บทความที่ได้รับความนิยม

วันอังคารที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สร้างความแข็งแกร่งให้ชุมชน รองรับประชาคมอาเซียน


 ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่  ร่วมใจคนละไม้ คนละมือ  สร้างความแข็งแกร่งให้ชุมชน   รองรับประชาคมอาเซียน  



    อาเซียน (ASEAN) เป็นการรวมตัวกันของ 10 ประเทศ ในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้นำอาเซียนได้ร่วมลงนามในปฎิญญาว่าด้วยความร่วมมืออาเซียน เห็นชอบให้จัดตั้ง ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) คือการให้อาเซียนรวมตัวเป็นชุมชนหรือประชาคมเดียวกันให้สำเร็จภายในปี  พ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2015) จะมีการเปิดกว้างให้ประชาชนในแต่ละประเทศสามารถเข้าไปทำงานในประเทศอื่น ๆ ในประชาคมอาเซียนได้อย่างเสรี เสมือนดังเป็นประเทศเดียวกัน ซึ่งจะมีผลกระทบกับการประกอบอาชีพและการมีงานทำของคนไทยเป็นอย่างมาก เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจ ให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้
       นายนิสิต  จันทร์สมวงศ์    ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี    โพสต์ในเฟสบุ๊คว่า  ได้ไปบรรยายให้กับนายก อบจ. และนายก อบต. ทั้งจังหวัดราชบุรีในหัวข้อ “การเชื่อมโยงยุทธศาสตร์อาเซียนกับยุทธศาสตร์ประเทศสู่ยุทธศาสตร์จังหวัด ราชบุรีเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น” การเป็นวิทยากรในครั้งนี้ ผมตั้งใจจัดหนักและจัดเต็ม โดยมุ่งจะให้ความรู้ทิศทางและแรงบันดาลใจแก่ท่านนายก อบต. ทุกท่าน ในการเตรียมองค์กร เตรียมแผนงาน และเตรียมบุคลากร เพื่อรองรับการเข้าสู่ ประชาคมอาเซียน ผมได้บรรยายให้นายก อบต. ทุกท่าน ได้เห็นทิศทางของยุทธศาสตร์ประเทศและความเขื่อมโยงสู่ยุทธศาสตร์ จังหวัด ราชบุรี และชี้ให้เห็นปัญหาของจังหวัดราชบุรีที่หน่วยราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งจะต้องเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและเสริมสร้างศักยภาพขององค์กร เพื่อก้าวสู่ความเป็นประชาคมอาเซียนของจังหวัดราชบุรี
