บทความที่ได้รับความนิยม

วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

ราชบุรี เปิดโครงการคลองสวยน้ำใสตำบลบ้านฆ้อง

เปิดโครงการคลองสวยน้ำใสตำบลบ้านฆ้อง ร่วมกิจกรรมเทน้ำยา EM ลงในลำคลองเพื่อปรับสภาพน้ำให้สะอาด หลัง อบจ.นำรถแบคโฮขุดลอกวัชพืชเพื่อปรับภูมิทัศน์ลำคลอง
ที่บริเวณหมู่ที่ 3 ต.บ้านฆ้อง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา นายก อบจ.ราชบุรี เป็นประธานพิธีเปิดโครงการคลองสวยน้ำใสตำบลบ้านฆ้อง พร้อมด้วย นายวรวัฒน์ น้อยโสภา เลขานุการนายก อบจ.ราชบุรี นายชาคริสณ์ กรปัญญากุล เลขานุการนายกอบจ.ราชบุรี สจ.เขตอ.โพธาราม ร่วมกิจกรรม โดยมีนายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอโพธาราม นางสาวอรอุมา มุกดา กำนันต.บ้านฆ้อง ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล และ อสม.ในพื้นที่ ร่วมกิจกรรม
โดย ทางดร.สุรชัย ฉัตรภิญญาคุปต์ ผู้พิพากษาศาลสมทบศาลเยาวชนและครอบครัว จ.ราชบุรี จิตอาสาพระราชทาน ได้สนับสนุนน้ำยา EM จำนวน 3 พันลิตร มาร่วมกันเทใส่ในคลองบ้านฆ้อง เพื่อเป็นการปรับสภาพน้ำ หลังจากที่ อบจ.ได้นำรถแบคโฮ มาขุดลอกวัชพืชออกจากลำคลองทำให้การระบายน้ำสะดวกมากยิ่งขึ้น
นายวิวัฒน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้รับการประสาน จาก สจ.และกำนันในพื้นที่ ในการขอความอนุเคราะห์รถแบคโฮมาขุดลอกคูคลอง เพื่อกำจัดวัชพืชที่ขวางทางระบายน้ำเป็นการปรับภูมิทัศน์ให้กับตำบลบ้านฆ้อง หลังจากไม่ได้รับการขุดลอกมาเป็นเวลานาน ซึ่งก็ต้องขอชื่นชมผู้นำท้องถิ่นที่มีความใส่ใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น โดยทางอบจ.ได้เตรียมพร้อมในการสนับสนุนเครื่องจักร รถแบคโฮ ในช่วงฤดูฝน มองว่าปัญหาดังกล่าวต้องทำอย่างต่อเนื่องถึงจะเป็นการแก้ปัญหาระยะยาวได้ และต้องขอขอบคุณผู้ที่สนับสนุนน้ำยา EM ที่นำมาใช้ในการปรับสภาพน้ำให้ลำคลองใสสะอาด คืนคลองสวยน้ำใสให้กับชาวตำบลบ้านฆ้องอย่างยั่งยืนต่อไป

วันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

ราชบุรีจัดกรรม เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต

จัดกรรม เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ
ที่บริเวณอุทยานหินเขางู จ.ราชบุรี นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรมเดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งจังหวัดราชบุรี ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดราชบุรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ในงานมีส่วนราชการ ภาคเอกชน ประชาชน นักเรียน นักศึกษาต่างสวมใส่เสื้อสีเหลืองเข้าร่วมกิจกรรมกว่าหนึ่งพันคน โดยกิจกรรมในวันนี้เป็นการออกกำลังกาย ด้วยการเดิน วิ่ง ระยะทาง 6.30 กิโลเมตร ซึ่งจุดเริ่มต้นและเส้นชัยที่บริเวณอุทยานหินเขางู
สำหรับการจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นโครงการที่กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล , ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช , ศิริราชมูลนิธิ และภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนกว่า 40 หน่วยงานร่วมกันจัดทำโครงการฯดังกล่าวขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ที่ทรงเป็นดั่งแสงนำใจของประชาชนไทย และทรงเป็นแบบอย่างแก่ประชาชนชาวไทยในการรักษาสุขภาพ และการออกกำลังกาย ทรงมีพระเมตตาแผ่ไพศาลแก่พสกนิกรชาวไทยอย่างไม่เลือกชั้นวรรณะ และเชื้อชาติ และเพื่อให้ประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ ตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ผ่านการให้ความรู้โรคหลอดเลือดสมองแบบเชิงรุกในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ ตลอดจนรณรงค์เชิญชวนประชาชนทุกเพศ ทุกวัย และทุกหมู่เหล่า ได้ออกกำลังกาย ผ่านกิจกรรมออกกำลังกายอย่างง่าย ๆ เช่น การเดิน วิ่ง หรือปั่นจักรยาน ซึ่งหากออกกำลังกายติดต่อกันเป็นประจำ จะทำให้มีสุขภาพแข็งแรง ห่างไกลจากโรค และช่วยลดค่าใช้จ่ายการรักษา ตลอดจนลดภาระของปัญหาโรคเรื้อรังได้

วันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

ราชบุรี กกพ. จัดประชุมสัมมนาสื่อมวลชน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. จัดประชุมสัมมนาสื่อมวลชน เพื่อสร้างเครือข่ายงานประชาสัมพันธ์ขององค์กร ประชาชนที่เดือดร้อนสามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนได้ เน้นไม่ให้เกิดการสูญเสียชีวิตตัดไฟบ้านผู้ป่วยติดเตียง
ที่ห้องประชุมโรงแรมวิศมา อ.เมือง จ.ราชบุรี นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เป็นประธานจัดประชุมกิจกรรมสร้างเครือข่ายงานประชาสัมพันธ์ขององค์กร โดยมีผู้บริหาร สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. พร้อมทั้งคณะกรรมการผู้ใช้พลังงานประจำเขต (คพข.) และสื่อมวลชนจากหลายแขนงเข้าร่วม เนื่องจากกิจการพลังงานมีความสำคัญต่อโครงสร้างด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของประเทศ รัฐบาลจึงปรับโครงสร้างการบริหารกิจการพลังงานแยกงานนโยบาย และงานกำกับดูแลออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อให้การกำกับกิจการพลังงานเป็นไปอย่างทั่วถึงและมีความเป็นอิสระในการดำเนินงาน โดยออกพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 ( พระราชบัญญัติฯ ) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2550 ซึ่งมีพระมหากษัตริย์มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ชุดแรก เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2551 เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลกิจการพลังงาน ซึ่งประกอบด้วย การประกอบกิจการก๊าซธรรมชาติ และกิจการไฟฟ้าให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติฯ ภายใต้กรอบนโยบายของรัฐและจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงานกกพ.) ทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงานของ กกพ. เพื่อกำกับดูแลกิจการพลังงานของประเทศ ให้มีความมั่นคง สามารถให้บริการด้านพลังงานอย่างเพียงพอและทั่วถึง ตอบสนองต่อความต้องการและการพัฒนาประเทศทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ส่งเสริมการแข่งขันในกิจการพลังงานในอัตราค่าบริการที่เหมาะสม สะท้อนต้นทุนการประกอบกิจการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันในระดับภูมิภาคได้อย่างเข้มแข็ง กำกับดูแลการประกอบกิจการก๊าซธรรมชาติและกิจการไฟฟ้าให้มีมาตรฐานวิศวกรรมปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนคุ้มครองผู้ใช้พลังงานที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายอันเนื่องมาจากการให้บริการของผู้ประกอบกิจการพลังงาน และการเรียกเก็บอัตราค่าบริการที่ไม่เป็นธรรม คุ้มครองผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการวางระบบโครงข่ายพลังงานและการจ่ายค่าทดแทนที่ดิน และทรัพย์สินให้ผู้ได้รับผลกระทบได้รับความเป็นธรรม และสามารถวางเขตระบบโครงข่ายพลังงาน เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ตลอดจนการบริหารจัดการกองทุนพัฒนาไฟฟ้าให้มีการจ่ายให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กฎหมายกำหนด
นอกจากนี้ในที่ประชุมได้มีการพูดถึง บทบาทและภารกิจ ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานประจำเขต ขั้นตอนการพิจารณาเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน เรื่องกองทุนพัฒนาไฟฟ้า และเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ยังมีการพูดถึงกรณีการนำเสนอข่าวสารการติดตั้งหม้อมิเตอร์ไฟฟ้าสูงกว่า 5 เมตร ในพื้นที่ อ.เมืองราชบุรี ซึ่งมีการย้ายเสาไฟฟ้าและมิเตอร์ใหม่จนสูงมองเลขไม่เห็น และกรณีค่าไฟฟ้าที่สูง อีกทั้งกรณีการ ร้องเรียนชาวบ้านพื้นที่ อ.ปากท่อ ไม่มีไฟฟ้าใช้นานกว่า 9 ปี ซึ่งทางหน่วยงาน ได้เก็บข้อมูลรายละเอียดส่วนที่เกี่ยวข้อง
นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า เป็นโอกาสดีที่ทาง กกพ. และสำนักงานฯได้จัดกิจกรรมสัมมนาสื่อมวลชนกับคณะกรรมการผู้ใช้พลังงานประจำเขต หรือ คพข. เพื่อจะร่วมมือกันดูแลสิทธิ หรือ คุณภาพบริการด้านไฟฟ้า ทั้งเรื่องไฟตก ไฟดับ เรื่องคิดค่าไฟฟ้าที่ผิดพลาด แพงจนเกินไป รวมทั้งเรื่องความปลอดภัยสาธารณะ สายสื่อสาร หรือ ไฟรั่ว ในพื้นที่สาธารณะทำให้เกิดการสูญเสียชีวิต รวมถึงการตัดไฟกับบ้านที่มีผู้ป่วยติดเตียง และทำให้เกิดการเสียชีวิต เช่น เหตุเกิดที่ จ.นครพนม แต่ก่อนหน้านั้นได้ทำมาแล้วที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์และที่ราชบุรี ให้เอา อสม.กับการไฟฟ้า มาตกลงแลกเปลี่ยนข้อมูล เพราะ อสม.จะรู้ว่าบ้านไหนมีผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่บ้าง ส่วนที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์มีผู้ป่วยติดเตียงประมาณ 100 คน ยิ่งสังคมไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุเรื่องนี้มีความสำคัญมาก ตัดไฟปุ๊บก็ตายเลย จะบอกว่าให้ไปแจ้ง บางครั้งประชาชนไม่รู้ จึงเป็นความร่วมมือซึ่ง คพข.ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งเรามีหน้าที่ที่จะต้องดูแลทุกคน สื่อสารให้คนเข้าใจ เข้าถึงอำนาจที่เขามี ถึงสิทธิ์ที่เขามีด้วย สิ่งเหล่านี้ประชาชนจะไม่ค่อยรู้ พอเรื่องไฟฟ้ามาอยู่ในภูมิภาคแล้วประชาชนจะไม่รู้เลยว่ามีสิทธิ์อะไรบ้าง มีกฎหมายมากที่มีสิทธิ์เยอะแยะ วันนี้จะมาบอกและให้สื่อมวลชนช่วยกันเผยแพร่ ช่วยกระจายข่าวทางออนไลน์ ช่องทางต่าง ๆ ประชาชนเดือดร้อนให้มาบอกได้ พร้อมที่จะแก้ไขปัญหาให้ทุกเรื่อง
ส่วนการร้องเรียน ให้ไปที่เขต มี 13 เขต ทั่วประเทศ หรือ ให้ประชาชนที่เดือดร้อนโทรศัพท์ติดต่อ 1204 โดยให้แจ้งเรื่องไปในเวลาราชการจะมีเจ้าหน้าที่รับสาย หรือ ใช้แอพลิเคชั่นไลน์ @ ERCvoice หรือ แชท แชะ แชร์ กรณีเกิดสายไฟระโยงระยาง ไฟดูด หม้อแปลงจะระเบิด ให้ถ่ายรูปพร้อมเขียนข้อความระบุแล้วส่งเข้ามา เพื่อให้การทำงานมีความรวดเร็ว โดยจะไปกำกับการไฟฟ้าอีกครั้งหนึ่ง เพราะเราคำนึงถึงผู้บริโภคเป็นสำคัญ

วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2567

ราชบุรี สปสช.จ่ายเงินให้โรงพยาบาลอย่างมีปัญหา

ประธานชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปชี้ สปสช.จ่ายเงินให้โรงพยาบาลอย่างมีปัญหาจ่ายต่ำกว่าต้นทุน สร้างปัญหาในการบริหารจัดการ อาจทำให้โรงพยาบาลบางแห่งต้องล้มสลาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่ชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั้วไป ออกมาชี้ปัญหาที่โรงพยาบาลรัฐประสบปัญหาสถานการณ์การเงินน่าเป็นห่วงต้นทุนการรักษาคนไข้แต่ละโรคผู้ป่วยคนไข้ในประมาณ 13,000บาทต่อหน่วยเป็นต้นทุนซึ่งเป็นโรคเดียวกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจ่าย 8,350 บาทต่อหน่วย เห็นแล้วจะทำกันอย่างไรให้มีประสิทธิภาพงานนี้ต้องเข้ามาแก้ใขก่อนจะล่มสลายไปทั้งระบบ
ทางด้าน นพ.อนุกูล ไทยถานันดร์ ผอ.โรงพยาบาลราชบุรี ประธานชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป กล่าวถึงการทำงานของโรงพยาบาลของรัฐบาลไม่ได้มองถึงผลกำไลหรือขาดทุน มีหน้าที่ดูแลสุขภาพประชาชนงานดูแลจำเป็นต้องมีทรัพยากรต่างๆเข้ามาด้วยโดยเฉพาะเรื่องงานวัสดุอุปกรณ์ต่างๆและเจ้าหน้าที่ ทางโรงพยาบาลจำเป็นต้องนำทรัพยากรต่างๆเพื่อมาบริหารจัดการเพื่อให้มีการบริการคนไข้ได้ดีที่สุดปัญหาที่มีข่าวในช่วงนี้เราพบว่าสถานการณ์การเงินของโรงพยาบาลของรัฐบาลค่อนข้างน่าเป็นห่วงต้นทุนในการรักษาคนไข้แต่ละโรคผู้ป่วยคนไข้ในประมาณ 13,000บาทต่อหน่วยไม่ใช่ราคาขายไม่ได้บวกกำไลแต่มันเป็นต้นทุนที่กองทุนจ่ายไม่เท่ากันซึ่งเป็นโรคเดียวกันจ่าย 11000 บาท ประกันสังคมจ่าย 12,000 บาทกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจ่าย 8,350 บาทต่อหน่วยซึ่งสถานการณ์เป็นเช่นนี้มาโดยตลอดและต้องใช้เงินร่วมกันเอาเงินคนไข้บัตรทองให้เงินประกันสังคมแม้แต่เงินบริจาค มาใช้ร่วมกันเป็นสิ่งจำเป็นที่เราใช้ร่วมกันมาตลอดเพื่อให้มีทรัพยากรเพียงพอเข้ามาดูแลคนไข้ในปีนี้จะหนักมากกว่าทุกปีในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติประกาศไม่จ่าย 8,350 บาทแล้วแต่จะจ่ายอยู่ 7,000 บาทใน 4 เดือนสุดท้ายซึ่งกังวลกันมากเมื่อจ่ายต่อหน่วยน้อยลงมีโรงพยาบาลหลายโรงพยาบาลมีผลกระทบเพราะว่าเงินบัตรทองจะต้องหักเงินเดือนเจ้าหน้าที่ก่อนถึงจะส่งให้โรงพยาบาลจะพบมีหลายโรงพยาบาลที่ไม่มีเงินจะจ่ายติดอยู่ที่บัตรทองสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติรักษาไปแต่ไม่มีเงินกลับมาซื้อยาบางโรงพยาบาลแต่บางโรงพยาบาลยังพอมีอยู่บ้างแต่สถานการณ์ก็ไม่คล่องตัว 8250 บาทซึ่งเป็นการจ่ายต่ำกว่าต้นทุนมานานแล้ว
