บทความที่ได้รับความนิยม

วันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ราชบุรี รณรงค์ห้องน้ำสาธารณะสะอาดเพื่อการท่องเที่ยว




รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เปิดโครงการรณรงค์ห้องน้ำสาธารณะสะอาดเพื่อการท่องเที่ยว “ห้องน้ำสะอาด สุขใจ ไปเที่ยวไหนก็ WC OK”

  วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 ที่บริเวณท่าเรือยุวันดา ตลาดน้ำดำเนินสะดวก อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี นายวีรัส ประเศรษโฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการรณรงค์ห้องน้ำสาธารณะสะอาดเพื่อการท่องเที่ยว “ห้องน้ำสะอาด สุขใจ ไปเที่ยวไหนก็ WC OK” โดยมีนางสาวแสงจันทร์ แก้วประทุมรัสมี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดราชบุรี กล่าวรายงาน โดยมี นักท่องเที่ยว ประชาชนในพื้นที่ และนักเรียนโรงเรียนวันโชติทายการาม มาร่วมโครงการในครั้งนี้
 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้มอบหมายให้สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดทุกจังหวัดจัดกิจกรรมรณรงค์ห้องน้ำสะอาดเพื่อการท่องเที่ยว “ห้องน้ำสะอาด สุขใจ ไปเที่ยวไหนก็ WC OK” โดยบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันให้เกิดความตื่นตัวในการดูแลและพัฒนาห้องน้ำสาธารณะในแหล่งท่องเที่ยวให้ สะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐานโดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้เป็นผู้แทนจากส่วนราชการและผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวบริเวณตลาดน้ำดำเนินสะดวก ซึ่งได้เลือกให้เป็นพื้นที่นำร่องของโครงการ เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในระดับโลก มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก
ตามเกณฑ์มาตรฐานส้วมสาธารณะระดับประเทศ ของกรมอนามัยต้องมี ความสะอาด ความพอเพียง และมีความปลอดภัย  ในส่วนของกรมการท่องเที่ยว ต้องมีป้ายสัญลักษณ์ห้องน้ำไม่ต่ำกว่า 2 ภาษา มีประชาสัมพันธ์เรื่องการรักษาความสะอาดประหยัดพลังงาน มีการประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดหรือบริเวณใกล้เคียง โดยมีพื้นที่เป้าหมายในการเข้าร่วมโครงการรณรงค์ห้องน้ำสาธารณะเพื่อการท่องเที่ยว คือ  ศาลากลาง ,ที่ว่าการอำเภอ ,ห้างสรรพสินค้า ,สถานีบริการน้ำมัน ,โรงแรมที่พัก รีสอร์ท ,ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ,วัดและ ศาสนสถาน ,แหล่งท่องเที่ยว ,สถานีขนส่ง และสนามกีฬา

วันพุธที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2561

ราชบุรี ใช้โครงการ DARE ฝึกเด็กไม่ยุ่งเกี่ยวสิ่งเสพติด



ตำรวจ สภ.เมืองราชบุรีใช้โครงการ D.A.R.E นำเด็กนักเรียนเข้าเยี่ยมภายในสถานีตำรวจเพื่อดูตัวอย่างการทำงานและการกระทำผิดกฎหมายของประชาชนและสิ่งเสพติด 

                   ที่บริเวณสถานีตำรวจภูธรเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี  พ.ต.อ. อภิชาต พุทธบุญ ผู้กำกับ สภ.เมืองราชบุรี ร.ต.ท.รัฐภูมิ  โพธิ์ศรีดา รองสารวัตรสืบสวนและในฐานะครูตำรวจ D.A.R.E ของสถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรี พร้อมด้วยอาจารย์ ดวงกมล นักจะเข้ อาจารย์โรงเรียนเทศบาลหลักเมือง ได้นำเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5-6 รวม 28 คน จากโครงการครู D.A.R.E มาศึกษาเรียนรู้การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในด้านต่างๆที่เกี่ยวข้อง   ซึ่งมีเด็กๆทั้งชายหญิงได้ให้ความสนใจสอบถามความเป็นมาของแต่ละหน่วยงานด้วยความสนใจ
            ร.ต.ท.รัฐภูมิ  โพธิ์ศรีดา รองสารวัตรสืบสวนและในฐานะครูตำรวจ D.A.R.E  หรือ  DRUG ABUSE RESISTANCE EDUCATION  หรือ โครงการการศึกษาเพื่อการต่อต้านการใช้ยาสเสพติดในเด็กนักเรียน เปิดเผยว่า โครงการก่อตั้งประมาณปี  พ.ศ. 2542 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสมัยนั้น ได้นำโครงการการแก้ไขปัญหายาเสพติด ตั้งแต่นักเรียนจนถึงเยาวชนเข้ามาสู่ประเทศไทย เป็นโครงการของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยนำครูตำรวจแดร์เข้าฝึกอบรม และนำมาถ่ายทอดจนถึงขณะนี้เข้ามาปีที่ 16 แล้ว ใช้ครูตำรวจอบรมหลักสูตรนี้ทั้งหมด 13 บทเรียน นำมาสอนในนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 5-6 ทั่วประเทศไทย ขณะนี้มีครูตำรวจแดร์ทั้งหมด 10,000 คน  ในหนึ่งภาคเรียนจะเข้าสอนเด็กนักเรียนชั้นดังกล่าวคนละ 2 ห้องเรียน เฉลี่ยนักเรียนห้องละ 30-40 คน ทั่วประเทศเทอมหนึ่งประมาณ 20,000 ห้อง ปีหนึ่งประมาณ 40,000 ห้อง เมื่อรวมกับนักเรียนแล้วประมาณปีละ 3-4 แสนคน ขณะนี้ยอดสะสมของนักเรียนประมาณกว่า 1.9 ล้านคน
           โครงการดังกล่าวของตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรีมีครูตำรวจแดร์ อำเภอเมืองทั้งหมด 10 นาย     อบรมนักเรียนรวมกว่า 1,950  คน  ได้ทั้งหมด  16 โรงเรียน สิ่งที่นักเรียนได้รับจากโครงการการศึกษาเพื่อการต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน  ซึ่งเด็กๆจะได้เรียนรู้ทั้งหมด 13 บทเรียน เริ่มตั้งแต่ บุหรี่ กัญชา เหล้า สารละเหย ยาบ้า  รวมทั้งสิ่งเสพติดต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศ เด็กได้เรียนรู้การปฏิเสธอันดับแรกคือ โทษและพิษภัย เมื่อเข้าไปยุ่งเกี่ยวแล้วจะเกิดโทษอย่างไร และให้รู้จักการปฏิเสธด้วย