                ในการบรรยายผมชี้ให้เห็นวิสัยทัศน์การพัฒนาของจังหวัดราชบุรีว่าเราจะเป็น “ผู้นำเกษตรปลอดภัยมุ่งสู่ความเป็นเมืองน่าอยู่ และใช้ทุนทางปัญญาสร้างรายได้ “และชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่เราต้องเร่งรีบดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เช่น ปัญหาขยะ ปัญหาน้ำเสีย ปัญหาการเข้าถึงน้ำประปาที่มีคุณภาพมาตรฐาน และการผลักดันให้เกิดระบบประกันสังคมในหมู่แรงงานให้ครบถ้วน โดยในการบรรยายครั้งนี้ ผมของให้ท่านนายก อบต.ทุกท่านว่า ในการจัดทำแผนพัฒนา อบจ. และแผนพัฒนา อบต. ทุกแห่งในจังหวัดราชบุรี ปี 2557 ขอให้มีโครงการส่งเสริมและพัฒนาในเรื่องต่าง ๆ โดยเรื่องแรกให้ทุก อบต. จัดทำโครงการส่งเสริมการพัฒนาเกษตรปลอดภัย ส่งเสริมให้เกิดฟาร์มปลอดภัย GAP อบต. ละ 1 แห่ง เรื่องที่สอง ขอความร่วมมือให้ อบต. ที่มีปัญหาเรื่องการเข้าถึงน้ำประปาที่สะอาดและถูกสุขอนามัยจัดทำ โครงการพัฒนาระบบประปา อบต. ละ 1  แห่ง โดยการสนับสนุน จาก อบจ. เรื่องที่สามขอความร่วมมือให้ อบต. จัดทำโครงการส่งเสริมกลลุ่มผลิตภัณฑ์ OTOP และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม ตำบลละ 1 กลุ่ม เรื่องที่สี่ อยากเห็นโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้อบต.แต่ละแห่ง ช่วยเหลือบริหารจัดการชีวิตครัวเรือนยากจนที่อยู่ในพื้นที่ตำบล ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดได้ชี้เป้า 50  ครัวเรือน ให้ครัวเรือนเหล่านั้นพ้นความยากจน พี่น้องชาวราชบุรี ท่านลองจินตนาการดูว่าถ้า อบต.ทุกแห่ง สามารถดำเนินโครงการ ทั้ง 4 เรื่องกระจายไปทั่วทุกตำบลในจังหวัดราชบุรี ก็จะเกิดพลังมหาศาลในการขับเคลื่อนสร้างความแข็งแกร่งในเรื่องการเป็นผู้นำเกษตรปลอดภัย การมีโครงสร้างพื้นฐานระบบน้ำประปาที่มีคุณภาพ ชาวบ้านมีเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็งจากสินค้า OTOP ครัวเรือนที่ยากจนที่สุดของจังหวัดราชบุรีได้รับการดูแลและโอบอุ้ม ผมเชื่อว่า นี่คือการสร้างความเข้มแข็งของจังหวัดราชบุรี ในการเตรียมความพร้อมรองรับสู่ประชาคมอาเซียนตามยุทธศาสตร์ประเทศและวิสัยทัศน์จังหวัดราชบุรี และหวังว่านี่จะเป็นก้าวเดินที่สำคัญของอบต.ทุกแห่งในแผนพัฒนาประจำปี พ.ศ. 2558
           อย่างไรก็ตามหากทุกหน่วยงานในพื้นที่มีความร่วมมือร่วมใจ พยายามสร้างสรรค์ความเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม โดยมุ่งหวังให้ประชาชนมีการกินดีอยู่ดี บนพื้นฐานของความเสมอภาคและอยู่บนผลประโยชน์ร่วมกัน  แค่เพียงคนละไม้ คนละมือเท่านั้น  เพื่อรองรับประชาคมอาเซียนที่จะมาถึงในเวลาอันใกล้นี้ก็จะก่อให้เกิดความแข็งแกร่งในชุมชนเป็นภูมิต้านทานที่ดีที่คอยป้องกันปัญหาต่างๆอีกด้วย

 : ข้อมูลจาก http//www.facebook.com/nisitjansomwong
             สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดราชบุรี



วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ชาวบ้านลือตอตะเคียนยักษ์โผล่ดันแพเหล็กขนาดใหญ่ลอยโด่ง

 ชาวบ้านลือตอตะเคียนยักษ์โผล่ดันแพเหล็กขนาดใหญ่ลอยโด่งเชื่ออยู่ในน้ำมานานหลายสิบปีจะต้องทำพิธีเพื่อเชิญขึ้นจากน้ำ
                ที่บริเวณริมน้ำวัดพญาไม้ ต.โคกหม้อ อ.เมือง จ.ราชบุรี  มีตอตะเคียนขนาดใหญ่โผล่ดันแพเหล็กริมตลิ่งขนาดใหญ่ลอยขึ้นมาสูง  มีชาวบ้านจำนวนมากกำลังมุงดูที่บริเวณใต้แพเหล็กขนาดใหญ่ กว้าง 6 เมตร ยาวกว่า 30 เมตรลอยเอียงขึ้นมาเหนือน้ำประมาณ 1 เมตร เมื่อลงไปตรวจสอบจึงพบว่าบริเวณใต้แพมีตอไม้ ที่ชาวบ้านบอกว่าเป็นตอตะเคียนขนาดใหญ่ 3 คนโอบ ต่อมาชาวบ้านได้ลงไปตรวจสอบในน้ำพบว่าตอไม้อยู่ในท่าตั้ง มีความสูงประมาณ 3 เมตร รอบต้น 3 คนโอบ มีรากยาวแผ่รอบประมาณ 3 เมตร ต่อมานายธรรมศักดิ์ ฤทธิ์แดง นายกเทศบาลตำบลหลักเมือง พร้อมด้วยรักษาการเจ้าอาวาส และเจ้าหน้าที่ร่วมทำการตรวจสอบว่าจะทำการนำไม้ดังกล่าวขึ้นอย่างไร และจะทำการซ่อมแพที่ได้รับความเสียหายด้วย
                ทางด้าน นางรัตน์ ใจกล้า อายุ 54 ปี ผู้อาศัยอยู่ในเรือที่พบเห็นเป็นคนแรก เล่าให้ฟังว่า บริเวณแพริมน้ำแห่งนี้จะเป็นท่าเทียบเรือขนาดใหญ่ที่ไว้บริการนักท่องเที่ยวที่จะล่องเรือเที่ยวชมวิถีชีวิตริมแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งทุกวันจะมีเรือมาจอดบริเวณนี้กว่า 10 ลำ จะเป็นเรือขนาดใหญ่ แต่เมื่อคืนช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. ได้ยินเสียงดังเหมือนมีอะไรมาดันแพตนจึงเดินมาดู ซึ่งตอนนั้นมันมืดและเห็นว่าแพกำลังถูกดันขึ้นก็รอจนถึงเช้าจึงไปดูก็พบตอไม้ขนาดใหญ่ จึงไปเรียกให้ชาวบ้านและพระมาดู ตอนนั้นตอไม้ขนาดใหญ่กำลังดันแพลอยขึ้นสูง ประกอบกับช่วงที่น้ำกำลังลงทำให้แพลอยและเห็นตอไม้ชัดเจน และพบว่าเป็นตอไม้ตะเคียน จึงได้ใช้เรือใหญ่ 3 ลำมาดึงตอไม้ตะเคียน ออกนำเชือกผูกและทำการดึง ในขณะลากเชือกเกิดขาดและตอไม้ก็ไม่ขยับเลย ต่อจากนั้นตนจึงได้จุดธูปอธิฐานถ้าอยากจะขึ้นอยู่ที่วัดพญาไม้ ก็ขอให้ขยับออกมาจะได้นำขึ้นไปไว้บนวัด จากนั้นก็เริ่มดึงอีกรอบปรากฎว่าตอไม้ก็ขยับออกมาแต่ไม่มาก ซึ่งทางวัดพญาไม้ก็พร้อมที่จะนำขึ้นมาไว้ที่วัดนี้ โดยจะต้องทำพิธีในการอัญเชิญตอตะเคียนขึ้นมาอีกครั้ง
               สำหรับนายโกมล พะวง อายุ 65 ปี เจ้าของเรือที่จอดอยู่ใกล้กับแพดังกล่าว ก็บอกว่าตั้งแต่มาอยู่ที่วัดนี้ยังไม่เคยพบเห็นตอไม้ขนาดใหญ่แบบนี้ใต้น้ำมาก่อน และลักษณะอยู่ในน้ำมานานหลายสิบปีแน่ เพราะลอยคราบตะไคร่น้ำเกาะเต็ม ที่สำคัญลอยมาในแนวตั้งตรง โดยเฉพาะลอยมาเลียบกับแนวริมตลิ่งซึ่งมีน้ำตื้น และบริเวณนี้ก็มีเรือขนาดใหญ่จอดอยู่กว่า 10 ลำ ไม่รู้ว่ารอดใต้ท้องเรือเข้ามาอยู่ตรงแพได้อย่างไร ก็เป็นเรื่องที่แปลก แต่ตอนนี้ต้องรอให้น้ำขึ้นก่อนจึงจะดูว่าขยับออกมาได้หรือไม่

วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ตัดสินการประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่น

