บทความที่ได้รับความนิยม

วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554

สรรพาสามิตรโฉมใหม่

ราชบุรี Smart Office สรรพาสามิตรโฉมใหม่กับนโยบายเพื่อสังคม
               เวลา 11.00 น.  วันที่ 31 สิงหาคม 2554   ที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ราชบุรี  สาขาเมืองราชบุรี   นายพงษ์ภาณุ   เศวตรุนทร์   อธิบดีกรมสรรพสามิต เป็นประธานในพิธีเปิด Smart Office สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ราชบุรี  สาขาเมืองราชบุรี   พร้อมด้วย นายณรงค์  พลละเอียด  รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี และ พล.ต.ต.เพชรัตน์  แสงไชย  ผบก.ภ.จว.ราชบุรี  โดยมี นายอัครุตม์ สนธยานนท์ สรรพสามิตพื้นที่ราชบุรี กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการ Smart Office นั้น   เพื่อมุ่งเน้นให้เป็นสำนักงานที่ทันสมัย ประหยัดพลังงาน คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ผู้ประกอบการและประชาชนที่มาติดต่อราชการ ด้วยการให้บริการที่เป็นกันเอง สะดวก รวดเร็วและประทับใจ รวมถึงสร้างความผาสุกในการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยได้ดำเนินการจัดสร้าง Smart Office ซึ่งเป็นสำนักงานที่มีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย พร้อมให้บริการที่มีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ โดยสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ราชบุรี สาขาเมืองราชบุรี ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 86 พื้นที่ที่จะเปิดให้บริการ จากกรมสรรพสามิต ดำเนินการปรับปรุง พื้นที่ของสำนักงานให้มีมาตรฐาน ซึ่งเป็นไปตามยุธศาสตร์ของกรมสรรพสามิต ที่ต้องการสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้รับบริการและผู้ที่เกี่ยวข้อง
                นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์  อธิบดีกรมสรรพสามิต  กล่าวว่า นโยบายของกรมสรรพสามิตในปัจจุบัน นอกจากจะเน้นการให้บริการแก่ผู้เสียภาษี การบริหารจัดเก็บภาษีและดูแลคุ้มครองผู้เสียภาษีแล้ว ยังมีนโยบายสนับสนุนส่งเสริมการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี และลดปัญหาภาวะโลกร้อน โดยให้นำบุหรี่และใบยาสูบของกลางที่เสร็จคดีแล้วมอบให้กับหน่วยงานต่างๆนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่น วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีทางการเกษตร หน่วยงานของกรมวิชาการเกษตร หรือหน่วยงานอื่นๆที่มีความพร้อม เพื่อนำไปเป็นส่วนผสมกับวัตถุดิบพื้นบ้าน สำหรับผลิตเป็นยาไล่ศัตรูพืช หรือปุ๋ย ตามโครงการสรรพสามิตเพื่อสังคม
                ซึ่งทางสรรพสามิตพื้นที่ราชบุรี ได้ร่วมมือกับปราชญ์ชาวบ้านและกลุ่มเกษตรกรจากศูนย์การเรียนรู้บ้านทุ่งกระถิน อำเภอจอมบึง คิดสูตรการทำน้ำยาไล่แมลง หมากฝรั่งหมูหลุมและปุ๋ย จากของกลางดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับการรณรงค์ลดภาวะโลกร้อนตามนโยบายสรรพสามิตสีเขียว ที่นำยาสูบและน้ำสุราของกลางไปใช้ให้เกิดประโยชน์ แทนการเผาทำลายยาสูบแบบเดิม และการเทน้ำสุราทิ้งซึ่งเป็นการสร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม โดยในครั้งนี้ ได้มอบเงินสนับสนุนสังคมและชุมชน โดยมอบเงินสมทบให้แก่เหล่ากาชาดจังหวัดราชบุรี มอบเงินสนับสนุนการศึกษาพร้อมอุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียนในพื้นที่ จังหวัดราชบุรี จำนวน 3 โรงเรียน และมอบยาสูบ จำนวน 1,100 ซอง และน้ำสุรา จำนวน 150 ลิตร ซึ่งเป็นของกลางที่เสร็จคดีแล้ว ให้กับตัวแทนศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านทุ่งกระถิน  อำเภอจอมบึง  เพื่อนำไปผลิตเป็นยาน้ำไล่ศัตรูพืชและปุ๋ยต่อไป
 

กกต.อบจ ราชบุรีออกตรวจหน่วย

        กกต.อบจ ราชบุรีออกตรวจหน่วยเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี เขตเลือกตั้งที่ 3 อ.โพธาราม (แทนตำแหน่งที่ว่าง)เพื่อดูความเรียบร้อยมีประชาชนออกมาใช้สิทธิบางตาประกอบกับมีฝนตกหนักในช่วงบ่าย
                เมื่อวันที่ 28  สิงหาคม 2554 นายครรลอง  ยุทธชัย  ปลัดจังหวัดราชบุรีประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรีพร้อมด้วย  นายสุพรชัย  จิตตุรงค์อาภรณ์  ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรีและคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี  ได้ออกตระเวรตรวจหน่วยเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ในเขตเลือกตั้งที่ 3      อ.โพธาราม เพื่อดูความเรียบร้อยพบว่ามีประชาชนออกมาใช้สิทธิบางตาประกอบกับมีฝนตกในช่วงบ่าย  สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้สืบเนื่องจากที่นายชัยทิพย์  กมลพันธ์ทิพย์  สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี     เขตเลือกตั้งที่ 3 อำเภอโพธาราม  ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่   4 กรกฎาคม 2554 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 และข้อ 7 ของระเบียบคณะกรรมการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2554 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ.2554 โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดราชบุรี  ได้ประกาศให้มีการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี  เขตเลือกตั้งที่ 3 อำเภอโพธาราม (แทนตำแหน่งที่ว่าง) โดยกำหนดรับสมัครรับเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 19- 23 กรกฎาคม 2554 ที่ผ่านมา ณ สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี และกำหนดเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม 2554 ผลปรากฏว่ามีผู้สมัครเข้ารับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี         เขตเลือกตั้งที่  3 อำเภอโพธาราม  จำนวน 2  คน ได้แก่
                                1. นางสาวศิริพร   เนียมรักษา          ผู้สมัครหมายเลข 1
                                2. นายสนธยา                        กลัดเกตุ              ผู้สมัครหมายเลข 2
                จากการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้ง 2 ราย ปรากฏว่านายสนธยา กลัดเกตุ ผู้สมัครหมายเลข 2 เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตาม มาตรา45(10)แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่3) พ.ศ.2554 เนื่องจากไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2554 จึงประกาศไม่รับสมัครรับเลือกตั้งฯ ทำให้เหลือผู้สมัครเพียงรายเดียวคือ นางสาวศิริพร  เนียมรักษา  ผู้สมัครหมายเลข 1
                สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรีเขตเลือกตั้งที่ 3 อำเภอโพธาราม             (แทนตำแหน่งที่ว่าง) ครั้งนี้  คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ได้แบ่งหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 3 อำเภอโพธารามออกเป็น 34 หน่วยเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 20,886 คน ประกอบด้วยพื้นที่ เทศบาลเมืองโพธาราม  เทศบาลตำบลเจ็ดเสมียน เทศบาลตำบลดอนทราย และองค์การการบริหารส่วนตำบลคลองข่อย  โดยมีประชาชนในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 3 อำเภอโพธารามออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี (แทนตำแหน่งที่ว่าง) ครั้งนี้แบบบางตาประกอบกับในช่วงบ่าย       มีฝนตกหนัก
                สำหรับผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี เขตเลือกตั้งที่ 3 อำเภอ        โพธาราม (แทนตำแหน่งที่ว่าง) อย่างไม่เป็นทางการ ผลปรากฏว่า นางสาวศิริพร  เนียมรักษา  ผู้สมัครหมายเลข 1 ได้ 5,452 คะแนน  คิดเป็น 33.75 % จากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 20,886  จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 7,048 คน  บัตรดี 5,452 ใบ บัตรเสีย 1,058 ใบ ไม่ประสงค์ลงคะแนน 538 ใบ

เทศบาลเมืองราชบุรี ทุ่ม งบ

เทศบาลเมืองราชบุรี ทุ่ม งบกว่า 10,000,000 ปรับปรุงสัญญาณจราจร
                นายทวีป เหนือมณีมงคล ประธานสภาเทศบาลเมืองราชบุรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันสภาพการจราจรในเขตเทศบาลเมืองราชบุรี ค่อนข้างเป็นปัญหาสำคัญ เนื่องจากจังหวัดราชบุรี เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่มาจากกรุงเทพมหานครฯ เพราะมีระยะห่างจากราชบุรี ประมาณ 100 กิโลเมตร ประกอบกับในเขตเทศบาลเมืองเป็นย่านเศรษฐกิจ การค้า และมีสถานศึกษาสำคัญหลายแห่ง ประชาชนส่วนใหญ่จึงใช้เส้นทางการจราจรภายในเขตเทศบาลเมืองเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนนถนน ส่วนใหญ่เกิดจากกรณีที่สัญญาณไฟจราจรใช้งานได้ไม่ดีเท่าที่ควร และเพื่อเป็นการลดจำนวนอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดราชบุรี ทางสถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรี  จึงประสานมายังทางเทศบาลเมืองราชบุรี ให้ดำเนินการปรับปรุงสัญญาณไฟจราจรเป็นนาฬิกานับถอยหลังในเขตเทศบาลเมือง จำนวน 11 ทางแยก ซึ่งเป็นทางแยกที่มีการจราจรคับคั่ง ได้แก่ สี่แยกตลาดศรีเมือง (ทางเข้าสถานีขนส่ง) , สี่แยกต้นสำโรง , สี่แยกบึงถาวร , สี่แยกโรงเรียนอนุบาล , สี่แยกตระการ , สี่แยก โรงเรียนดรุณา , สี่แยกโรงเรียนนารีวิทยา , ห้าแยกสะพานแดง , สี่แยกตลาดศรีเมือง(ทางเข้าตลาดศรีเมือง) , สี่แยกอุโมงค์รถไฟ และสี่แยกท้าวอู่ทอง   รวมถึงพื้นที่ที่เป็นบริเวณจุดเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน จำนวน 53 จุด  ซึ่งเทศบาลจะได้ติดตั้งไฟกระพริบเตือน เพื่อเป็นจุดสังเกตให้เกิดความปลอดภัยของประชาชน โดยทางเทศบาลเมืองราชบุรี ได้ขออนุมัติใช้จ่ายเงินสะสมเทศบาล จำนวน 2 โครงการ ซึ่งแบ่งเป็นโครงการปรับปรุงสัญญาณไฟจราจร จำนวน 11 ทางแยก เป็นเงิน 8,000,000 บาท และโครงการติดตั้งสัญญาณไฟกระพริบเตือน จำนวน 53 จุด เป็นเงิน 2,000,000 บาท รวมจำนวนทั้งสิ้น 10,000,000 บาท โดยขณะนี้ทางเทศบาลได้อนุมัติโครงการดังกล่าวแล้ว  ซึ่งจะประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป

วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ชาวบ้านปิดถนนประท้วงไม่ยอมให้สร้างฟาร์มไก่กลางหมู่บ้าน



ชาวบ้านปิดถนนประท้วงไม่ยอมให้สร้างฟาร์มไก่กลางหมู่บ้าน
               เมื่อเวลา 10.00 น.  วันที่ 1 มิถุนายน 2554  ชาวบ้านในหมู่ 7  หมู่ 11 และหมู่ 12  ต.จอมบึง  อ.จอมบึง  จ.ราชบุรี จำนวนกว่า 100 คน ได้นำเต้นท์มาตั้งกางพร้อมนำรถบรรทุก สิบล้อ มาปิดถนนสายจอมบึง - บ้านพุแค  หมู่ 12 ต.จอมบึง หน้าทางเข้าสถานที่ก่อสร้างฟาร์มไก่  เพื่อเรียกร้องขอพบนายสุเทพ  โกมลภมร  ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี  หลังชาวบ้านได้เคยยื่นหนังสือร้องเรียนและไม่ยินยอมให้มีการก่อสร้างฟาร์มไก่กลางหมู่บ้าน ที่บริเวณหมู่ 11  บ้านหนองกระทุ่ม  ต.จอมบึง   ไปแล้วตั้งแต่เดือนเมษายน ที่ผ่านมา เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  นอกจากนี้ผลการประชาคมหมู่บ้านยังเป็นการไปขอให้ชาวบ้านเซ็นต์ชื่อตามบ้านและบางคนที่ไม่รู้เรื่องก็มีรายชื่อยินยอมไปด้วย   
โดยนายพงษ์พันธ์  แสงสุวรรณ  นายอำเภอจอมบึง ได้เดินทางมารับเรื่องดังกล่าวไว้และนำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อผู้ว่าราชการจังหวัดและที่ผ่านมาทางผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ก็ได้มีคำสั่งให้ชะลอการก่อสร้างฟาร์มไก่ของนายพชร  สินชัยวนิชกุล ไว้แล้วถึงสองครั้ง  แต่จนถึงขณะนี้เป็นเวลากว่า 1 เดือนแล้ว ทางฟาร์มไก่ก็ยังคงมีการก่อสร้างเพิ่มเติมตลอด โดยไม่ได้สนใจในคำสั่งให้ชะลอการก่อสร้าง และจากการตรวจสอบผลการประชาคมหมู่บ้าน ทางอำเภอจอมบึงพบว่ามีมูลเหตุให้น่าเชื่อว่า การประชาคมในครั้งนี้มีความไม่ถูกต้องและมีการแอบอ้างชาวบ้านบางคนโดยที่ไม่รู้เรื่อง  จึงทำให้ชาวบ้านต้องออกมาทำการปิดถนนดังกล่าว เพื่อเรียกร้องขอพบผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี
        ซึ่งในเวลาต่อมานายณรงค์  คลองชนม์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี  นายพงษ์พันธ์  แสงสุวรรณ  นายอำเภอจอมบึง  นางวิมลรัตน์  สุภาคม  ปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี  และเจ้าหน้าที่ อตร.(องค์การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ) ได้เดินทางไปพบกับชาวบ้านที่ปิดถนน พร้อมกับเชิญตัวแทนชาวบ้านมาพุดคุย ก่อนจะรับหนังสือร้องทุกข์จากตัวแทนชาวบ้าน
 โดยนายณรงค์ คลองชนม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ได้รับปากกับชาวบ้านว่าจะดำเนินการเรื่องการตรวจสอบหนังสือประชาคมหมู่บ้านที่มีการนำมาใช้ว่าข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร โดยจะทำการสอบสวนข้อเท็จจริงและจะหาข้อสรุปให้กับชาวบ้านโดยเร็ว   และอีกเรื่องคือจะให้ทางเจ้าหน้าที่ของอำเภอประสานกับทางอบต.จอมบึง ให้ตรวจสอบหากฟาร์มดังกล่าวมีการยื่นขออนุญาติใบประกอบกิจการการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ  ( กิจการเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ ) ให้ตรวจสอบดูว่ามีการดำเนินการอย่างถูกต้องตามระเบียบหรือไม่หลังจากที่เจ้าของฟาร์มมายื่นขออนุญาติอีกครั้งหนึ่ง  แต่ในส่วนการระงับการก่อสร้างนั้นทางส่วนราชการเองยังไม่มีอำนาจหน้าที่ที่จะไปให้ผู้ประกอบการก่อสร้างหยุดการก่อสร้างไว้ได้ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้อยู่ใน พรบ.ควบคุมอาคาร แต่ในเบื้องต้นก็คงต้องเห็นความสำคัญและความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสำคัญ ซึ่งทำให้ผู้ชุมนุมพอใจก่อนยุติการชุมนุม


