บทความที่ได้รับความนิยม
-
ชาวบ้านตื่นต้นมะขามเทศสีทองทั้งต้นแห่ขอหวย ที่บริเวณหมู่ที่ 5 ต.บัวงาม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี พบต้นมะขามเทศประหลาดมีลำต้นเป็นสีแดงใบสีทอ...
-
ผู้เลี้ยงกุ้งในหลายจังหวั ดรวมตัวฟ้องศาลปกครอง หลังรัฐบาลสั่งให้ระงับการเลี้ ยง ตัวแทนกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งขาว (แวนาไมค์) ในจังหวัดราชบุรี ...
-
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงร่วมกับเทศบาลตำบลเขางูจัดตั้งโรงเรียนสร้างสุขผู้สูงอายุเพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีของผู้สูงอายุ พัฒนาทักษะการ...
-
ผู้ว่าฯ ราชบุรี เปิดโครงการวิ่ง “หมอออร์โธฯ ชวนก้าว @Run Ratch Ri” ปลุกกระแสดูแลกระดูกและข้อ ชวนคนไทยออกกำลังกาย ลดเสี่ยงโรคกล้ามเนื้อ–กระด...
-
เทศบาลตำบลเจ็ดเสมียน จัดแข่งขัน “เจ็ดเสมียนคัพ” ต้านยาเสพติด ดวลแข้งทีมดาราสร้างสีสันชุมชนสร้างความสนุกสนานและเสียงเชียร์จากประชาชนที่เข้าร...
วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568
ราชบุรี ฟุตบอลกระชับมิตรทีมเฒ่าภูธรพบทีมสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา
ฟุตบอลกระชับมิตร “เฒ่าภูธร” พลิกแซงคว้าชัย ทีมสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา 2-1การแข่งขันเพื่อสร้างสีสันและความสนุกสนานยังเป็นเวทีที่ช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
ที่สนามฟุตบอลเดอะรีสอร์ทสปอร์ตคลับ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี มีการจัดการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร ระหว่างทีม “เฒ่าภูธร ราชบุรี” นำโดย จ่าสิบเอก รังสี มูลทรัพย์ และนายถวิล ลิ้มคุณธรรมโม นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดราชบุรี พบกับทีมสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีนายเริงฤทธิ์ จุลกะ เป็นหัวหน้าทีม พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภุชงค์ ณรงค์อินทร์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโพธาราม เข้าร่วมการแข่งขันก่อนเริ่มเกม ทั้งสองทีมได้แลกเปลี่ยนของที่ระลึกและร่วมถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและการสร้างความสัมพันธ์อันดี โดยการแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน และแบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ช่วง ๆ ละ 30 นาที
เกมการแข่งขันเป็นไปอย่างสนุกสนาน ช่วงแรกทั้งสองทีมเปิดเกมบุกแลกกันอย่างสูสี แต่ยังไม่มีสกอร์ เสมอกัน 0-0 เข้าสู่ช่วงที่สอง ทีมสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาอาศัยความฟิตและความเร็วของผู้เล่นอายุน้อยกว่า ทำประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 ทว่าช่วงสุดท้าย ทีมเฒ่าภูธรไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เร่งเกมรุกจนสามารถตีเสมอได้เป็น 1-1 ก่อนที่จะมาได้ลูกจุดโทษ และยิงเข้าประตูไปอย่างเฉียบคม พลิกแซงเอาชนะไปในที่สุดด้วยสกอร์ 2-1
การแข่งขันครั้งนี้นอกจากจะสร้างสีสันและความสนุกสนานแล้ว ยังเป็นเวทีที่ช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ราชบุรีกับส่วนกลางให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นอีกด้วย
วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568
ราชบุรี เร่งพัฒนาศักยภาพท่องเที่ยวที่ห้วยกระบอก
จังหวัดราชบุรีเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงชุมชน เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยว กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจฐานราก
ที่ศาลามูลนิธิประโยชน์มวลชนห้วยกระบอก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี นางสาวฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดโครงการ “ผู้ว่าฯ พาเยือนชุมชน” โดยมี นางกาญน์กุระ ฮัยสคาเนน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดราชบุรี นายเกียรติศักดิ์ หอมเย็นใจ นายอำเภอบ้านโป่ง และนายชูเกียรติ วงษ์พิทักษ์โรจน์ นายกเทศบาลตำบลห้วยกระบอก เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมด้วยผู้นำท้องถิ่น ประชาชน และเครือข่ายการท่องเที่ยวชุมชน
สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ ผู้ว่าฯ ราชบุรีได้นำคณะเยี่ยมชม “ชุมชนห้วยกระบอก” และ “ชุมชนจีนแคะโบราณห้วยกระบอก” ซึ่งถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพด้านวัฒนธรรมและวิถีชีวิต โดยเริ่มจากการสักการะ ศาลเจ้าชั้มชั้นเกล็ดหว่อง หรือศาลเจ้าพ่อสามภูเขา ซึ่งมีความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมจีนและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน จากนั้น คณะได้ร่วมสัมผัสเสน่ห์อาหารพื้นถิ่น เช่น “ขาหมูห้วยกระบอก” เมนูขึ้นชื่อที่สืบทอดสูตรดั้งเดิมมาหลายชั่วอายุคน และ “หว่องฟ้ามู่ปั้น” ขนมโบราณหายากของชาวจีนแคะ ซึ่งถือว่ามีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย พร้อมชมการสาธิตวิธีทำจากภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสืบสานและเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับพื้นที่ใกล้เคียง เช่น การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงอาหาร และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อสร้างความหลากหลายให้แก่เส้นทางท่องเที่ยวราชบุรี ตลอดจนเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และต่อยอดผลิตภัณฑ์ชุมชนให้มีมูลค่าเพิ่ม
โครงการ “ผู้ว่าฯ พาเยือนชุมชน” ในครั้งนี้ ไม่เพียงช่วยประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัดราชบุรี แต่ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น กระจายรายได้สู่ชุมชน และสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของราชบุรีให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2568
ราชบุรีจัดโครงการสืบสานวัฒนธรรม เชื่อมความสามัคคี 8 ชาติพันธุ์
สภาวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี จัดโครงการสืบสานวัฒนธรรม เชื่อมความสามัคคี 8 ชาติพันธุ์ผลักดันการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างความสามัคคีและความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ของท้องถิ่น
- ที่โรงยิมเนเซี่ยมจังหวัดราชบุรี อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี สภาวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี จัดโครงการ “สืบสานวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี” เพื่ออนุรักษ์ พัฒนา และเผยแพร่วัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป โดยมี นางวริษฐา สงวนเสริมศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนางสาวกุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี เขต 1 หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง
นายสุธีร์ เล้าศศิวัฒนพงศ์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการรวมพลังของชนเผ่า 8 ชาติพันธุ์ในจังหวัด ได้แก่ ไทยพื้นถิ่น, ไทยลาวเวียง, ไทยมอญ, ไทยทรงดำ, ไทยเขมรลาวเดิม, ไทยจีน, ไทยกะเหรี่ยง และไทยวน ซึ่งแต่ละกลุ่มมีวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และภูมิปัญญาที่สืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนาน ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่า และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นที่ควรได้รับการรักษาและส่งเสริมให้คงอยู่ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก วัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมท้องถิ่นยังคงมีบทบาทสำคัญในการเป็นรากฐานทางจิตใจ สร้างความรัก ความภาคภูมิใจในความเป็นไทย และเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาสังคม โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน การจัดโครงการครั้งนี้จึงเป็นเวทีให้คนทุกช่วงวัยได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยน และสืบทอดสิ่งดีงามที่บรรพบุรุษได้สร้างไว้
ภายในงานมีกิจกรรมที่หลากหลายและน่าสนใจ อาทิขบวนเดินเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10ขบวนแห่ 8 ชาติพันธุ์ในจังหวัดราชบุรีซุ้มอาหารพื้นถิ่น 4 ชาติพันธุ์ ให้ผู้ร่วมงานได้ชิมและเรียนรู้สูตรดั้งเดิมการสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น งานหัตถกรรม เครื่องจักสาน และศิลปะพื้นบ้าน
การแสดงศิลปะวัฒนธรรมพื้นบ้านจากแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์การจัดงานครั้งนี้นอกจากจะเป็นการอนุรักษ์และฟื้นฟูวัฒนธรรมแล้ว ยังเป็นโอกาสให้ภาครัฐ เอกชน เครือข่ายวัฒนธรรม และประชาชนได้ร่วมมือกันผลักดันการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดราชบุรีให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างความสามัคคีและความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ของท้องถิ่นให้คงอยู่ต่อไป
วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2568
ราชบุรี เปิดโครงการปลูกข้าวปลูกใจ เด็กไทยรักข้าว
เปิดโครงการ “ปลูกข้าวปลูกใจ เด็กไทยรักข้าว” ปีที่ 2 ถ่ายทอดองค์ความรู้ สืบสานคุณค่าข้าวไทยวิถีชีวิตแบบพอเพียงเชื่อมโยงกับศาสตร์พระราชา
ที่บริเวณข้างที่ว่าการกำนันตำบลเกาะพลับพลา อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี นายเฉลิม นวมนิ่ม สหกรณ์จังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดโครงการ “ปลูกข้าวปลูกใจ เด็กไทยรักข้าว” ปีที่ 2 โดยมีพระครูสังฆรักษ์ สายชล ฐิตสาโร เจ้าอาวาสวัดเกาะลอย คณะครู นักเรียนจากโรงเรียนในพื้นที่ และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก นายธวิทย์ กุศลอภิบาล ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรเมืองราชบุรี จำกัด กล่าวว่า โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ต่อการพัฒนาเกษตรกรรมไทย โดยเฉพาะในด้านการส่งเสริมการปลูกข้าว การอนุรักษ์พันธุ์ข้าว และการรวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ
โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสหกรณ์การเกษตรเมืองราชบุรี วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ข้าว ตำบลเกาะพลับพลา และหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ มีเป้าหมายเพื่อถ่ายทอดความรู้เรื่องข้าวตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ให้แก่เยาวชน ผ่านกิจกรรมลงมือปฏิบัติจริง อาทิ การดำนา การเรียนรู้เรื่องสายพันธุ์ข้าว การสาธิตแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าว และการเรียนรู้วิถีชีวิตชาวนา ทั้งนี้ โครงการยังเน้นการปลูกฝังทัศนคติที่ดีต่ออาชีพเกษตรกร และการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีเกี่ยวกับข้าว เช่น ประเพณีแรกนาขวัญ การทำข้าวเม่า และการสวดมนต์ข้าวใหม่ เพื่อให้เยาวชนตระหนักถึงคุณค่าของข้าวไทย และความสำคัญของการพึ่งพาตนเองทางอาหาร
กิจกรรมในปีนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 หลังประสบความสำเร็จจากปีที่ผ่านมา โดยมีการติดตามผลจากโรงเรียนที่เข้าร่วม พบว่าเด็กมีความเข้าใจในกระบวนการผลิตข้าวมากขึ้น และเริ่มสนใจวิถีชีวิตแบบพอเพียงซึ่งเชื่อมโยงกับศาสตร์พระราชา
วันพุธที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568
ราชบุรี ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน มอบถุงยังชีพช่วยเหลือครัวเรือนยากจน
สพอ.ดำเนินสะดวก บูรณาการความร่วมมือกับเหล่ากาชาดจังหวัดราชบุรี ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน มอบถุงยังชีพช่วยเหลือครัวเรือนยากจน 6 ตำบล รวม 10 ครัวเรือน มุ่งขจัดความยากจนแบบพุ่งเป้า พร้อมส่งเสริมคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอดำเนินสะดวก (สพอ.ดำเนินสะดวก) ได้ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดราชบุรี ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดราชบุรี และหน่วยงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก จัดกิจกรรมลงพื้นที่เยี่ยมเยียนครัวเรือนยากจน และครัวเรือนเป้าหมายในระบบ TPMAP และ Thai QM เพื่อมอบถุงยังชีพและเงินช่วยเหลือเบื้องต้น รวมทั้งให้คำแนะนำและวางแผนการพัฒนาเชิงบูรณาการให้เหมาะสมกับบริบทครัวเรือน โดยมีเป้าหมายเพื่อ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ
กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายสุวิชาติ นวมเพ็ชร นายอำเภอดำเนินสะดวก เป็นผู้นำคณะในการลงพื้นที่ พร้อมด้วย นางนวลนิตย์ สังข์กระแสร์ พัฒนาการอำเภอดำเนินสะดวก, นางกิตติ์รวี อภิสินรุ่งโรจน์ รองนายกกิ่งกาชาดอำเภอดำเนินสะดวก และประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอดำเนินสะดวก รวมถึงเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชนในแต่ละตำบล เข้าร่วมปฏิบัติงานอย่างพร้อมเพรียง แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือแบบมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในระดับพื้นที่
สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ครอบคลุมพื้นที่ 6 ตำบล รวมทั้งหมด 10 ครัวเรือน ได้แก่
ตำบลสี่หมื่น จำนวน 1 ครัวเรือน ตำบลตาหลวง จำนวน 1 ครัวเรือน ตำบลขุนพิทักษ์ จำนวน 4 ครัวเรือน ตำบลดอนไผ่ จำนวน 2 ครัวเรือน ตำบลดอนคลัง จำนวน 1 ครัวเรือ ตำบลดอนกรวย จำนวน 1 ครัวเรือน
ครัวเรือนเป้าหมายเหล่านี้เป็นครัวเรือนที่อยู่ในกลุ่มเปราะบาง มีปัญหาด้านรายได้ ที่อยู่อาศัย สุขภาพ หรือไม่สามารถเข้าถึงบริการภาครัฐได้อย่างทั่วถึง โดยคณะฯ ได้มอบถุงยังชีพซึ่งประกอบด้วย ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำมันพืช บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง และสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวัน พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับทุกครัวเรือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และสร้างขวัญกำลังใจให้สามารถดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างไม่ลำบากจนเกินไปในช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน
นอกจากการมอบสิ่งของและเงินช่วยเหลือแล้ว คณะผู้ปฏิบัติงานยังได้พูดคุยสอบถามข้อมูลสภาพความเป็นอยู่ของแต่ละครัวเรือนอย่างใกล้ชิด เพื่อรวบรวมข้อมูลและจำแนกความต้องการจำเป็นที่แตกต่างกันออกไป เช่น บางครัวเรือนต้องการการสนับสนุนด้านอาชีพ บางครัวเรือนมีผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้สูงอายุที่ต้องการบริการด้านสาธารณสุข หรือบางรายขาดแคลนที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งต่อให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น พม., รพ.สต., ธกส., และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางช่วยเหลือในระยะยาว
นอกจากนี้ การลงพื้นที่ครั้งนี้ยังมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลผู้เปราะบางในพื้นที่ของตนเอง รวมถึงการสร้างเครือข่ายอาสาสมัครพัฒนาชุมชนในระดับตำบลให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การดำเนินงานช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
กิจกรรมดังกล่าวเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของนโยบาย “การขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ที่เน้นการพัฒนาเชิงรุกแบบพุ่งเป้า ตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่ โดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์จากฐานข้อมูล TPMAP เป็นเครื่องมือในการระบุตัวตนของผู้เดือดร้อนอย่างแม่นยำ
การดำเนินงานในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการร่วมกันยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างสังคมแห่งความเอื้ออาทร เพื่อให้เกิดสังคมไทยที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนในอนาคต
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)













































