บทความที่ได้รับความนิยม
-
ชาวบ้านตื่นต้นมะขามเทศสีทองทั้งต้นแห่ขอหวย ที่บริเวณหมู่ที่ 5 ต.บัวงาม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี พบต้นมะขามเทศประหลาดมีลำต้นเป็นสีแดงใบสีทอ...
-
ผู้เลี้ยงกุ้งในหลายจังหวั ดรวมตัวฟ้องศาลปกครอง หลังรัฐบาลสั่งให้ระงับการเลี้ ยง ตัวแทนกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งขาว (แวนาไมค์) ในจังหวัดราชบุรี ...
-
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงร่วมกับเทศบาลตำบลเขางูจัดตั้งโรงเรียนสร้างสุขผู้สูงอายุเพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีของผู้สูงอายุ พัฒนาทักษะการ...
-
ผู้ว่าฯ ราชบุรี เปิดโครงการวิ่ง “หมอออร์โธฯ ชวนก้าว @Run Ratch Ri” ปลุกกระแสดูแลกระดูกและข้อ ชวนคนไทยออกกำลังกาย ลดเสี่ยงโรคกล้ามเนื้อ–กระด...
-
เทศบาลตำบลเจ็ดเสมียน จัดแข่งขัน “เจ็ดเสมียนคัพ” ต้านยาเสพติด ดวลแข้งทีมดาราสร้างสีสันชุมชนสร้างความสนุกสนานและเสียงเชียร์จากประชาชนที่เข้าร...
วันอังคารที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2567
ราชบุรี ประชุมชุดเคลื่อนที่เร็วตรวจสอบการกระทำผิด
คณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดราชบุรีประชุมชุดเคลื่อนที่เร็วติดตามหาข่าวการสมัครเลือก สว.หาหลักฐานเพื่อหาผู้การทำผิดเร่งตรวจสอบคุณสมบัติ
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดราชบุรี นายนัฎฐกร คงเดชา ผอ.สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดราชบุรี นายสมชาย โถววิริยะกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้เรียกประชุมชุดป้องปรามและหาข่าวการกระทำผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สว.ของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและของสำนักงาน กกต.โดยแต่งตั้งชุดเครื่อนที่เร็ว จำนวน 3 ชุดจะกระจายอยู่ในพื้นที่ทั้ง 10 อำเภอ เพื่อหาข่าวเกี่ยวกับการกระทำผิด เกี่ยวกับการจัดตั้งมีการเกณฑ์คนมาให้สมัคร ทางเจ้าหน้าที่เคลื่อนที่เร็วก็จะลงพื้นที่และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
นายนัฎฐกร คงเดชา กล่าวว่า ในส่วนของราชบุรี เจ้าหน้าที่ได้กระจายในพื้นที่ เพื่อหาข่าวเกี่ยวกับการกระทำความผิด เกี่ยวกับการเลือก สว. ส่วนในครั้งนี้ที่มีประเด็นกันอยู่ว่ามีกลุ่มจัดตั้งมีการ ฮั๊วกันหรือมีการเกณฑ์คนมาให้สมัคร ทางเราไม่ได้นิ่งนอนใจ เราได้รับข่าวและหาข่าวกันมาตลอด ทางเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่ก็ลงพื้ันที่ ทำให้เราได้ทราบข้อมูลอยู่ตลอดเวลา ซึ่งตอนนี้เราก็ได้รวบข้อมูลและพยานหลักฐานอยู่และจะดำเนินการ
จากข้อมูลที่ได้มาอำเภอที่มีคนมาสมัครเยอะที่สุดคือ อำเภอเมืองราชบุรีมีผู้สมัครอยู่ที่ 218 คน ส่วนอำเภอบ้านโป่งมีผู้สมัครมากเป็นอันดับที่ 2 อยู่ที่ 181 คน ตอนนี้เราได้มีการสั่งการไปตามแนวทางของ กกต. และให้สำคัญทุกอย่างในเรื่องของการตรวจสอบคุณสมบัติ ในวันปิดรับสมัคร (วันที่ 24 พ.ค.67) เป็นระยะเวลา 5 วันต้องประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิในวันพุธที่29 พ.ค. 67 ทางสำนักงาน กกต.ส่วนกลางก็ได้มีการเน้นย้ำเรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครว่ามีคุณสมบัติหรือไม่มีคุณสมบัติตามต้องห้าม ซึ่งอยู่ในอำนาจของผอ.การเลือกตั้งทุกอำเภอที่จะตรวจสอบและประกาศรายชื่อผู้มีคุณสมบัติออกมา ซึ่งวันที่ 29 ก็จะมีการประกาศรายชื่อออกมาว่าใครมีคุณสมบัติครบถ้วน โดยจะติดประกาศที่หน้าอำเภอทุกอำเภอ สำนักงานกกต. ศาลากลางจังหวัด เว็ปไซค์ทางการของสำนักงานกกต. และแอปพลิเคชั่น Smart Vote สุดท้ายฝากเรื่องการกระทำความผิด เพราะโทษต่าง ๆ ไม่ว่าในตัวผู้สมัครเองหรือที่เรียกว่าฮั๊วกัน อัตราโทษก็จะสูง อยากให้ผ่านการเลือกไปได้ด้วยดีตามกรอบของกฎหมาย ดีกว่าที่จะต้องมาดำเนินคดีทีหลัง ซึ่งตอนนี้ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าอะไรผิดกฎหมายหรือไม่ผิด ชุดเคลื่อนที่เราจะมีการตรวจสอบทุกเรื่องอยู่แล้ว มีการประสานงานการเลือกตั้งอยู่ตลอดเวลาแบ่งสายงานครบทั้ง 10 อำเภอ อย่างชัดเจน มีการประสานงานตลอดสำนักงานกกต.เราก็มีชุดเคลื่อนที่เร็วรวบรวมข้อมูลอยู่ตลอด เพราะฉะนั้นอะไรที่ท่านทราบเราก็ทราบเช่นกัน เพียงแต่การจะเอาผิดใครนั้น จำเป็นจะต้องมีหลักฐาน รับรองได้ว่าเราดำเนินการเท่าเทียมและตรวจสอบอยู่เสมอ
วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2567
ราชบุรี ชาวบ้านแห่ร่วมทำบุญครบรอบ 18 ปี การเสียชีวิต
ทำบุญครบรอบ การเสียชีวิตของ “กอบกุล นพอมรบดี” อดีต ส.ส.ราชบุรี ที่ถูกคนร้ายลอบยิงปชช.ร่วมทำบุญครบรอบ 18 ปี การเสียชีวิตของ “กอบกุล นพอมรบดี” อดีต ส.ส.ราชบุรี
ที่วัดมหาธาตุวรวิหาร พระอารามหลวง ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี นายมานิต นพอมรบดี อดีต รมช.กระทรวงสาธารณะสุข สามี นางกอบกุล นพอมรบดี อดีต ส.ส.ราชบุรี ที่ถูกคนร้ายลอบยิงเสียชีวิต เมื่อ 27 พ.ค. 2549 หรือเมื่อ18 ปีที่ผ่านมา ได้จัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระเพลแด่พระสงฆ์ เพื่ออุทิศส่วนกุศลไปให้ดวงวิญญาณของอดีต ส.ส.กอบกุล นพอมรบดี โดยทางครอบครัว นพอมรบดี นางสาวกุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี เขต 1 พรรครวมไทยสร้างชาติ บุตรสาว และนายชินโชติ นพอมรบดี บุตรชาย พร้อมด้วยญาติพี่น้อง ได้จัดพิธีทำบุญขึ้นในครั้งนี้ โดยนิมนต์พระสงฆ์ 10 รูป สวดเจริญพระพุทธมนต์ ทอดผ้าไตรบังสุกุล และเลี้ยงภัตตาหารเพล แด่พระสงฆ์ เพื่ออุทิศผลบุญส่วนกุศลให้กับดวงวิญญาณ ผู้ล่วงลับไปแล้ว
โดยมีพระธรรมปัญญาภรณ์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวรวิหาร นายธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา นายก อบจ.ราชบุรี พร้อมสมาชิกสภองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ นายศักดิ์ชัย พิศาลผล นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองราชบุรี และยังมีส่วนราชการต่าง ๆ ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พี่น้องประชาชนทั้งรักเคารพรำลึกนึกถึงนางกอบกุล เดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งได้นำอาหารคาวหวานต่าง ๆเช่น ข้าวหมูแดง ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน มาตั้งโต๊ะเลี้ยงประชาชนที่มาร่วมงานได้รับประทานอาหารร่วมกัน พร้อมทั้งได้นำข้าวสารมาแจกให้กับผู้ยากไร้ในพื้นที่อีกด้วย
วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2567
ราชบุรี กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)
เปิดโครงการ All for Education Ratchaburi Zero Dropoutรวมพลังชาวราชบุรี ไม่ทิ้งเด็กคนไหนไว้ข้างหลัง เพื่อให้ ‘เด็กทุกคนต้องได้เรียน’วันที่ 24 – 25 พฤษภาคม 2567
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และจังหวัดราชบุรี ชวนทุกคนมาเปิดพรมแดนการเรียนรู้อย่างไร้ขอบเขต กับ All for Education Ratchaburi Zero Dropout กิจกรรมสร้างสรรค์ที่อยากให้คนทุกเพศ ทุกวัย จากทุกวงการที่มีหัวใจเพื่อเด็กราชบุรีมาพบเจอกัน และสนุกสนานไปกับหลากหลาย ‘สภาพอากาศ’ ที่เหมาะกับทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ทุกคน ผ่านการเล่น การคุย นั่งล้อมวงเล่าเรื่องการศึกษาที่ยืดหยุ่น ตอบโจทย์ทุกเงื่อนไขชีวิต พร้อมร่วมกันตั้งคำถาม และหาคำตอบว่าด้วยการเติบโตของเด็กและเยาวชนจังหวัดราชบุรี เพื่อจุดหมายปลายทางเดียวกัน นั่นคือ ‘เด็กทุกคนต้องได้เรียน’งาน All for Education Ratchaburi Zero Dropout
จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 24 และวันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม 2567 บริเวณริมเขื่อนรัฐประชาพัฒนา เทศบาลเมืองราชบุรี ถนนวรเดช ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรีตลอด 2 วันในงาน All for Education Ratchaburi Zero Dropout ทุกคนจะได้พบกับ 6 โซนกิจกรรมสุดสนุกจาก Mappa ที่จะมาชวนเรียนรู้แบบไม่รู้จบ เพื่อแสดงให้เห็นถึงการศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือก และไม่มีเด็กคนไหนต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลัง โซน Voice: เปิดคำขวัญจังหวัดจากเสียงของเด็ก เพื่อเด็กราชบุรี โซน Playground: พื้นที่สนามเด็กเล่นเรียนรู้ ที่สนุกไม่ใช่เล่นๆ โซน Talk: วงเสวนาชวนพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องการศึกษาและการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นตอบโจทย์ทุกเงื่อนไขชีวิต โซน Show: การแสดงสำหรับเด็กๆ ทั้งการแสดงละครแบบบ Street Show และคอนเสิร์ต โซน Market: ชิม ช้อป ตลาดวาดฝัน กิจการเล็กๆ ของผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ โซน Zero Dropout Exhibition: นิทรรศการที่จะมาชวนตั้งคำถามและหาคำตอบกับเรื่องความเสมอภาคทางการศึกษา
จังหวัดราชบุรีได้รับเลือกให้เป็นพื้นที่นำร่องสำหรับโครงการ ‘Zero Dropout – เด็กทุกคนต้องได้เรียน’ ในการสร้างพื้นที่ทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่จัดการศึกษาทุกประเภท และทุกภาคส่วนในจังหวัดราชบุรี เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างยั่งยืน มุ่งสนับสนุนให้เกิดรูปแบบการเรียนรู้ทางเลือกที่ยืดหยุ่น สามารถตอบสนองความต้องการและปัญหาที่แตกต่างกันของผู้เรียนรายบุคคล โดยเฉพาะกลุ่มเด็กยากจน ด้อยโอกาส และกลุ่มที่มีปัญหาเฉพาะ เช่น เด็กเร่ร่อน เด็กตั้งครรภ์ในวัยเรียน เด็กพิการ เด็กที่มีความต้องการพิเศษด้านการเรียนรู้ เด็กที่มีปัญหาพฤติกรรม เด็กชาติพันธุ์ ให้สามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างเท่าเทียมและเสมอภาค
วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2567
ราชบุรี เจ้าบ่าวขี่ควายพิสูจน์รัก
เอาแล้วงานนี้ไปลุ้นเจ้าบ่าวจะส่อเค้าอนาคตต้องไปเลี้ยงควาย หรือ จะตกถังข้าวสาร เพราะเจ้าสาวยืนกราน ถ้าแต่งกับฉันต้องขี่ควายเป็น เพราะที่บ้านเลี้ยงควาย
พาไปชมความน่ารักของคู่บ่าว สาว ย้อนอดีตการพิสูจน์รักแท้กันก่อน ถึงจะสมหวังในความรักของหนุ่มสาวคู่นี้ อยู่ที่ ต.ป่าไก่ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี แถวนั้นจะเรียกกันว่า “ รีสอร์ทบ้านควายชมพู ” มีการจัดงานมงคลสมรส ระหว่าง นางสาวศุภิสรา พงค์สกุล และนายธนากรณ์ วงศ์หลวง พ่อ แม่ ฝ่ายเจ้าสาวได้เชิญแขกมาร่วมงานแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวจำนวนมาก โดยบ้านฝ่ายเจ้าสาวเปิดเป็น รีสอร์ท “ บ้านควายชมพู ” เป็นบ้านไม้ยกพื้นสูงตั้งอยู่ชายทุ่ง กับทุ่งนาที่เขียวขจีดูเป็นธรรมชาติในชนบทมีน้ำจากคลองชลประทานไหลผ่านหน้าบ้านสะดวกสบาย อุดมสมบูรณ์
ที่สำคัญยังที่บ้านเจ้าสาวมีการเลี้ยงควายไว้หลายตัว ทั้งควายสีเทา และสีควายชมพูที่หาดูได้ยากมาก ควายชมพูตัวนี้ชื่อว่า เจ้าอั่งเปา เป็นควายเพศผู้ ที่นายจรัญ พงค์สกุล รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบิดาของฝ่ายเจ้าสาวได้เลี้ยงไว้ ลักษณะลำตัวตั้งแต่หัวถึงขาจะมีสีขาวอมชมพูสวยงามมาก หลังเลิกงานลูกสาวก็จะมาเล่นกับเจ้าอั่งเปาด้วยความรักและผูกพันและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ทำให้วันสำคัญในชีวิตครั้งนี้ ทางครอบครัวจึงนำเจ้าอั่งเปามาร่วมงาน ให้เจ้าบ่าวขี่หลังเพื่อเป็นการพิสูจน์รักแท้ ว่าเจ้าบ่าวสามารถขี่ควายได้ไหม งานนี้มีเสียงแว่วมาจากทางแขกมาร่วมงานว่า เจ้าบ่าวจะส่อเค้าอนาคตต้องไปเลี้ยงควาย หรือจะตกถังข้าวสาร เพราะเจ้าสาวยืนกราน ถ้าแต่งกับฉันต้องขี่ควายเป็นเพราะที่บ้านเลี้ยงควาย
ส่วนฝ่ายเจ้าบ่าวมาในชุดสูทสากลสุดหล่อ ค่อนข้างประหม่าเดินไป เดินมาอยู่รอบตัวเจ้าอั่งเปาควายชมพู คิดว่าวันนี้จะขี่เจ้าอั่งเปาไปหาเจ้าสาวได้มั๊ยน๊อ แขกก็มากันเยอะด้วย แต่แล้วก็รวบรวมความกล้าพยายามขึ้นขี่หลังเจ้าอั่งเปาเป็นผลสำเร็จ ก่อนพาเดินเข้าซุ้มประตูวิวาห์ ไปหาฝ่ายเจ้าสาวที่ยืนรอมอบช่อดอกไม้ โดยมีเพื่อน ๆ ต่างรอลุ้นให้กำลังใจ แม้ว่าควายชมพูจะดูตื่น ๆ คนอยู่บ้าง แต่มีคุณพ่อเจ้าสาวซึ่งจะคุ้นเคยกับควายตัวนี้มาก คอยสะกิดลูบจมูกควายไว้เพื่อไม่ให้ตื่นคน จนเหตุการณืผ่านไปด้วยดี
นางสาวศุภิสรา พงค์สกุล เจ้าสาว กล่าวว่า ที่บ้านคุณพ่อจะเลี้ยงควายไว้หลายตัว มีทั้งควายเผือก ควายชมพู ควายสีดำ ม้า แพะ ห่าน เราเปิดเป็นรีสอร์ทชื่อ ” บ้านควายชมพู ” จึงจะขอพิสูจน์รักฝ่ายเจ้าบ่าวว่าสามารถขี่ควายได้มั๊ย เลี้ยงควายได้เปล่า ถ้าขี่ได้ก็จะต้องจูงควายไปเลี้ยงได้ ถือว่าสามารถผ่านด่านพิสูจน์รักได้ ด้านเจ้าบ่าว กล่าวว่า ตอนแรกก็ไม่เคย แต่มาบ้านนี้ก็ต้องทำให้ได้ ช่วงแรกรู้สึกตื่นเต้นมาก พอนานไปก็รู้สึกเริ่มชินแล้ว สามารถขึ้นขี่หลังได้