สมมุติมีคนมาชักชวนให้เด็กสูบบุหรี่ ทางครูจะสอนนักเรียนว่า “ไม่หรอก” จะฝึกให้ใช้คำปฏิเสธว่า”ไม่” เพราะบุหรี่เป็นสิ่งไม่ดีมีสารพิษมากมายมากกว่า 7,000 ชนิด หรือ ชวนดื่มสุรา ดื่มเบียร์ ของเด็กนักเรียนที่ขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หากได้เรียนก็จะช่วยเสริมทักษะภูมิคุ้มกันตรงนี้แล้วก็จะรู้จักปฏิเสธเป็น
              พ.ต.อ. อภิชาต พุทธบุญ ผู้กำกับ สภ.เมืองราชบุรี  กล่าวว่า ส่วนเมืองราชบุรีนั้น ทางผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และกองพลพัฒนาที่ 1 มีนโยบายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย โดยได้จัดเจ้าหน้าที่ในชุดพิเศษใช้ชุดเหยี่ยวดำออกปฏิบัติช่วง 22.00- 05.00น.ทุกวัน เป็นส่วนกำลังที่แยกออกมาจากการปฏิบัติหน้าที่ในชุดไล่ล่าเด็กแว้น เด็กซิ่ง  ซึ่งได้สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชน มีมาตรการเมื่อมีการจับกุมตรวจยึดรถจักรยานยนต์ได้ ก็จะมีหลักการคือ ให้แก้ไข  หากยอมถอดท่อไอเสียที่ดัดแปลงให้เกิดเสียงดังและยอมมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็จะดำเนินการปรับตามโทษที่น้อยลง ประมาณ 300-500 บาท  แต่ถ้าไม่ยอมสำนึกผิด โดยไม่ยอมแก้ไขปรับปรุง ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการใช้มาตรการปรับทุกข้อหา มีอัตราโทษสูงสุด
               อย่างไรก็ตามทางครูตำรวจแดร์ได้พาเด็กๆเดินชมรถแต่งซิ่ง พร้อมอธิบายชิ้นส่วนอุปกรณ์ดัดแปลงรถจักรยานยนต์ให้แก่เด็กๆที่พยายามสอบถามว่ามีชิ้นไหนบ้างที่ผิดกฎหมาย  เช่น ท่อไอเสียที่ไปซื้อมาปรับแต่งให้เสียงดังจะมีราคาท่อละ 1,000 บาท  น็อตหัวสีทองเอาไว้แต่งซิ่งตัวละ 300 บาท  นอกจานี้ยังมีอุปกรณ์ต่างๆอีกหลายชนิด เช่น ล้อแม็ก คิ้วล้อรถ  รถคันหนึ่งมีอุปกรณ์ตกแต่งหลายหมื่นบาทต่อคัน และมีการยกตัวอย่างการทำงานของพ่อ แม่ ที่ทำงานได้ค่าแรงวันละ 300 บาท แต่ต้องนำเงินมาประกันตัวลูกที่มาถูกจับดำเนินคดีเกี่ยวกับเปลี่ยนแปลงสภาพรถในจุดต่างๆ ซึ่งมีโทษต่ำสุด 300 บาท ถึงสูงสุด 2,000 บาท ขณะที่พ่อแม่ทำงานได้ค่าแรงวันละ 300 บาท ยังติดลบต้องหาเงินไปประกันลูกอีก 1,700 บาท  เป็นตัวอย่างให้เด็กมองเห็นภาพที่ชัดเจนในการกระทำผิดกฎหมาย จึงถือเป็นโครงการที่ทำให้นักเรียนได้รู้โทษและพิษภัยของยาเสพติดทุกชนิด ที่มีผลกระทบต่อร่างกาย ได้เรียนรู้วิธีปฏิเสธเมื่อถูกชักชวนให้ทดลอง และยังได้รู้จักการคบเพื่อนที่ดีนำไปสู่การเป็นเยาวชนของชาติที่มีภูมิคุ้มกันที่ดีในอนาคต





วันอังคารที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2561

ราชบุรี ยิ่งใหญ่ททท.ชวนเที่ยวงานไชน่าทาวน์โพธาราม

   ททท.ชวนเที่ยวเทศกาลตรุษจีนราชบุรี งาน”ไชน่าทาวน์โพธาราม เมืองคนสวย”  ได้รับคัดเลือกให้เป็นเมืองรองแห่งการท่องเที่ยวของไทย คาดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท 




  ที่บริเวณห้องประชุมริมเขื่อนแม่น้ำแม่กลอง  เทศบาลเมืองโพธาราม   จ.ราชบุรี  นายวิศรุต  อินแหยม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  (ททท.) สำนักงานกาญจนบุรี  ร่วมกับนายสวัสดิ์ จังพานิช นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองโพธาราม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ร่วมกับท้องถิ่นจัดแถลงข่าวการจัดงาน”ไชน่าทาวน์โพธาราม เมืองคนสวย” ระหว่างวันที่ 5-14 กุมภาพันธ์  เพื่อเป็นการฟื้นฟูและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีของชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดราชบุรี เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมรายได้ เป็นการหนุนให้เกิดการเดินทางสู่เมืองรอง เมืองต้องห้าม... พลาด   ซึ่งราชบุรีกำหนดจัดงานตรุษจีนที่ยิ่งใหญ่อลังการ  
   นายวิศรุต  อินแหยม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  (ททท.) สำนักงานกาญจนบุรี กล่าวถึงการจัดงานว่า สำหรับการจัดงานไชน่าทาวน์ที่อำเภอโพธารามนั้น ถือว่าเป็น 1 ใน 12 จังหวัดในประเทศไทย ซึ่งจะมีอำเภอโพธาราม รวมอยู่ด้วย ที่จะมีการจัดงานที่ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะขบวนแห่ที่ย้อนยุคถวิลหาอดีต การแต่งกายสมัยก่อนของชาวจีนที่อยู่ในประเทศไทย  เป็นการรวบรวมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดราชบุรีและเมืองโพธารามมาให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สักการะบูชาขอพร   ที่สำคัญในงานยังมีแหล่งอาหารอร่อยที่ขึ้นชื่อได้นำมาจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวได้รับประทานและเลือกซื้อกลับไปเป็นของฝาก  จึงอยากให้มาท่องเที่ยวเมืองโพธาราม ใน 12 เมืองต้องห้าม... พลาด เพราะราชบุรีเป็นเมืองดาวรุ่งด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากเที่ยวราชบุรี เป็น 55 จังหวัดของประเทศไทยที่สามารถนำใบเสร็จจากที่พัก อาหาร แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ไปลดหย่อนภาษีได้ เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีนของไทยที่ใกล้จะมาถึงนี้ คาดว่าจะมีเงินหมุนเวียนสะพัดไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท เพราะมีการจัดงานทั้งที่อำเภอเมืองและที่อำเภอโพธาราม  ซึ่งราชบุรียังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่งที่เชื่อมต่อกับพื้นที่สำคัญ เช่น ที่อำเภอสวนผึ้ง อำเภอโพธาราม เชื่อมต่อมาที่อำเภอเมือง และพื้นที่ใกล้เคียง นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปแวะเที่ยวสถานที่ต่างๆที่สำคัญได้หลายแห่งในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้
   นายสวัสดิ์ จังพานิช นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองโพธาราม  กล่าวถึงการจัดงานว่า  อำเภอโพธารามได้จัดงานมาเป็นปีที่ 3 แล้ว โดยเทศบาลเมืองโพธารามได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย   มีการชูเอกลักษณ์ของเมืองโพธารามที่เรามีชาวไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่จำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีการนำสุดยอดอาหารของดีขึ้นชื่อของเมืองโพธารามมาให้นักท่องเที่ยวได้เลือกชิมและช็อปมากมาย อาทิ เต้าหู้ดำ ไชโป๊หวาน ขนมเค้กมะพร้าวอ่อน การผัดหมี่มงคล รวมถึงการละเล่นของชาวจีน อาทิ การแสดงงิ้ว การแสดงของคณะอังกอ การแสดงสิงโต การแสดงมังกร
  สำหรับปีนี้เน้นการจัดงานแบบอนุรักษ์ประเพณีของชาวไทยเชื้อสายจีน ชาวจีนเมืองโพธาราม การกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และบรรพบุรุษ การประกวดอาตี๋น้อย อาหมวย โพธารามเมืองคนสวย  ขบวนแห่งเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ การแสดงมังกรยักษ์ การแสดงเชิดสิงโต การแสดงขบวนเอ็งกอ ขบวนอันเชิญเทพเจ้าจากศาลเจ้าต่างๆ ขบวนอันเชิญองค์สมมุติเจ้าแม่กวนอิม การแสดงมังกรพันหลักที่ใหญ่ที่สุด การต่อตัวของมังกร การแสดงมังกรพ่นไฟ การแสดงสิงโตดอกเหมย การประกวดมิสไชน่าทาวน์ ที่คัดสาวสวยเมืองโพธารามมาร่วมประชันความงาม พร้อมทั้งได้จัดจุดเซลฟี่ให้กับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบเก็บภาพความสวยงามประทับใจ ประดับด้วยไฟแสงสีซุ้มโคมไฟแดงเต็งลั้งยักษ์รอต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงตรุษจีนปีนี้อย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกปี
 

วันศุกร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2561

ราชบุรี จัดงานสายสัมพันธ์สายธรรมจันทร์คืนสู่เหย้า 109 ปี

จัดงานสายสัมพันธ์สายธรรมจันทร์คืนสู่เหย้า  109  ปี แสดงกตัญญูกตเวที ต่อผู้มีพระคุณ  พบปะ ระหว่างศิษย์เก่า ทั้งศิษย์ปัจจุบันเพื่อจะได้รู้จักกันเกื้อกูลซึ่งกันกลับมาร่วมใจพัฒนาการศึกษา   

                โรงเรียนสายธรรมจันทร์  อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี   ปัจจุบันนายวรากุล  หงส์เทียบ  เป็นผู้บริหารการศึกษาเปิดสอนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสายธรรมจันทร์ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2452 เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่มีนักเรียนจำนวนมากทั้งในพื้นที่จังหวัดราชบุรีและจังหวัดใกล้เคียงเข้าศึกษาหาความรู้และเติบโตเป็นข้าราชการ   ทหาร  ตำรวจ   นักธุระกิจและสื่อมวลชน ที่มีคุณภาพอยู่ในสังคม   เป็นระยะเวลา  109  ปีที่ผ่านมาเสริมสร้าง ศิษย์ให้มีความเจริญก้าวหน้าเป็นจำนวนมากโดยมีศิษย์ส่วนใหญ่ยังไม่ลืมสถาบันการศึกษาและคุณครูผู้ที่ให้ความรู้  โดยกลับมาให้การส่งเสริมสนับสนุนสถาบันการศึกษาแห่งนี้ด้านต่างๆให้มีความมั่นคงด้านการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนโดยทั่วไป 

