บทความที่ได้รับความนิยม

วันอาทิตย์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ราชบุรี บูรณาการภาครัฐตรวจสอบหาสารตกค้างช่วงตรุษจีน



  หัวหน้าสำนักงานจังหวัดนำเจ้าหน้าที่นำเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ ประมง เกษตรและสุ่มเก็บตัวอย่างหาสารตกค้างที่มีในเนื้อสัตว์ พืชผัก ผลไม้ที่บริเวณตลาดศรีเมือง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคช่วงเทศตรุษจีน
    ที่บริเวณตลาดกลางผักและผลไม้ ตลาดศรีเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี  นางวีณา ศรีสรรพางค์   ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการตลาดศรีเมือง    ร่วมกับนายชาติชาย ไชยพิมล  หัวหน้าสำนักงานจังหวัด สัตวแพทย์หญิงวรรณี วัฒนพงศ์ชาติ ปศุสัตว์จังหวัด ดร.ชนินท์ แสงรุ่งเรือง ประมงจังหวัด นายพินิจ เจริญเร็ว เกษตรจังหวัด พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดกิจกรรมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคช่วงเทศกาลตรุษจีน ระหว่างวันที่ 12-14 กุมภาพันธ์  ซึ่งเป็นตลาดกลางค้าผักค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันตกที่มีพ่อค้า แม่ค้าจะมาเลือกซื้อพืชผัก ผลไม้ สินค้าเกษตร สินค้าแปรรูปต่างๆไปจำหน่ายยังภาคใต้และพื้นที่ทั่วประเทศ  ซึ่งสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้บูรณาการดูและเรื่องอาหารปลอดภัย รวมถึงเรื่องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนที่จะมาจับจ่ายใช้สอยเลือกซื้อสินค้าที่มีปริมาณที่ถูกต้อง รายคาเหมาะสม  โดยนายชยาวุธ  จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบหมายให้หัวหน้าสำนักงานจังหวัดนำส่วนราชการและเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบตลาดสด และเก็บตัวอย่างเนื้อสัตว์ สัตว์น้ำ พืชผัก  นำส่งตรวจวิเคราะห์หาสารตกค้างที่เป็นอันตราย ซึ่งจะดำเนินการรูปแบบเดียวกันกับในพื้นที่ทุกอำเภอช่วงเทศกาลตรุษจีน เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นในการเลือกสินค้าที่ปลอดภัยไม่มีสารตกค้าง ปัจจุบันมีร้านค้าทั้งในตลาดสด ตลาดนัด ที่ได้รับป้ายรับรองสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ปลอดภัย (เขียงสะอาด) จังหวัดราชบุรี มีจำนวนทั้งสิ้น 52 ร้านในพื้นที่รวม 10 อำเภอของจังหวัดราชบุรี 


    สัตวแพทย์หญิงวรรณี วัฒนพงศ์ชาติ ปศุสัตว์จังหวัดกล่าวถึงกิจกรรมว่า ได้บูรณาการร่วมกันหลายหน่วยงานเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค เป็นการตอกย้ำว่าราชบุรีเป็นแหล่งผลิตอาหารครัวไทยสู่ครัวโลกที่มีความเป็นมาตรฐาน มีคุณภาพปลอดภัย ยืนยันจากหน่วยงานราชการที่เข้ามาตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ในอนาคตตลาดศรีเมืองก็จะเป็นแหล่งศึกษาดูงานของหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศที่จะมาดูเรื่องกระบวนการผลิตอาหารตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำที่ปลอดภัย
     นางวีณา ศรีสรรพางค์   ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการตลาดศรีเมือง เปิดเผยว่า ช่วงใกล้เทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงนี้ ทางตลาดศรีเมืองจะได้สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค วันนี้ได้มีหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมจัดกิจกรรมพร้อมเก็บตัวอย่างเนื้อสัตว์ พืชผัก ผลไม้ นำไปตรวจสอบหาสารตกค้าง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น โดยแต่ละร้านจะผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยังมีป้ายบอกแสดงราคาติดไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนได้เลือกซื้อสินค้าที่ดีสะอาด ปลอดภัยและมีคุณภาพด้วย

ราชบุรี - ตําบลเจ็ดเสมียนเปิดหมู่บ้านท่องเที่ยว

เปิดหมู่บ้านท่องเที่ยวชุมชนโบราณบริเวณตลาด 119 ปี เชิงอนุรักษ์ ที่ต.เจ็ดเสมียน อ.โพธาราม จ.ราชบุรีบริเวณริมแม่น้ำแม่กลอง ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ นิเวศน์ และการอนุรักษ์ ชูอาหารเลิศรสและของดีในท้องถิ่นที่มีมายาวนาน






          ที่บริเวณลานกิจกรรมริมน้ำ ตลาดเจ็ดเสมียน 119 ปี ต.เจ็ดเสมียน  อ.โพธาราม  จ.ราชบุรี   นายไพบูลย์ บูรณสันติ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน นายสุทธิเดช ริมธีรกุล นายกเทศมนตรีตำบลเจ็ดเสมียน พร้อมด้วยผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุมชนชาวเจ็ดเสมียน ได้ร่วมกันจัดพิธีเปิดหมู่บ้านท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลเจ็ดเสมียนตามโครงการพัฒนา และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ – นิเวศน์และอนุรักษ์ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ระหว่างวันที่ 9-11 กุมภาพันธ์ โดยตำบลเจ็ดเสมียนมีประวัติความเป็นมาสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มีความรักความผูกพันในเรื่องการรักชาติรักแผ่นดิน สมัยนั้นชาวบ้านเจ็ดเสมียนได้อาสาสมัครไปเป็นทหารออกศึกเพื่อกอบกู้กรุงศรีอยุธยาจำนวน 7 คน   ซึ่งเป็นเสมียนที่มีความรู้ความสามารถในสมัยนั้น นอกจากนี้พื้นที่เจ็ดเสมียนยังมีการใช้ทุนชุมชนในการต่อยอดพัฒนาในด้านต่างๆ มาบูรณการระหว่าง 5 ส่วน ในรูปแบบประชารัฐ คือ ท้องที่ ท้องถิ่น ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษาและภาคประชาชน  โดยปีงบประมาณ 2561 สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอโพธาราม ได้ส่งเสริมการพัฒนาประสิทธิภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชนในพื้นที่ดังกล่าวขึ้น เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดยใช้การท่องเที่ยวเป็นกลยุทธการพัฒนา
            สำหรับการจัดงานท่องเที่ยวชุมชนตำบลเจ็ดเสมียนครั้งนี้ได้ใช้ชื่อว่า “เที่ยวท้องถิ่น กินอิ่มนอนอุ่น ตำบลเจ็ดเสมียน “  มีกิจกรรมภายในงานที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การออกร้านตลาดประชารัฐ พบกับสินค้าโอท็อปชูอัตลักษณ์วิถีชุมชน  ได้แก่ การจำหน่ายไชโป๊หวานตำนานต้นตำรับของเมืองไทย ผลผลิตการเกษตรขากศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพ่อ ผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน รวมถึงงานหัตถกรรมในท้องถิ่นที่เป็นของดี  เช่นการร้อยมาลัยจากกระดาษทิชชู การทำสบู่ การทำไข่เค็มสมุนไพร  และกิจกรรมปั่นจักรยาน … ปั่นตามรอยธรรม ก้าวตามรอยพ่อ  เสน่ห์ปลายจวัก นิทรรศการภาพวาดจากศิลปินลุ่มน้ำแม่กลอง ซึ่งบรรยากาศค่ำคืนของการเปิดงานเป็นไปอย่างคึกคัก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะแต่งกายลักษณะแบบย้อนยุคสมัยโบราณสวมเสื้อลายผ้าไทย นุ่งผ้าซิ่น เข้าเที่ยวชมงานและยังได้เลือกชิมอาหารคาว หวาน ขนมโบราณ เช่น  ผัดหมี่ ทอดมันข้าวโพด ถั่วแปบ กล้วยตากทอด ผลิตภัณฑ์จากหัวไชโป๊ ที่มีการแปรรูปเป็นกับข้าวหลายอย่าง กินกับข้าวต้มใส่ใบเตยที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ นอกจากนี้ยังมีเบเกอร์รี่ผักกาดเค็มปั้นทำเป็นก้อนกลม ขนมเบื้องยวนไส้ไชโป๊ ล้วนแต่มีรสชาติที่อร่อยเป็นที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยวและนักปั่นจักรยานที่ได้เดินชิมอาหารและขนมโบราณฟรีตลอดงาน  นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังได้นำดอกไม้กราบสักการะขอพร พระพุทธชยันตีองค์ดำ นาลันทา ซึ่งเป็นพระพุธรูปศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเดินทางกลับด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ราชบุรี ตำรวจมอบประกาศนียบัตรเชิดชูคนดี



 ตำรวจดำเนินสะดวกมอบประกาศนียบัตรให้ลุงพิการที่พายเรือตลาดน้ำเพื่อเชิดชูการกระทำความดีหลังเก็บเงินนักท่องเที่ยวได้เกือบแสนคืนให้เจ้าของ

 วันที่ 8 กพ. 61  พ.ต.อ.สุทธิพงษ์   พงศ์ประภาอำไพ ผู้กำกับ สภ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี  ได้มอบประกาศนียบัตรให้กับนายบุ้นเล้ง   แซ่เตียว  อายุ 63 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 173 / 7 หมู่ที่ 7 ต.ดำเนินสะดวก อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี   ซึ่งได้เป็นผู้เก็บกระเป๋าสตางค์ของชาวต่างชาติได้เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ภายในมีเงินสดเป็นธนบัตรไทย และเงินดอลล่าร์ รวมกว่า 66,000 บาท จึงได้นำมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อติดตามค้นหาเจ้าของ ทราบต่อมาเป็นชาวแคลิฟอร์เนีย ติดต่อกลับมาและให้ไกด์มารับกระเป๋าเงินคืนไปแล้ว
     โดยนายบุ้นเล้ง แซ่เตียว ได้เปิดเผยว่า  ตนเองมีอาชีพรับจ้างพายเรือให้นักท่องเที่ยว ได้เที่ยวชมวิถีชีวิตของชุมชนในคลองดำเนินสะดวก  มานานกว่า 30 ปีแล้ว โดยวันที่เกิดเหตุมีนักท่องเที่ยวที่เป็นผู้หญิง 2 คน  ผู้ชาย 2 คน ว่าจ้างให้พายเรือไปเที่ยวรอบตลาดน้ำดำเนินสะดวก  เมื่อเที่ยวเสร็จนักท่องเที่ยวได้ขึ้นจากเรือไปหมดแล้วก็พบกระเป๋าสตางตกอยู่ใต้เก้าอี้ไม้ที่นั่งในเรือ  ภายในกระเป๋ามีบัตรประจำตัวประชาชนระบุเป็นชาวแคลิฟอร์เนียร์ ชื่อ มิสเตอร์แซนดี้   จึงได้มาตามหาแต่นักท่องเที่ยวได้เดินทางกลับและตลาดน้ำวายหมดแล้ว  จึงไม่รู้จะทำยังไง จึงนำเก็บกลับบ้านโดยไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น ต่อมาได้ไปปรึกษาผู้ใหญ่บ้านให้เป็นพยานนำไปแจ้งที่สถานีตำรวจไว้เป็นหลักฐานเพื่อความปลอดภัยของเงินในกระเป๋า  โดยหลังได้มอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วเปิดนับดูพบว่ามีเงินเป็นธนบัตรไทยเป็นปึกตรวจนับแล้วรวมกว่า  5 แสนบาท มีทั้งเงินดอลล่าร์รวมอยู่ด้วย   จึงมอบให้ผู้กำกับสภ.ดำเนินสะดวกเก็บไว้พร้อมลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐานเพื่อสืบหาเจ้าของ   ซึ่งตนนั้นอยากให้เจ้าของกระเป๋าได้เงินคืน  แต่หากเป็นตัวเราเกิดทำกระเป๋าหายจะทำอย่างไร จึงอยากให้ได้คืนครบทุกบาททุกสตางค์  ที่ผ่านมาก็เคยนำเงินส่งคืนเจ้าของไปแล้ว โดยพบกระเป๋าเงินของนักท่องเที่ยวในเรือเหมือนกัน แต่ก็คืนให้ไปแล้ว  อยากให้มาเที่ยวที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวกแล้วเกิดความประทับใจในเมืองไทย
     ด้าน พ.ต.อ.สุทธิพงษ์  พงศ์ประภาอำไพ ผู้กำกับ สภ.ดำเนินสะดวก  เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้ง จึงให้ร้อยเวรประสานทางบริษัททัวร์ เพื่อประสานติดตามหาตัวนักท่องเที่ยวอยู่นานจนพบใช้เวลากว่า    1 วันจึงได้คำตอบกลับมา  ทางไกด์จึงติดต่อเพื่อขอประสานรับเงินคืนแก่นักท่องเที่ยวคนดังกล่าว  เป็นชาวแคลิฟอร์เนียร์ ซึ่งได้เดินทางไปเที่ยวต่อที่จังหวัดภูเก็ตและได้ประสานให้ไกด์นำเที่ยวเดินทางกลับมารับกระเป๋าที่สถานีตำรวจแล้ว วันนี้จึงได้นัดคุณลุงมามอบประกาศนียบัตรเพื่อเชิดชูเกียรติให้ เพื่อให้ชาวต่างชาติและคนไทยได้รับรู้ และเห็นว่าคนดำเนินสะดวกยังมีคนดีอยู่ในสังคมไทย ไม่เห็นแก่เงิน มีตัวอย่างที่ดีอย่างลุงบุ้นเล้งซึ่งมีอาชีพพายเรือจะมีรายได้ไม่เกิน 500 บาท ต้องพายเรือเลี้ยงครอบครัวด้วยหยาดเหงื่อ ไม่คิดอยากได้ของคนอื่น  ผมจึงได้นำเงินตัวเองที่มีอยู่เล็กน้อย มามอบให้ลุงเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการทำความดี เป็นการส่งเสริมคนดีให้ทำความดีต่อไป
อย่างไรก็ตามบรรยากาศการมอบประกาศนียบัตรที่ตู้ยามริมถนนสายดำเนินสะดวก ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก บางคนได้สอบถามไกด์ที่นำเที่ยวว่ามีเหตุการณ์อะไรเห็นมีตำรวจพูดผ่านไมโครโฟนพร้อมกับมีการมอบสิ่งของให้แก่กัน นักท่องเที่ยวบางคนได้ใช้กล้องบันทึกภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกในการทำความดีของคุณลุงด้วย

วันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ราชบุรี รณรงค์ห้องน้ำสาธารณะสะอาดเพื่อการท่องเที่ยว




รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เปิดโครงการรณรงค์ห้องน้ำสาธารณะสะอาดเพื่อการท่องเที่ยว “ห้องน้ำสะอาด สุขใจ ไปเที่ยวไหนก็ WC OK”

  วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 ที่บริเวณท่าเรือยุวันดา ตลาดน้ำดำเนินสะดวก อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี นายวีรัส ประเศรษโฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการรณรงค์ห้องน้ำสาธารณะสะอาดเพื่อการท่องเที่ยว “ห้องน้ำสะอาด สุขใจ ไปเที่ยวไหนก็ WC OK” โดยมีนางสาวแสงจันทร์ แก้วประทุมรัสมี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดราชบุรี กล่าวรายงาน โดยมี นักท่องเที่ยว ประชาชนในพื้นที่ และนักเรียนโรงเรียนวันโชติทายการาม มาร่วมโครงการในครั้งนี้
 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้มอบหมายให้สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดทุกจังหวัดจัดกิจกรรมรณรงค์ห้องน้ำสะอาดเพื่อการท่องเที่ยว “ห้องน้ำสะอาด สุขใจ ไปเที่ยวไหนก็ WC OK” โดยบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันให้เกิดความตื่นตัวในการดูแลและพัฒนาห้องน้ำสาธารณะในแหล่งท่องเที่ยวให้ สะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐานโดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้เป็นผู้แทนจากส่วนราชการและผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวบริเวณตลาดน้ำดำเนินสะดวก ซึ่งได้เลือกให้เป็นพื้นที่นำร่องของโครงการ เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในระดับโลก มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก
ตามเกณฑ์มาตรฐานส้วมสาธารณะระดับประเทศ ของกรมอนามัยต้องมี ความสะอาด ความพอเพียง และมีความปลอดภัย  ในส่วนของกรมการท่องเที่ยว ต้องมีป้ายสัญลักษณ์ห้องน้ำไม่ต่ำกว่า 2 ภาษา มีประชาสัมพันธ์เรื่องการรักษาความสะอาดประหยัดพลังงาน มีการประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดหรือบริเวณใกล้เคียง โดยมีพื้นที่เป้าหมายในการเข้าร่วมโครงการรณรงค์ห้องน้ำสาธารณะเพื่อการท่องเที่ยว คือ  ศาลากลาง ,ที่ว่าการอำเภอ ,ห้างสรรพสินค้า ,สถานีบริการน้ำมัน ,โรงแรมที่พัก รีสอร์ท ,ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ,วัดและ ศาสนสถาน ,แหล่งท่องเที่ยว ,สถานีขนส่ง และสนามกีฬา

วันพุธที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2561

ราชบุรี ใช้โครงการ DARE ฝึกเด็กไม่ยุ่งเกี่ยวสิ่งเสพติด



ตำรวจ สภ.เมืองราชบุรีใช้โครงการ D.A.R.E นำเด็กนักเรียนเข้าเยี่ยมภายในสถานีตำรวจเพื่อดูตัวอย่างการทำงานและการกระทำผิดกฎหมายของประชาชนและสิ่งเสพติด 

                   ที่บริเวณสถานีตำรวจภูธรเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี  พ.ต.อ. อภิชาต พุทธบุญ ผู้กำกับ สภ.เมืองราชบุรี ร.ต.ท.รัฐภูมิ  โพธิ์ศรีดา รองสารวัตรสืบสวนและในฐานะครูตำรวจ D.A.R.E ของสถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรี พร้อมด้วยอาจารย์ ดวงกมล นักจะเข้ อาจารย์โรงเรียนเทศบาลหลักเมือง ได้นำเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5-6 รวม 28 คน จากโครงการครู D.A.R.E มาศึกษาเรียนรู้การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในด้านต่างๆที่เกี่ยวข้อง   ซึ่งมีเด็กๆทั้งชายหญิงได้ให้ความสนใจสอบถามความเป็นมาของแต่ละหน่วยงานด้วยความสนใจ
            ร.ต.ท.รัฐภูมิ  โพธิ์ศรีดา รองสารวัตรสืบสวนและในฐานะครูตำรวจ D.A.R.E  หรือ  DRUG ABUSE RESISTANCE EDUCATION  หรือ โครงการการศึกษาเพื่อการต่อต้านการใช้ยาสเสพติดในเด็กนักเรียน เปิดเผยว่า โครงการก่อตั้งประมาณปี  พ.ศ. 2542 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสมัยนั้น ได้นำโครงการการแก้ไขปัญหายาเสพติด ตั้งแต่นักเรียนจนถึงเยาวชนเข้ามาสู่ประเทศไทย เป็นโครงการของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยนำครูตำรวจแดร์เข้าฝึกอบรม และนำมาถ่ายทอดจนถึงขณะนี้เข้ามาปีที่ 16 แล้ว ใช้ครูตำรวจอบรมหลักสูตรนี้ทั้งหมด 13 บทเรียน นำมาสอนในนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 5-6 ทั่วประเทศไทย ขณะนี้มีครูตำรวจแดร์ทั้งหมด 10,000 คน  ในหนึ่งภาคเรียนจะเข้าสอนเด็กนักเรียนชั้นดังกล่าวคนละ 2 ห้องเรียน เฉลี่ยนักเรียนห้องละ 30-40 คน ทั่วประเทศเทอมหนึ่งประมาณ 20,000 ห้อง ปีหนึ่งประมาณ 40,000 ห้อง เมื่อรวมกับนักเรียนแล้วประมาณปีละ 3-4 แสนคน ขณะนี้ยอดสะสมของนักเรียนประมาณกว่า 1.9 ล้านคน
           โครงการดังกล่าวของตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรีมีครูตำรวจแดร์ อำเภอเมืองทั้งหมด 10 นาย     อบรมนักเรียนรวมกว่า 1,950  คน  ได้ทั้งหมด  16 โรงเรียน สิ่งที่นักเรียนได้รับจากโครงการการศึกษาเพื่อการต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน  ซึ่งเด็กๆจะได้เรียนรู้ทั้งหมด 13 บทเรียน เริ่มตั้งแต่ บุหรี่ กัญชา เหล้า สารละเหย ยาบ้า  รวมทั้งสิ่งเสพติดต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศ เด็กได้เรียนรู้การปฏิเสธอันดับแรกคือ โทษและพิษภัย เมื่อเข้าไปยุ่งเกี่ยวแล้วจะเกิดโทษอย่างไร และให้รู้จักการปฏิเสธด้วย สมมุติมีคนมาชักชวนให้เด็กสูบบุหรี่ ทางครูจะสอนนักเรียนว่า “ไม่หรอก” จะฝึกให้ใช้คำปฏิเสธว่า”ไม่” เพราะบุหรี่เป็นสิ่งไม่ดีมีสารพิษมากมายมากกว่า 7,000 ชนิด หรือ ชวนดื่มสุรา ดื่มเบียร์ ของเด็กนักเรียนที่ขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หากได้เรียนก็จะช่วยเสริมทักษะภูมิคุ้มกันตรงนี้แล้วก็จะรู้จักปฏิเสธเป็น
              พ.ต.อ. อภิชาต พุทธบุญ ผู้กำกับ สภ.เมืองราชบุรี  กล่าวว่า ส่วนเมืองราชบุรีนั้น ทางผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และกองพลพัฒนาที่ 1 มีนโยบายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย โดยได้จัดเจ้าหน้าที่ในชุดพิเศษใช้ชุดเหยี่ยวดำออกปฏิบัติช่วง 22.00- 05.00น.ทุกวัน เป็นส่วนกำลังที่แยกออกมาจากการปฏิบัติหน้าที่ในชุดไล่ล่าเด็กแว้น เด็กซิ่ง  ซึ่งได้สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชน มีมาตรการเมื่อมีการจับกุมตรวจยึดรถจักรยานยนต์ได้ ก็จะมีหลักการคือ ให้แก้ไข  หากยอมถอดท่อไอเสียที่ดัดแปลงให้เกิดเสียงดังและยอมมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็จะดำเนินการปรับตามโทษที่น้อยลง ประมาณ 300-500 บาท  แต่ถ้าไม่ยอมสำนึกผิด โดยไม่ยอมแก้ไขปรับปรุง ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการใช้มาตรการปรับทุกข้อหา มีอัตราโทษสูงสุด
               อย่างไรก็ตามทางครูตำรวจแดร์ได้พาเด็กๆเดินชมรถแต่งซิ่ง พร้อมอธิบายชิ้นส่วนอุปกรณ์ดัดแปลงรถจักรยานยนต์ให้แก่เด็กๆที่พยายามสอบถามว่ามีชิ้นไหนบ้างที่ผิดกฎหมาย  เช่น ท่อไอเสียที่ไปซื้อมาปรับแต่งให้เสียงดังจะมีราคาท่อละ 1,000 บาท  น็อตหัวสีทองเอาไว้แต่งซิ่งตัวละ 300 บาท  นอกจานี้ยังมีอุปกรณ์ต่างๆอีกหลายชนิด เช่น ล้อแม็ก คิ้วล้อรถ  รถคันหนึ่งมีอุปกรณ์ตกแต่งหลายหมื่นบาทต่อคัน และมีการยกตัวอย่างการทำงานของพ่อ แม่ ที่ทำงานได้ค่าแรงวันละ 300 บาท แต่ต้องนำเงินมาประกันตัวลูกที่มาถูกจับดำเนินคดีเกี่ยวกับเปลี่ยนแปลงสภาพรถในจุดต่างๆ ซึ่งมีโทษต่ำสุด 300 บาท ถึงสูงสุด 2,000 บาท ขณะที่พ่อแม่ทำงานได้ค่าแรงวันละ 300 บาท ยังติดลบต้องหาเงินไปประกันลูกอีก 1,700 บาท  เป็นตัวอย่างให้เด็กมองเห็นภาพที่ชัดเจนในการกระทำผิดกฎหมาย จึงถือเป็นโครงการที่ทำให้นักเรียนได้รู้โทษและพิษภัยของยาเสพติดทุกชนิด ที่มีผลกระทบต่อร่างกาย ได้เรียนรู้วิธีปฏิเสธเมื่อถูกชักชวนให้ทดลอง และยังได้รู้จักการคบเพื่อนที่ดีนำไปสู่การเป็นเยาวชนของชาติที่มีภูมิคุ้มกันที่ดีในอนาคต