แนวทางการแก้ปัญหาทางชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั้วไป เสนอตาม พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขาร่างไว้ได้ดีการกำหนดอัตราค่าบริการต้องคำนึงถึงราคาที่เป็นจริงและเหมาะสมร่างนั้นชี้ให้เห็นถึงราคาที่เป็นจริงและเหมาะสมหากกองทุนที่จ่ายต่ำมากจะทำให้กระทบกับคุณภาพและมาตรฐานจึงมีการเสนอสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่จะเอาราคาต้นทุนมาทำงบประมาณไม่ควรใช้ราคาเดิมที่จ่ายมาเท่านั้นเมื่อโรงพยาบาลเริ่มวิกฤตก็ต้องส่งเสียงแจ้งโดยมีรัฐมนตรีได้สั่งการให้แก้ปัญหาปรับกลับขึ้นมาเป็น 8,000 กว่าบาทก็จึงทำให้ดีขึ้นแต่ตรงนี้เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในปีนี้ซึ่ง วิกฤตการแก้ปัญหาระยะยาวต้องทำงบประมาณตามปริมาณงานที่เกิดขึ้นจริงราคาที่เหมาะสมจะทำให้โรงพยาบาลต่างๆนี่สามารถมีปัจจัยมาเพื่อบริการอย่างครบถ้วนและมีคุณภาพระบบสุขภาพจะยั่งยืนได้จะต้องใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพไม่ฟุ่มเฟือยโรงพยาบาลจะอยู่ได้จะไม่ล่มสลายไปและประชาชนจะต้องช่วยกันดูแลสุขภาพตนเองด้วยจะทำให้ระบบสุขภาพอยู่อย่างยั่งยืนแต่สิ่งหนึ่งอยากให้
หลักประกันสุขภาพแห่งชาตินำเสนอสิทธิประโยชน์ใหม่ๆเป็นสิ่งที่ดีประชาชนคนไทยรับในสิ่งที่ดีขึ้นแต่จะต้องเสนอข้อมูลที่ครบถ้วนเรื่องของต้นทุนและกิจกรรมต่างๆที่เพิ่มมากขึ้นจำเป็นต้องมีงบประมาณเข้ามาเพิ่มด้วยไม่ควรยกภาระให้เป็นของผู้บริการอย่างเดียวอย่างเช่นงบผู้ป่วยในเป็นสิ่งจำเป็นที่ดูแลผู้ป่วยที่มีอาการหนักจำเป็นต้องอยู่โรงพยาบาลบางคนจะต้องผ่าตัดบางคนจะต้องต่อท่อเข้า ICUบางคนจะต้องฝึกกายภาพบำบัดบางคนต้องสวมหัวใจคนไข้เหล่านี้จำเป็นต้องใช้งบผู้ป่วยในแต่หลักคิดคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเป็นงบปลายปิดคือมีเงินเท่าไหร่ให้เท่านั้นจากคนป่วยที่ป่วยมากขึ้นไม่ได้ลดลงจะทำให้แต่ละรายมีเงินลดลงขณะเดียวกันกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติบางคนเสนอสิทธิประโยชน์ใหม่ๆไม่สะดวกรับยาที่โรงพยาบาลให้รับยาที่บ้านโดยการส่งยาทางไปรษณีย์หรือเจ็บป่วยเล็กน้อยเป็นไข้หรือเจ็บคอให้ไปรับยาที่ร้านยาวิธีคิดแบบนี้เหมาะสมจริงหรือเปล่าคนไข้หนักที่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลใส่ท่อไอซียูงบปลายปิดแต่ส่วนคนเจ็บไข้เล็กน้อยเราเพิ่มสิทธิประโยชน์อำนวยความสะดวกแต่เป็นงบปลายเปิดไปเท่าไหร่ก็ได้เท่านั้น
สำหรับแนวคิดอย่างนี้คงต้องมาดูกันให้ดีว่ามันถูกต้องและบทสมจริงหรือหากเราจะเติมงบประมาณที่จำเป็นรักษาชีวิตคนไข้ก่อนอย่างน้อยให้เพียงพอให้ไปโรงพยาบาลสามารถดูแลได้และเงินที่เหลือถ้ามีถึงค่อยมาจัดสรรเรื่องอำนวยความสะดวกจะดีกว่าไหมซึ่งมีคำถามไปถึงสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติต้องพิจราณาเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง

วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2567

ราชบุรี เตือนสมาชิกเทศบาลเมืองราชบุรีระวังเวลา 180 วัน

เตือนสมาชิกเทศบาลเมืองราชบุรีระวังเวลา 180 วันลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงคล้ายๆกับตอนที่อยู่ในช่วงเลือกตั้ง
นายณัฎฐกร คงเดชา ผอ.สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดราชบุรี ได้ออกมาเตือนสมาชิกเทศบาลเมืองราชบุรี ให้ระวังในวันที่ 28 มีนาคม 2567 ระยะเวลา 180 วัน ก่อนจะครบวาระ 4 ปี ก็จะต้องมีลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงแล้วก็วิธีการต่างๆที่ในการหาเสียงคล้ายๆกับตอนที่อยู่ในช่วงเลือกตั้งเพราะฉะนั้น 180 วันก่อนวันครบวาระเราจะต้องทำให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบถ้าจะเอาที่ผู้สมัครส่วนใหญ่จะถามกันเข้ามาเยอะ เพราะว่าจะไปร่วมงานศพงานแต่งงานบวชอะไรต่างๆ สามารถไปร่วมงานได้แต่ห้ามให้สิ่งของหรือเงินทองแม้จะเป็นการช่วยเหลือเงินเหลืออะไรสิ่งของทำประเพณีก็ต้องห้ามทำไม่ได้ก็จะอยู่ใน 180 วัน
แล้วตั้งแต่วันที่ 28 เดือนกันยายนนี้เป็นต้นไปไปร่วมกันได้แต่อย่ามอบเงินเหลือสิ่งของน่าจะเป็นการช่วยทำประเพณีก็ตามแต่ถ้าถามว่าถ้าสมมุติว่าไปร่วมงานศพงานจะแต่งอะไรต่างๆแล้วเขาเชิญขึ้นไปพูดไปกล่าวอะไรทำได้ ถ้าสิ่งของที่ถวายพระ ไปงานศพถ้าของที่ถวายพระเป็นของของเจ้าภาพที่ไม่ใช่ของผู้สมัครเองทำได้ ขึ้นไปกล่าวอวยพรงานแต่งหรืออะไรต่างๆทำได้แต่หาให้มีการอัพเดทในงานก็แล้วกันครับหลีกเลี่ยงการกระทำความผิดครับส่วนพวงหรีดที่ถามกันมาเยอะก็คือสามารถมอบดวงดีได้ไหมถ้าตามแนวทางของสำนักงานกกตแล้วมอบให้กับครูดอกไม้สดนะครับอย่างนี้มอบได้เป็นเฉพาะวงรีดอกไม้สดแต่ถ้าเป็นพวงหรีดที่เป็นพัดลมหรืออะไรต่างๆอันนี้ทำไม่ได้ก็ถือว่าเป็นการให้ทรัพย์สินหรือสิ่งของนะครับนอกนั้นก็ก็อย่างเช่นว่าอ่าในช่วง 180 วันหรือในช่วงที่ผู้บริหารอยู่ไม่ถึง 180 วันแต่จะลาออกเนี่ยช่วงก่อนหน้าที่จะลาออกเนี่ยถ้าผู้บริหารท้องถิ่นอนุมัติโครงการหรือกิจกรรมใหม่ๆที่จะเป็นการลักษณะว่าให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างไรกับคนหรือชุมชน
ยกเว้นแต่เป็นโครงการที่บรรเทาทุกข์จากภัยธรรมชาติหรือว่าเป็นโครงการต่อเนื่องมาจากกิจกรรมเดิมหรือเป็นโครงการตามปกติครมทั้ง 3 ทั้งอ่าทั้ง 3 อย่างข้างหลังเนี่ยเป็นข้อยกเว้นทำได้แต่นอกนั้นเนี่ยทำไม่ได้ถ้าเป็นโครงการใหม่ๆขึ้นมาในการอนุมัติโครงการนี้นะครับของผู้บริหารทุกทีมนอกนั้นการหาเสียงก็เป็นไปตามระเบียบและวิธีที่เคยปฏิบัติกันมาในพวก 180 วันก็เป็นอย่างที่เรียนครับทำตัวตามปกติแต่อย่าให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดเพื่อจูงใจในการเลือกตั้งแต่ถ้ามีการปรับป้ายหาเสียงหรืออะไรก็ตามหรือมีการแจ้งผู้ช่วยหาเสียงในตอนนี้ก็ตามแม้ยังไม่มีการสมัครก็ต้องทำเป็นรวมเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งที่จะดีขึ้นในอนาคตครับ