร กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนา SME ซึ่งเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SME กว่า 3.28 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 99.5 ของวิสาหกิจทั้งหมด และมีการจ้างงานกว่า 13.6 ล้านคน จึงได้ผลักดันความร่วมมือระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญาและ สสว. เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้สร้างมูลค่าเพิ่มและเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันอย่างเป็นรูปธรรม “ทรัพย์สินทางปัญญาไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นอาวุธสำคัญทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร การออกแบบผลิตภัณฑ์ หรือลิขสิทธิ์ ซึ่งล้วนช่วยสร้างความแตกต่าง เพิ่มมูลค่า และคุ้มครองธุรกิจในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว
สำหรับกิจกรรมที่จังหวัดราชบุรี ระหว่างวันที่ 15-16 มิถุนายน 2569 ถือเป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรกของโครงการ ก่อนขยายผลไปยังอีก 5 พื้นที่ ได้แก่ เชียงใหม่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สงขลา ขอนแก่น และชลบุรี โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 300 กิจการภายในงานมีการอบรมเชิงลึกแบบครบวงจร ตั้งแต่การสร้างแบรนด์ การตลาดออนไลน์ การออกแบบโลโก้ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การเข้าถึงแหล่งเงินทุน ตลอดจนการให้คำปรึกษาจากหน่วยงานพันธมิตร อาทิ สสว. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ SME D Bankนอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษ อาทิ การสนับสนุนค่าธรรมเนียมยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาสูงสุด 3,000 บาทต่อกิจการ และบริการ Fast Track สำหรับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ซึ่งสามารถทราบผลพิจารณาได้ภายใน 3 เดือน ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงระบบคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมทั้ง 6 พื้นที่ โครงการยังเตรียมต่อยอดโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการผ่านงานแสดงและจำหน่ายสินค้า รวมถึงกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) ร่วมกับกลุ่มโมเดิร์นเทรด ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าส่งค้าปลีก เพื่อขยายตลาดและสร้างโอกาสการเติบโตให้ SME ไทยอย่างก้าวกระโดด นายนภินทร กล่าวทิ้งท้ายว่า การเริ่มต้นที่จังหวัดราชบุรีถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ หากผู้ประกอบการสามารถนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มศักยภาพ จะเป็นพลังสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจจากฐานราก และนำไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต