บทความที่ได้รับความนิยม
-
ชาวบ้านตื่นต้นมะขามเทศสีทองทั้งต้นแห่ขอหวย ที่บริเวณหมู่ที่ 5 ต.บัวงาม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี พบต้นมะขามเทศประหลาดมีลำต้นเป็นสีแดงใบสีทอ...
-
ผู้เลี้ยงกุ้งในหลายจังหวั ดรวมตัวฟ้องศาลปกครอง หลังรัฐบาลสั่งให้ระงับการเลี้ ยง ตัวแทนกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งขาว (แวนาไมค์) ในจังหวัดราชบุรี ...
-
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงร่วมกับเทศบาลตำบลเขางูจัดตั้งโรงเรียนสร้างสุขผู้สูงอายุเพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีของผู้สูงอายุ พัฒนาทักษะการ...
-
ผู้ว่าฯ ราชบุรี เปิดโครงการวิ่ง “หมอออร์โธฯ ชวนก้าว @Run Ratch Ri” ปลุกกระแสดูแลกระดูกและข้อ ชวนคนไทยออกกำลังกาย ลดเสี่ยงโรคกล้ามเนื้อ–กระด...
-
เทศบาลตำบลเจ็ดเสมียน จัดแข่งขัน “เจ็ดเสมียนคัพ” ต้านยาเสพติด ดวลแข้งทีมดาราสร้างสีสันชุมชนสร้างความสนุกสนานและเสียงเชียร์จากประชาชนที่เข้าร...
วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2567
ราชบุรี สปสช.จ่ายเงินให้โรงพยาบาลอย่างมีปัญหา
ประธานชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปชี้ สปสช.จ่ายเงินให้โรงพยาบาลอย่างมีปัญหาจ่ายต่ำกว่าต้นทุน สร้างปัญหาในการบริหารจัดการ อาจทำให้โรงพยาบาลบางแห่งต้องล้มสลาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่ชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั้วไป ออกมาชี้ปัญหาที่โรงพยาบาลรัฐประสบปัญหาสถานการณ์การเงินน่าเป็นห่วงต้นทุนการรักษาคนไข้แต่ละโรคผู้ป่วยคนไข้ในประมาณ 13,000บาทต่อหน่วยเป็นต้นทุนซึ่งเป็นโรคเดียวกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจ่าย 8,350 บาทต่อหน่วย เห็นแล้วจะทำกันอย่างไรให้มีประสิทธิภาพงานนี้ต้องเข้ามาแก้ใขก่อนจะล่มสลายไปทั้งระบบ
ทางด้าน นพ.อนุกูล ไทยถานันดร์ ผอ.โรงพยาบาลราชบุรี ประธานชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป กล่าวถึงการทำงานของโรงพยาบาลของรัฐบาลไม่ได้มองถึงผลกำไลหรือขาดทุน มีหน้าที่ดูแลสุขภาพประชาชนงานดูแลจำเป็นต้องมีทรัพยากรต่างๆเข้ามาด้วยโดยเฉพาะเรื่องงานวัสดุอุปกรณ์ต่างๆและเจ้าหน้าที่ ทางโรงพยาบาลจำเป็นต้องนำทรัพยากรต่างๆเพื่อมาบริหารจัดการเพื่อให้มีการบริการคนไข้ได้ดีที่สุดปัญหาที่มีข่าวในช่วงนี้เราพบว่าสถานการณ์การเงินของโรงพยาบาลของรัฐบาลค่อนข้างน่าเป็นห่วงต้นทุนในการรักษาคนไข้แต่ละโรคผู้ป่วยคนไข้ในประมาณ 13,000บาทต่อหน่วยไม่ใช่ราคาขายไม่ได้บวกกำไลแต่มันเป็นต้นทุนที่กองทุนจ่ายไม่เท่ากันซึ่งเป็นโรคเดียวกันจ่าย 11000 บาท ประกันสังคมจ่าย 12,000 บาทกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจ่าย 8,350 บาทต่อหน่วยซึ่งสถานการณ์เป็นเช่นนี้มาโดยตลอดและต้องใช้เงินร่วมกันเอาเงินคนไข้บัตรทองให้เงินประกันสังคมแม้แต่เงินบริจาค มาใช้ร่วมกันเป็นสิ่งจำเป็นที่เราใช้ร่วมกันมาตลอดเพื่อให้มีทรัพยากรเพียงพอเข้ามาดูแลคนไข้ในปีนี้จะหนักมากกว่าทุกปีในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติประกาศไม่จ่าย 8,350 บาทแล้วแต่จะจ่ายอยู่ 7,000 บาทใน 4 เดือนสุดท้ายซึ่งกังวลกันมากเมื่อจ่ายต่อหน่วยน้อยลงมีโรงพยาบาลหลายโรงพยาบาลมีผลกระทบเพราะว่าเงินบัตรทองจะต้องหักเงินเดือนเจ้าหน้าที่ก่อนถึงจะส่งให้โรงพยาบาลจะพบมีหลายโรงพยาบาลที่ไม่มีเงินจะจ่ายติดอยู่ที่บัตรทองสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติรักษาไปแต่ไม่มีเงินกลับมาซื้อยาบางโรงพยาบาลแต่บางโรงพยาบาลยังพอมีอยู่บ้างแต่สถานการณ์ก็ไม่คล่องตัว 8250 บาทซึ่งเป็นการจ่ายต่ำกว่าต้นทุนมานานแล้ว
แนวทางการแก้ปัญหาทางชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั้วไป เสนอตาม พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขาร่างไว้ได้ดีการกำหนดอัตราค่าบริการต้องคำนึงถึงราคาที่เป็นจริงและเหมาะสมร่างนั้นชี้ให้เห็นถึงราคาที่เป็นจริงและเหมาะสมหากกองทุนที่จ่ายต่ำมากจะทำให้กระทบกับคุณภาพและมาตรฐานจึงมีการเสนอสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่จะเอาราคาต้นทุนมาทำงบประมาณไม่ควรใช้ราคาเดิมที่จ่ายมาเท่านั้นเมื่อโรงพยาบาลเริ่มวิกฤตก็ต้องส่งเสียงแจ้งโดยมีรัฐมนตรีได้สั่งการให้แก้ปัญหาปรับกลับขึ้นมาเป็น 8,000 กว่าบาทก็จึงทำให้ดีขึ้นแต่ตรงนี้เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในปีนี้ซึ่ง
วิกฤตการแก้ปัญหาระยะยาวต้องทำงบประมาณตามปริมาณงานที่เกิดขึ้นจริงราคาที่เหมาะสมจะทำให้โรงพยาบาลต่างๆนี่สามารถมีปัจจัยมาเพื่อบริการอย่างครบถ้วนและมีคุณภาพระบบสุขภาพจะยั่งยืนได้จะต้องใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพไม่ฟุ่มเฟือยโรงพยาบาลจะอยู่ได้จะไม่ล่มสลายไปและประชาชนจะต้องช่วยกันดูแลสุขภาพตนเองด้วยจะทำให้ระบบสุขภาพอยู่อย่างยั่งยืนแต่สิ่งหนึ่งอยากให้
หลักประกันสุขภาพแห่งชาตินำเสนอสิทธิประโยชน์ใหม่ๆเป็นสิ่งที่ดีประชาชนคนไทยรับในสิ่งที่ดีขึ้นแต่จะต้องเสนอข้อมูลที่ครบถ้วนเรื่องของต้นทุนและกิจกรรมต่างๆที่เพิ่มมากขึ้นจำเป็นต้องมีงบประมาณเข้ามาเพิ่มด้วยไม่ควรยกภาระให้เป็นของผู้บริการอย่างเดียวอย่างเช่นงบผู้ป่วยในเป็นสิ่งจำเป็นที่ดูแลผู้ป่วยที่มีอาการหนักจำเป็นต้องอยู่โรงพยาบาลบางคนจะต้องผ่าตัดบางคนจะต้องต่อท่อเข้า ICUบางคนจะต้องฝึกกายภาพบำบัดบางคนต้องสวมหัวใจคนไข้เหล่านี้จำเป็นต้องใช้งบผู้ป่วยในแต่หลักคิดคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเป็นงบปลายปิดคือมีเงินเท่าไหร่ให้เท่านั้นจากคนป่วยที่ป่วยมากขึ้นไม่ได้ลดลงจะทำให้แต่ละรายมีเงินลดลงขณะเดียวกันกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติบางคนเสนอสิทธิประโยชน์ใหม่ๆไม่สะดวกรับยาที่โรงพยาบาลให้รับยาที่บ้านโดยการส่งยาทางไปรษณีย์หรือเจ็บป่วยเล็กน้อยเป็นไข้หรือเจ็บคอให้ไปรับยาที่ร้านยาวิธีคิดแบบนี้เหมาะสมจริงหรือเปล่าคนไข้หนักที่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลใส่ท่อไอซียูงบปลายปิดแต่ส่วนคนเจ็บไข้เล็กน้อยเราเพิ่มสิทธิประโยชน์อำนวยความสะดวกแต่เป็นงบปลายเปิดไปเท่าไหร่ก็ได้เท่านั้น
สำหรับแนวคิดอย่างนี้คงต้องมาดูกันให้ดีว่ามันถูกต้องและบทสมจริงหรือหากเราจะเติมงบประมาณที่จำเป็นรักษาชีวิตคนไข้ก่อนอย่างน้อยให้เพียงพอให้ไปโรงพยาบาลสามารถดูแลได้และเงินที่เหลือถ้ามีถึงค่อยมาจัดสรรเรื่องอำนวยความสะดวกจะดีกว่าไหมซึ่งมีคำถามไปถึงสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติต้องพิจราณาเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง
วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2567
ราชบุรี เตือนสมาชิกเทศบาลเมืองราชบุรีระวังเวลา 180 วัน
เตือนสมาชิกเทศบาลเมืองราชบุรีระวังเวลา 180 วันลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงคล้ายๆกับตอนที่อยู่ในช่วงเลือกตั้ง
นายณัฎฐกร คงเดชา ผอ.สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดราชบุรี ได้ออกมาเตือนสมาชิกเทศบาลเมืองราชบุรี ให้ระวังในวันที่ 28 มีนาคม 2567 ระยะเวลา 180 วัน ก่อนจะครบวาระ 4 ปี ก็จะต้องมีลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงแล้วก็วิธีการต่างๆที่ในการหาเสียงคล้ายๆกับตอนที่อยู่ในช่วงเลือกตั้งเพราะฉะนั้น 180 วันก่อนวันครบวาระเราจะต้องทำให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบถ้าจะเอาที่ผู้สมัครส่วนใหญ่จะถามกันเข้ามาเยอะ เพราะว่าจะไปร่วมงานศพงานแต่งงานบวชอะไรต่างๆ สามารถไปร่วมงานได้แต่ห้ามให้สิ่งของหรือเงินทองแม้จะเป็นการช่วยเหลือเงินเหลืออะไรสิ่งของทำประเพณีก็ต้องห้ามทำไม่ได้ก็จะอยู่ใน 180 วัน
แล้วตั้งแต่วันที่ 28 เดือนกันยายนนี้เป็นต้นไปไปร่วมกันได้แต่อย่ามอบเงินเหลือสิ่งของน่าจะเป็นการช่วยทำประเพณีก็ตามแต่ถ้าถามว่าถ้าสมมุติว่าไปร่วมงานศพงานจะแต่งอะไรต่างๆแล้วเขาเชิญขึ้นไปพูดไปกล่าวอะไรทำได้ ถ้าสิ่งของที่ถวายพระ ไปงานศพถ้าของที่ถวายพระเป็นของของเจ้าภาพที่ไม่ใช่ของผู้สมัครเองทำได้ ขึ้นไปกล่าวอวยพรงานแต่งหรืออะไรต่างๆทำได้แต่หาให้มีการอัพเดทในงานก็แล้วกันครับหลีกเลี่ยงการกระทำความผิดครับส่วนพวงหรีดที่ถามกันมาเยอะก็คือสามารถมอบดวงดีได้ไหมถ้าตามแนวทางของสำนักงานกกตแล้วมอบให้กับครูดอกไม้สดนะครับอย่างนี้มอบได้เป็นเฉพาะวงรีดอกไม้สดแต่ถ้าเป็นพวงหรีดที่เป็นพัดลมหรืออะไรต่างๆอันนี้ทำไม่ได้ก็ถือว่าเป็นการให้ทรัพย์สินหรือสิ่งของนะครับนอกนั้นก็ก็อย่างเช่นว่าอ่าในช่วง 180 วันหรือในช่วงที่ผู้บริหารอยู่ไม่ถึง 180 วันแต่จะลาออกเนี่ยช่วงก่อนหน้าที่จะลาออกเนี่ยถ้าผู้บริหารท้องถิ่นอนุมัติโครงการหรือกิจกรรมใหม่ๆที่จะเป็นการลักษณะว่าให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างไรกับคนหรือชุมชน
ยกเว้นแต่เป็นโครงการที่บรรเทาทุกข์จากภัยธรรมชาติหรือว่าเป็นโครงการต่อเนื่องมาจากกิจกรรมเดิมหรือเป็นโครงการตามปกติครมทั้ง 3 ทั้งอ่าทั้ง 3 อย่างข้างหลังเนี่ยเป็นข้อยกเว้นทำได้แต่นอกนั้นเนี่ยทำไม่ได้ถ้าเป็นโครงการใหม่ๆขึ้นมาในการอนุมัติโครงการนี้นะครับของผู้บริหารทุกทีมนอกนั้นการหาเสียงก็เป็นไปตามระเบียบและวิธีที่เคยปฏิบัติกันมาในพวก 180 วันก็เป็นอย่างที่เรียนครับทำตัวตามปกติแต่อย่าให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดเพื่อจูงใจในการเลือกตั้งแต่ถ้ามีการปรับป้ายหาเสียงหรืออะไรก็ตามหรือมีการแจ้งผู้ช่วยหาเสียงในตอนนี้ก็ตามแม้ยังไม่มีการสมัครก็ต้องทำเป็นรวมเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งที่จะดีขึ้นในอนาคตครับ
วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2567
ราชบุรี โครงการเสริมสร้างวินัยทางการเงินภาคครัวเรือน
สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ ราชบุรี จัดโครงการเสริมสร้างวินัยทางการเงินภาคครัวเรือนเพื่อสร้างวินัยทางการเงินภาคครัวเรือน และส่งเสริมการออมตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
ที่สำนักงานสหกรณ์การเกษตรเมืองราชบุรี นางสาวเนตรทิพย์ เฮงคราวิทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบัญชีและการสอบบัญชี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเสริมสร้างวินัยทางการเงินภาคครัวเรือนขับเคลื่อนชุมชนเข้มแข็ง เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ โดยมี พระครูสังฆรักษ์สายชล ฐิตสาโร เจ้าอาวาสวัดเกาะลอย นายสุพัฒน์ อ่อนคง เกษตรจังหวัดราชบุรี นายธวิทย์ กุศลอภิบาล ประธานสหกรณ์การเกษตรเมืองราชบุรี เด็กนักเรียนโรงเรียนวัดเกาะลอยพร้อมทั้งส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน โดยนางสาวพัตสลา จันทร์มา ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ ราชบุรี กล่าวรายงานการดำเนินงานโครงการเสริมสร้างวินัยทางการเงินภาคครัวเรือนขับเคลื่อนชุมชน เนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา
นับเป็นมหามงคลสมัยพิเศษยิ่งเพื่อเป็นการแสดงออกถึงความ จงรักภักดี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและเพื่อเป็นการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมอันเป็นการสร้างความสามัคคีให้แก่ประชาชนในชุมชนโดยนำแนวคิด "บวร" รวมทั้งองค์กรทุกเครือข่ายในพื้นที่มาเป็นพลังในการขับเคลื่อนชุมชนสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ราชบุรี กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ร่วมกับสหกรณ์การเกษตรเมืองราชบุรี จำกัด จึงได้จัดทำโครงการดังกล่าว เพื่อสร้างวินัยทางการเงินภาคครัวเรือน และส่งเสริมการออมตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เป็นการพัฒนาและสร้างชุมชนเข้มแข็ง ตามหลักแนวคิด "บวร"บ้านหรือชุมชน วัด และราชการ เมือง จังหวัดราชบุรี จำนวน 99 รายประกอบด้วย เกษตรกร จำนวน 54 รายและ นักเรียน จำนวน 45 ราย กิจกรรมประกอบด้วย ส่งเสริมการออมเพื่อสร้างวินัยทางการเงิน กิจกรรมฝึกอาชีพเสริมรายได้ควบคู่กับการให้ความรู้และความเข้าใจในการจัดทำบัญชีรับ - จ่ายในครัวเรือน รวมทั้งจัดกิจกรรมเสริมสัมพันธ์ อาทิ กิจกรรมเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์กิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรม กิจกรรมอาสาเพื่อให้ "วัด" เป็นศูนย์กลางการพัฒนาการดำเนินชีวิตและศูนย์รวมจิตใจของชุมชน ตั้งแต่ วันที่ 24 พฤษภาคม 2567 จนถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2567 และในวันที 5 ธันวาคม 2567 จะมีกิจกรรมเปิดกระปุก ปิดโครงการโดยกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมมีเงินออมไม่ น้อยกว่า 39,528.00 บาท
สำหรับโครงการเสริมสร้างวินัยทางการเงินภาคครัวเรือนขับเคลื่อนชุมชนเข้มแข็ง จะทำให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ พอมีพอกินพอใช้ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันใช้ชีวิตตามวิถีวัฒนธรรรมไทยอันดีงามจากการมีส่วนร่วมและความเสียสละของคนในชุมชนที่ร่วมใจกันขับเคลื่อนชุมชนให้เป็นชุมชน เข้มแข็ง"ก้าวสู่ "สังคมคุณธรรม" ที่มีความปรองดองสมานฉันท์เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน โดยยึดและปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนของแต่ละศาสนา และ น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติ เป็นการดำรงชีวิตตามแบบวิถีวัฒนธรรมไทยพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยมุ่งเน้นกระบวนการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่ความอยู่ดีกินดีในชุมชน ที่ร่มเย็นเป็นสุขได้ อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2567
ราชบุรี ผู้เสียหายถูกตำรวจทำร้ายติดตามคดีหวั่นมวยล้มเป็นเด็กนาย
สาวใต้พร้อมทั้งที่ปรึกษา กก.ตร.ที่ยื่นหนังสือพร้อมคลิปภาพเพิ่มติดตามคดีถูกตำรวจจับทำเกินกว่าเหตุจนได้รับบาดเจ็บ กว่า 2 เดือนคดีไม่คืบ เข้ายื่นเรื่อง ให้เร่งดำเนินการหวั่นมวยล้มอ้าง ผบช.เป็นผู้สั่งให้ทำ
จากกรณีที่นางสาวจุฑารัตน์ เพชรรักษ์ เจ้าของผู้ประกอบการขนส่งเอกชนแห่งหนึ่งในภาคใต้ และนายชาติ แก้วตาทิพย์ นักแสดงอิสระ และเป็นที่ปรึกษากก.ตร.จ.สมุทรปราการ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมขณะกำลังนำรถบรรทุกสิบล้อมาคืนก่อนเวลาให้กับบริษัทรถเช่าที่ให้เช่า ซึ่งขณะถูกจับกุมถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดนอกเครื่องแบบใช้กำลังในการจับกุมเกินกว่าเหตุจนทำให้ ทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บ พูดจารุนแรงด่าทอกล่าวหาว่าเป็นคนร้ายกลางปั้มน้ำมัน โดยได้นำคลิปหลักฐานขณะที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมมาแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สภ.ปากท่อ จ.ราชบุรี โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 ก.ค.67 ที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวจุฑารัตน์ เพชรรักษ์ และ นายชาติ แก้วตาทิพย์ พร้อมทั้งผู้เสียหาย 3 คน ได้เดินทางมายื่นหนังสือเพื่อสอบถามความคืบหน้าในคดีพร้อมทั้งยื่นหลักฐานเพิ่มเกี่ยวกับคลิปภาพ ขณะเข้าจับกุมนายชาติ แก้วตาทิพย์ ทำร้ายร่างกายด่าทอในที่สาธารณะกลางปั้มน้ำมัน กล่าวหาด่าทอว่าเป็นคนร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจบางคนได้ อ้างว่าทำไปตามคำสั่งของ ผบช. ตามคลิป ซึ่งเป็นเรื่องจริงหรือไม่ โดยประสาน พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผู้บัญชาการภาค 7 ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.นุชิต จาละ ผกก.ฝอ.บก.อก.ภ.7 เป็นตัวแทนรับมอบเอกสารและหลักฐานเพื่อให้ทำการตรวจสอบ หลังจากนั้นได้เดินทางไปพบ พล.ต.ต.สุวรรณ์ เชี่ยวนาวินธวัช ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.นครปฐม เพื่อยื่นให้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามเอกสารและหลักฐานที่มี หลังจากนั้นได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สลักษณ์ ( สอ-ลัก) จรัสร่มเย็น รอง ผบก.ภ.จ.ราชบุรี อยากทราบผลของการสอบสวนเพราะคู่กรณีนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งของตำรวจสภ.เมืองนครปฐม สภ.ปากท่อ จ.ราชบุรี และชุดสืบสวนของตำรวจภูธร จ.ราชบุรี จึงเกรงว่าอาจจะไม่ได้รับความเป็นธรรม พร้อมทั้งนำผู้เสียหายอีก 3 ราย ที่ถูกกระทำในวันเดียวกันมาสอบถามความคืบหน้าของคดีด้วย โดยได้มอบหลักฐานเพิ่มเติมเป็นคลิปภาพและเสียงในวันที่นายชาติ ถูกจับกุมโดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ท้าทายให้นายชาตินั้น ให้โทรหาผู้บัญชาการด้วยเพราะผู้บัญชาการเป็นผู้สั่งมา ซึ่งในเรื่องนี้นายชาตินั้นเกรงว่านายตำรวจคนนั้นอาจจะแอบอ้างถึงผู้บัญชาการถ้าเป็นจริงตามที่อ้าง ทำให้รู้สึกหวาดกลัว เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย พร้อมทั้งเข้าพบ รตอ.สุทธิพันธ์ สายคุ้มพิมพ์ พนักงานสอบสวนเพื่อทราบความคืบหน้าของคดีดังกล่าวอีกด้วย
โดยนายชาตินั้นก็บอกว่า ตั้งแต่เกิดเหตุก็มีการเรียกตนกับนางสาวจุฑารัตน์และผู้เสียหาย อีก 3 คน ไปสอบแล้ว แต่ไม่ทราบว่าตอนนี้ผลเป็นอย่างไร ยังไม่มีการติดต่อมาจากตำรวจว่าผลของคดีนั้นไปถึงไหน จึงอยากจะมาสอบถามความคืบหน้าของคดี โดยได้ไปยื่นหนังสือถึง พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผู้บัญชาการภาค 7 และ พล.ต.ต.สุวรรณ์ เชี่ยวนาวินธวัช ผู้บังคับหารตำรวจภูธร จ.นครปฐม แล้ว รวมทั้งขอให้ทางผู้บัญชาการภาค 7 ได้ทำการตรวจสอบคลิปภาพและเสียงที่มีการแอบอ้างนั้นว่า มีคำสั่งมาจริงหรือไม่ ส่วนในจ.ราชบุรี ได้มีการเข้าพบพนักงานสอบสวน นั้นก็จะมาตามความคืบหน้าในเรื่องของการตั้งกรรมการสอบสวนวินัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดที่ร่วมจับกุมว่าตอนนี้การสอบสวนไปไหนและขอให้มีการส่งผลการสอบสวนให้ทราบด้วย และหลังจากนี้ก็จะมาติดตามทุกเดือน เพราะเกรงว่าอาจจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะคู่กรณีเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ อีกทั้งตนเองนั้นก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำรถบรรทุกสิบล้อที่นางสาวจุฑารัตน์ เช่ามาแล้วทางเจ้าของรถมาขอยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด และยินยอมที่จะจ่ายค่าชดเชยให้กับนางสาวจุฑารัตน์ ด้วย เพียงแต่แค่มาเป็นพยานในการคืนรถ เพราะตนเองนั้นมีบ้านอยู่ที่อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี และบังเอิญในช่วงนั้นตนอยู่ที่บ้าน ซึ่งนางสาวจุฑารัตน์ ได้โทรชวนให้มาเป็นพยาน แต่พอมาถึงก็มาถูกจับกุมโดยยังไม่ทราบว่าถูกจับข้อหาอะไร และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ จึงได้ไปแจ้งความไว้ที่สภ.ปากท่อ ให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทั้งหมด ซึ่งเมื่อเหตุเกิดมาแล้วกว่า 2 เดือนแต่ยังไม่มีความคืบหน้าของคดี หลังจากนี้หากไม่คืบหน้าไปก็จะร้องไปตามหน่วยงานที่สูงขึ้นไปจนกว่าจะได้รับความเป็นธรรมเนื่องจากถูกทำร้ายจับกุมทั้งที่ไม่มีความผิดเลยจนได้รับบาดเจ็บ
วันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2567
ราชบุรี ประธานคณะกรรมการเลือกตั้งเข้าพื้นที่ตรวจความพร้อม
ประธานคณะกรรมการเลือกตั้งเข้าพื้นที่ตรวจความพร้อมการเลือกตั้ง อบจ.ราชบุรี เบื้องต้นได้รับรายงานยังไม่พบผู้กระทำความผิด ให้ประชาชนร่วมกันตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่เพื่อให้เกิดความยุติธรรมมากที่สุด
ที่ศาลาประชารวมใจ เทศบาลเมืองราชบุรี อ.เมือง จ.ราชบุรี นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)พร้อมทั้ง นายณัฎฐกร คงเดชา ผอ.สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จ.ราชบุรี นางสาวปิ่นทอง อินทรศรี ผู้ตรวจการเขตเลือกตั้งที่ 2 เข้าตรวจเยี่ยมการ อบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง กปน. ตรวจ ความพร้อมการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 1 กันยายน 2567 โดย เป็นการอบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง กปน. ซึ่งสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดราชบุรี ได้จัดอบรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเตรียมพร้อมการเลือกตั้งช่วงโค้งสุดท้ายก่อนจะมีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 1 ก.ย. 2567 จำนวน 1,149 หน่วย กปน. รวม 8,043 คน เป็นกระบวนการที่ ดำเนินการทุกครั้งก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง เพื่อให้ผู้ปฏิบัติเกิดความรู้ความเข้าใจ เพื่อจะได้ปฏิบัติงานได้ตามที่กฎหมายและระเบียบตามที่กำหนดไว้ แม้ว่าหลายคนจะเคยปฏิบัติ มาแล้วก็ตามแต่มีความจำ เน้นย้ำประเด็นเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดหลังจากนั้นได้เดินทางเข้าห้องประชุมองการบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ร่วมกับนายปิยพงษ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พล ต.ต.วชิรพงษ์ อมราพิทักษ์ ผบก.ภ.จว.ราชบุรี โดยมี ชุดเคลื่อนที่ตระเวนหาข่าวสกัดการทุจริต โดยเบื้องต้นได้รับรายงานยังไม่พบผู้กระทำความผิด พร้อมทั้งให้ประชาชนร่วมกันตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ทำงานการเลือกตั้งเพื่อให้เกิดความยุติธรรมมากที่สุด
นายอิทธิพร บุญประคอง กล่าวว่า ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดราชบุรีจัดอบรม กปน.กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งซึ่งมีทั้งหมด 1,149 หน่วยมีคณะกรรมการ8,043 คนการดำเนินการทุกครั้งก่อนมีการเลือกตั้งเพื่อให้ผู้ปฏิบัติเข้าใจในการทำงานเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบทั้งที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ส่วนใหญ่จะเคยปฏิบัติหน้าที่ประจำหน่วยมาแล้วก็ตามแต่มีความจำเป็นทุกครั้งที่มาเน้นย้ำประเด็นที่จะปฏิบัติเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดจึงเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการโค้งสุดท้ายก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้งในวันอาทิตย์นี้ส่วนในวันที่ 31 สค.จะเป็นการแจกวัสดุอุปกรณ์ให้กับกรรมการประจำหน่วยและในวันอาทิตย์ก็จะเป็นการเลือกตั้งจากการตรวจสอบก็พบว่ามีความพร้อมเรามีการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 62 เป็นต้นมาซึ่งวิทยากรก็ให้ความสำคัญผู้เข้าร่วมรับฟังก็ให้ความสำคัญเพราะเชื่อมั่นว่าการทำงานและการปฏิบัติหน้าที่สำหรับรายงานข่าวเหมือนกับการเลือกตั้งทุกๆครั้งจะให้ความสำคัญในการป้องกันป้องปรามระงับยับยั้งการฝ่าฝืนกฎหมายคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดราชบุรีมีความร่วมมือและประสานงานผู้บัญชาการตำรวจภูธรของจังหวัดราชบุรีอย่างต่อเนื่องเพราะฉะนั้นทั้งสองฝ่ายทั้งกกต.และทั้งตำรวจ ก็ให้ความสำคัญเรามีการตั้งชุดเคลื่อนที่เร็ว 5 ชุดตระเวนลงพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องเพื่อหาข่าวเพื่อที่จะตรวจสอบป้องกันการกระทำความผิดแต่ ขณะนี้มีแต่ข่าว ยังไม่มีข้อเท็จจริงว่ามีการทำผิดเช่นนั้นถ้าหากถ้าท่านใดมีข้อเท็จจริงก็กรุณาบอกเราด้วย
เกี่ยวกับผู้สนใจจะสมัครในพื้นที่ ได้ ส่วนจะมี กำนันผู้ใหญ่บ้าน ก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่ผ่านมาแล้วก็ให้บุคคลเหล่านั้นเป็นกรรมการประจำหน่วยมาโดยตลอดและที่สำคัญก็คือว่าในการเลือกตั้งที่ผ่านมาก็มีประเด็นการร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ กปน.ด้วย เพราะฉะนั้นเนี่ย ที่ประชุมกกต. มีมติในการแต่งตั้งบุคคลที่จะเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ไม่ควรตั้งสถานที่หรือ บุคคลซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับผู้สมัครที่มีโอกาสสำคัญมากๆบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้สมัครที่ตั้งไม่ได้ แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือว่าเราจะต้องตั้งบุคคลที่เราเชื่อมั่นว่าเขาจะปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ใช่ว่าพอมีข่าวหรือมีกระแสอะไรจะทำให้แปดเปื่อนไปด้วย นอกจากมีหลักฐานชัดเจนเราก็ไม่ตั้ง สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงการปฏิบัติในระหว่างการเลือกตั้ง ก็คือว่าเวลาไปลงคะแนนแล้ว จะถ่ายรูปบัตรอย่าส่งรูปบัตรไปก็ถือว่าผิดกฎหมายบัตรที่มีเครื่องหมายกา แล้วที่สำคัญอีก ในช่วง 6:00 น ของวันก่อนวันเลือกตั้งก็คือวันเสาร์นี้จนถึง 6:00 น ของวันอาทิตย์ 1 กย.67 ห้ามจำหน่ายจ่ายแจกสุรา ถ้าฝ่าฝืนก็ต้องถือว่ากระทำความผิด
สิ่งที่สำคัญอยากเชิญชวนประชาชนในการที่จะมีการเลือกตั้ง ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานทุกคนเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่เรื่องการเลือกตั้ง ให้มาดูสังเกตการณ์ตรวจสอบการเลือกตั้งได้ตลอดเวลา ขอเชิญชวนด้วย เพื่อการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





