                     สมาคมศิษย์เก่าสายธรรมจันทร์จึงได้ร่วมกับสมาคมครูและผู้ปกครองสายธรรมจันทร์และมูลนิธิโรงเรียนสายธรรมจันทร์จัดงานสายสมพันธ์สายธรรมจันทร์คืนสู่เหย้า 109  ปี  ในวันที่เสาร์ที่  27  มกราคม   2561  เวลา  17.00  น.ภายในงานจะมีโชว์กิจกรรมของโรงเรียน ในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา จะเชิญครูอาวุโส มาแสดงมุทิตาจิต  โดยจะแจกประกาศนียบัตร ให้แก่ศิษย์เก่า ดีเด่น และการแสดงของกองทัพบกเต็มวง และที่เป็นไฮไลท์ของงานจะเป็นการ ประกวดขวัญใจสายธรรมจันทร์ซึ่ง ตัวแทนศิษย์เก่าแต่ละรุ่น ส่งขึ้นมาประกวด โดยนับคะแนนโดยใช้ดอกกุหลาบใครมีคะแนนสูงสุดจะได้เป็นขวัญใจสายธรรมจันทร์  เพื่อนำเงินรายได้มาพัฒนาการศึกษา
                                       ทางด้าน นายชัยวัฒน์ หงส์สุภางค์พันธุ์ ประธานกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนสายธรรมจันทร์ กล่าวว่าได้มีการจัดงาน “สายสัมพันธ์สายธรรมจันทร์คืนสู่เหย้า 109 ปี” จะให้ศิษย์เก่าได้เข้ามาพัฒนาปรับปรุงและเข้ามาดูการเปลี่ยนแปลงของโรงเรียน ว่าขณะนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปถึงระดับไหนแล้วบ้าง จึงอยากจะเชิญชวนศิษย์เก่าโรงเรียนสายธรรมจันทรทุกรุ่น ให้เข้ามาดูแลร่วมกันพัฒนาการศึกษาเพราะโรงเรียนสายธรรมจันทร์นั้นเป็นโรงเรียนระดับใหญ่โรงเรียนหนึ่งในจังหวัดราชบุรี เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ศิษย์เก่าของโรงเรียนทุกคน ให้เข้ามาช่วยกันดูแลและพัฒนาให้กับโรงเรียน โดยเฉพาะสื่อการเรียนการสอนต่าง ๆ ของโรงเรียน ที่ยังขาดแคลนอยู่   
                                 พลโทสันต์  จิตรประสงค์   นายกสมาคมศิษย์เก่าสายธรรมจันทร์ กล่าวว่า  การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญประการแรก ก็คือ แสดงมุทิตาจิต กับ อดีตที่เป็นอาจารย์ สอนอยู่ในโรงเรียนสายธรรมจันทร์แห่งนี้ บางท่านได้เกษียณอายุราชการไปแล้ว ซึ่งเป็นคุณลักษณะของคนไทยที่ต้องแสดงกตัญญูกตเวที ต่อผู้มีพระคุณ ที่ได้สั่งสอน อบรม วิชาให้กับเรา และเพื่อพบปะ ระหว่างศิษย์เก่า รุ่นต่างๆ ทั้งศิษย์ปัจจุบันเพื่อจะได้รู้จักกัน และเกื้อกูลซึ่งกันโดย ส่งเสริมสนับสนุน ทั้งทางด้านส่วนตัวและโรงเรียนเพื่อให้มีความ  เจริญก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นไป พร้อมกันนี้เป็นการหารายได้ มาปรับปรุงการดำเนินงานของโรงเรียน โดยเฉพาะอาคารสถานที่ โดยเฉพาะพื้นโดม ยังไม่สามารถใช้งานได้ อย่างเต็มกำลัง จะต้องมีการปรับปรุงให้ดีขึ้น เพื่อจะใช้เป็นทั้งสนามกีฬาและประกอบกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม  



                                                                                                                               




                     

  


วันพุธที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ราชบุรี บูรณาการคลองสวยน้ำใส ไร้ผักตบชวา