สำหรับบรรยากาศงานแต่งในวันนี้จึงเต็มไปด้วยความสุข ความสนุกสนาน ที่ไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใคร เพื่อน ๆ หลายคนมากันเป็นคู่ ทั้งหนุ่มสาว สามี ภรรยา ต่างมาขอถ่ายรูป แสดงความยินดีกับวันสำคัญของเพื่อนที่ต้องจดจำไว้ไม่รู้ลืม จากการสอบถาม นายจรัญ พงค์สกุล รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนฯ พ่อเจ้าสาว ทราบว่า เจ้าอั่งเปาควายชมพูตัวนี้ ซื้อมานานแล้วในราคากว่า 1 แสนบาท แต่ตอนนี้มีคนมาให้ราคามากกว่า 3 ล้านบาทแล้ว แต่ยังไม่ขาย เพราะผูกพันธุ์มาก สุดท้ายก็คงต้องตกเป็นสมบัติของลูก เพราะมีลูกสาวคนเดียว จึงเป็นที่มาของคำว่า เจ้าบ่าวจะส่อเค้าอนาคตต้องไปเลี้ยงควาย หรือจะตกถังข้าวสารกันแน่ เพราะ ควายชมพู ราคาถึง 3 ล้าน และยังมีอีกหลายตัวด้วย
วันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2567
ราชบุรี โครงการพระราชดำริด้านสมุนไพรนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์
จัดโครงการพระราชดำริด้านสมุนไพร ทรงส่งเสริมให้แต่ละท้องถิ่นรู้จักสรรพคุณของพืชสมุนไพร และสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์และดำเนินชีวิตใกล้ธรรมชาติยิ่งขึ้น
ที่ห้องประชุมศาลาประชารวมใจ เทศบาลเมืองราชบุรี นายศักดิ์ชัย พิศาลผล นายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพระราชดำริด้านสมุนไพร ตามพระปณิธานของพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 โดยมี นส.ทัธนา สุวรรณชัย ผอ.กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงการดำเนินงาน โครงการพระราชดำริด้านสมุนไพร ทรงส่งเสริมให้แต่ละท้องถิ่นรู้จักสรรพคุณของพืชสมุนไพร และสามารถนำสมุนไพรพื้นบ้านในท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ตามแบบแผนโบราณ ทำให้เห็นคุณค่าและกลับมาดำเนินชีวิตใกล้ธรรมชาติยิ่งขึ้น เกิดความภาคภูมิใจในมรดกทางปัญญาเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาชาวบ้าน
สำหรับโครงการพระราชดำริด้านสมุนไพร ทำให้ประชาชนในท้องถิ่นได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของการใช้สมุนไพรและต้องการสานต่อพระปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเล็งเห็นถึงความสำคัญในการนำสมุนไพรพื้นบ้าน ที่สามารถหาได้ง่าย ในท้องถิ่นมาใช้ในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บตั้งแต่โบราณ สามารถรักษาโรคบางชนิดได้โดยไม่ต้องใช้ยาแผนปัจจุบัน ซึ่งบางชนิดมีราคาแพง ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง และอาจหาซื้อได้ยาก แตกต่างจากสมุนไพรพื้นบ้าน ที่สามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่นเพราะส่วนใหญ่ได้จากพืชซึ่งมีอยู่ทั่วไป โดยมีทั้งกลุ่ม อสม. แกนนำชุมชน ประชาชนทั่วไป กว่า 140 คนให้ความสนใจเข้ารับการอบรมเพื่อนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในชุมชนและในครัวเรือนต่อไป
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
