ชาวคูบัวประท้วงการสำรวจปักหมุด

  ชาวคูบัวประท้วงการสำรวจปักหมุดที่ราชพัสดุเป็นเมืองโบราณ


                จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ของกรมธนารักษ์จังหวัดราชบุรี ได้เข้าไปทำการรังวัดที่ดิน พร้อมปักมุดทองเหลืองไว้หลายจุด ตั้งแต่หมู่ 2-6 .คูบัว กินพื้นที่กว่าพันไร่ ซึ่งมีประชาชนตั้งบ้านเรือนอยู่กว่า 500 หลังคาเรือน สร้างความสงสัยแก่ประชาชนในพื้นที่ ถึงวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนและทำให้เกิดความหวั่นเกรงว่ากรมธนารักษ์จะยึดพื้นที่คืนและเกรงว่าจะต้องทำสัญญาเช่าที่ดินกับกรมธนารักษ์  ทั้งที่บริเวณดังกล่าว ชาวบ้านมีโฉนดที่ดินถูกต้องตามกฎหมาย มีการถือครองมาตั้งแต่ พ..2459 ..2460  ..2504  จนถึงปัจจุบัน
                โดย เมื่อเวลา 9.00 . วันที่ 31 พ.ค. 54  นายณรงค์  พลละเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัดได้เดินทางมาเป็นประธาน พร้อมทั้งนายสมบูรณ์  สิริเวช  นายอำเภอเมืองราชบุรี เจ้าหน้าที่จากกรมธนารักษ์ และเจ้าหน้าที่จากศิลปากร ได้ร่วมกันชี้แจ้งถึงสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ศาลาการเปรียญ วัดคูบัว ต.คูบัว อ.เมือง มีชาวตำบลคูบัวจากหมู่ 2-6 กว่า 800 คน เข้าร่วมฟังการชี้แจงในครั้งนี้ด้วย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของกรมธนารักษ์ ได้กล่าวว่า  การที่มาทำการรังวัดที่ดินเป็น โครงการสำรวจที่ดินกำแพงเมือง คูบัว วัตถุประสงค์เพื่อกำหนดขอบเขตที่ดินกำแพงเมือง-คูเมือง  และจัดสร้างแผนที่ในการป้องกันระงับยับยั้งการบุกรุกทำลายกำแพงเมือง-คูเมือง  ต่อไป ซึ่งเมื่อชาวบ้านได้ฟังดังนี้ หลายคนต่างก็วิพากย์วิจารย์  ว่า ชาวคูบัวได้อาศัยพื้นที่ตรงนี้กันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ  โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ประชาชนมีโฉนด ที่ดิน ซึ่งก็ได้ตกทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน ชาวคูบัวจึงมีความรักและความผูกพันธ์ การที่มาทำแบบนี้เหมือนมาดูถูกชาวคูบัวและทำลายวัฒนธรรมอันดีงามที่สืบทอดกันมายาวนานกว่า 200 ปี 
                เมื่อพิจารณาแผนที่รังวัดปักหมุดคูเมืองของเจ้าหน้าที่ของกรมธนารักษ์ พบว่า บริเวณพื้นที่ของคูเมือง  มีความกว้างกว่า 200 เมตร และแนวคลองมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีความยาวกว่า 3 กิโลเมตร มีความกว้าง กว่า 800 เมตร ซึ่งรวมพื้นที่เมืองโบราณแล้ว มีเนื้อที่ทั้งหมด กว่า  1.92 ตารางกิโลเมตร
                โดยบรรยากาศในที่ประชุมเริ่มตึงเครียด มีตัวแทนจากหลายหมู่บ้านของตำบลคูบัว ได้ออกมายืนยัน อย่างชัดเจน ว่าจะขอให้กรมธนารักษ์ระงับโครงการดังกล่าวและจะขอปกป้องที่ดินบริเวณนี้ไว้ไม่ให้ใครมาทำลายได้อย่างเด็ดขาด  อย่างไรก็ตามนายณรงค์  พลละเอียด  รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี   ได้รับฟังปัญหากับทางเจ้าหน้าที่ธนารักษ์  และข้อมูลชาวบ้านที่เดือดร้อนแล้ว  ได้ข้อสรุปแนวทางแก้ปัญหาเบื้องต้น  โดยทางจังหวัดจะทําหนังสือบันทึกถึงกรมธนารักษ์  เนื่องจากชาวบ้านไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้  ให้ยกเลิก หรือ ระงับโครงการกําหนดการรังวัดปักหมุดแนวเขตกําแพงคูเมืองโบราณบ้านคูบัวทั้งหมดไว้ก่อน   เพื่อเสนอปัญหาของชาวบ้านไปยังอธิบดีกรมธนารักษ์เพื่อพิจารณาต่อไป  ซึ่งชาวบ้านก็ตกลง  และหากวันจันทร์หน้าไม่มีคําตอบที่ชัดเจนว่าจะยกเลิกหรือไม่  ชาวบ้านก็จะเดินทางไปประท้วงที่หน้าศาลากลางจังหวัดราชบุรีอีกครั้ง