ผู้บังคับการกรมพัฒนาที่ 1 ร่วมกับเทศบาลตำบลบ้านสิงห์บูรณาการคลองสวยน้ำใส ไร้ผักตบชวา พร้อมให้ชาวบ้านช่วยเป็นหูเป็นตาดูแลหน้าบ้านเพื่อความเรียบร้อยของชุมชน

วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 ที่บริเวณสะพานหมู่ที่ 10 บ้านหนองศาลา ต.บ้านสิงห์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี พ.อ.นิมิตต์ สุวรรณรัฐ ผู้บังคับการกรมพัฒนาที่ 1 เป็นประธานในกิจกรรมบูรณาการ “คลองสวยน้ำใส ไร้ผักตบชวา” โดยมี นายนรเศรษฐ รุ่งจรูญ ปลัดเทศบาลตำบลบ้านสิงห์ กล่าวรายงานถึงความเป็นมาในการจัดกิจกรรม โดยมีนายนพรัตน์ รัตนพานิช นายอำเภอโพธาราม พ.ท.ศุภวัฒน์ ประเทืองทิน ผู้บังคับกองพันพัฒนาที่ 1 ค่ายศรีสุริยวงศ์ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และชาวบ้านหนองศาลาหมู่ที่ 10 ให้การต้อนรับ 
สำหรับการบูรณาการคลองสวยน้ำใส ไร้ผักตบชวานั้น แต่เดิมพื้นที่บ้าหนองศาลาหมู่ที่ 10 มีสภาพพื้นที่ที่เป็นธรรมชาติที่ดี น้ำสามารถระบายได้ดี ซึ่งตั้งแต่ ปี 2539 ได้มีนิคมอุตสาหกรรมมาก่อตั้ง และฟาร์มสุกรเกิดขึ้น ทำให้ทางน้ำที่เคยผ่านไปได้ถูกปิดและน้ำที่ดีก็กลายเป็นน้ำเสีย เทศบาลตำบลบ้านสิงห์ ได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับในช่วงนี้เข้าสู่ฤดูฝน ทำให้ความหนาแน่นของผักตบชวา ที่มีอยู่ในลำคลอง เพิ่มมากขึ้น และเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2560 ได้จัดทำโครงการคลองสวยน้ำใส ขึ้น โดยมีการปรับปรุงสภาพน้ำและภูมิทัศน์บริเวณลำคลองและขุดลอกวัชพื้นที่ผิวน้ำ ตลอดแนวบริเวณคลองชลประทาน ทั้งสองฝั่งความยาวรวมไม่น้อยกว่า 3000 เมตร โดยมีการใช้พืชธรรมชาติบำบัดน้ำเสีย โดยทำคอกสำหรับกั้นผักตบชวา เพื่อช่วยกรองน้ำเสีย แล้วใช้เครื่องตีอากาศเพื่อช่วยเพิ่มออกซิเจนในน้ำ จากนั้นใส่น้ำชีวภาพ (อี.เอ็ม) เพื่อบำบัดน้ำเสีย สุดท้ายคือการกำจัดผักตบชวา วัชพืชและปรับปรุงภูมิทัศน์ริมฝั่งคลอง ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง ต้องร่วมมือร่วมใจ สร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษา เท่านี้ก็เป็นการช่วยคงสภาพธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของลำคลองให้สวยงามกับชุมชนเพื่อให้น่าอยู่

 ทางด้าน  พ.อ.นิมิตต์ สุวรรณรัฐ กล่าวว่า สำหรับในวันนี้เป็นกิจกรรมเล็ก ๆ ที่ทางรัฐบาล คสช.ได้ให้ทหารมีส่วนร่วมกับประชาชนในพื้นที่เพราะทุก ๆ ความเดือดร้อนของประชาชนคือปัญหาของทหาร นอกจากทหารก็มีส่วนอื่น ๆ ในปัจจุบันเรื่องต่าง ๆ จะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีถ้าได้รับความร่วมมือร่วมใจกัน เช่นเดียวกับผักตบชวาซึ่งไม่ใช่ปัญหาใหญ่แต่สร้างปัญหาให้มากมายซึ่งต่อให้ทุ่มงบประมาณมากเท่าไหร่ก็ไม่มีทางกำจัดไปได้หากเราไม่ร่วมมือร่วมใจกัน ทำให้เป็นการจุดประเด็นในเรื่องของการเป็นหูเป็นตา ในส่วนงบประมาณที่จะต้องมาดูแลประชาชนที่มีความเดือดร้อนด้านอื่น ๆ ได้