คณะกรรมการ ตัดสินการ

ประกวดวิสาหกิจชุมชนดี

เด่นระดับเขต เยี่ยมชม

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้าน

กุ่มพัฒนา
                   ที่ทำการกลุ่มวิสาหกิจชุมชน บ้านกุ่มพัฒนา  หมู่ที่  2 ต.บางแพ  อ.บางแพ  จ.ราชบุรี นายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ ผอ.สำนักส่งเสริม และพัฒนาการเกษตร เขตที่   จ.ราชบุรี  ประธานคณะกรรมการ ตัดสินการประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับเขตพร้อมทั้งคณะกรรมการ เดินทางมาเยี่ยมชมการทำงานและกิจกรรมของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านกุ่มพัฒนา  โดยมีนายชาตรี จันทร์วีรชัย นายอำเภอบางแพ  และนายคะนอง  โปรักษ์  ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านกุ่มพัฒนา  พร้อมทั้งสมาชิกร่วมให้การต้อนรับ    
                 สำหรับอำเภอบางแพมีประชากรทั้งหมด 44,428 คน พื้นที่ทั้งหมด 116,068 ไร่ (185.7 ตารางกิโลเมตร) ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตร มีพื้นที่ทำการเกษตรรวม 69,947ไร่ อาชีพเกษตรที่สำคัญ คือ การเลี้ยงกุ้งและปลา 32,642 ไร่ ประมาณ 50 % นอกนั้นจะเป็นพื้นที่นาข้าว ปลูกผักผลไม้  โดย มีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ได้ขอจดทะเบียนไว้ทั้งหมด 36กลุ่ม สมาชิก 572  คน มีกลุ่มที่ผ่านการประเมินอยู่ในระดับดี 8 กลุ่ม ระดับพอใช้ 18  กลุ่ม และอีก 10 กลุ่มอยู่ระหว่างการปรับปรุงและพัฒนา

                กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านกุ่มพัฒนา เป็นกลุ่มหนึ่งที่มีศักยภาพ มีผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และสามารถพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชน เป็นตัวอย่างในการประกอบอาชีพการเกษตร จุดเด่นของวิสาหกิจชุมชนนี้ที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือเรื่องแนวคิดในการบริหารจัดการตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง มีการวิเคราะห์สถานการณ์ สามารถ “คิดเป็น” หาทางแก้ปัญหาของชุมชน มีการนำเอาเทคโนโลยีเรื่องของการประหยัดพลังงานมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินกิจการมีการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนอย่างคุ้มค่า ซึ่งจะเป็นแนวทางในการพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืน 


วันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

คนเข็นผักตลาดศรีเมืองสุดเฮงคว้าเงินล้านจากเครื่องดื่มเอ็ม-150

 คนเข็นผักตลาดศรีเมืองสุดเฮงคว้าเงินล้านจากโครงการแจกโชคครั้งยิ่งใหญ่ รวยแหลก จากเครื่องดื่มเอ็ม-150

     ที่ตลาดศรีเมือง อ.เมือง   จ.ราชบุรี  จัดคอนเสิร์ตฉลองโชคอย่างยิ่งใหญ่ โดยศิลปิน ไผ่ พงศธร ร่วมสนุกกับกิจกรรมต่าง ๆโดยมีนางนางวีณา ศรีสรรพางค์ ผู้บริหารของตลาดศรีเมือง เป็นประธานเปิดงานพร้อมทั้งจับฉลากแจกของรางวัลมากมายให้กับผุ้ที่มาร่วมในงานอีกด้วย  เช่น รถมอเตอร์ไซค์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ให้กับผู้ที่มาร่วมงานสนุกสนานร่วมกัน  พร้อมทั้งมอบรางวัลที่ 1 คือ รางวัลมูลค่า 1 ล้านบาท ล่าสุดโชคใหญ่ตกอยู่กับหญิงสู้ชีวิตผู้มีอาชีพเข็นผักที่ตลาดศรีเมือง  นางบุญหลำ เข็มทอง ที่กลายเป็นเศรษฐีใหม่ในชั่วข้ามคืน แจกสนั่นฟ้า กับอภิมหาโครงการแจกโชคครั้งยิ่งใหญ่ รวยแหลก จากเครื่องดื่มเอ็ม-150 พร้อมคาราวาน 1คนเข็นผักตลาดศรีเมืองสุดเฮง ดื่มเอ็ม 150 คว้าเงินล้าน20 ล้านได้เดินทางมามอบรางวัลให้ถึงบ้านผู้โชคดีท่ามกลางสายตาสื่อมวลชน และสักขีพยานมากมายที่มาร่วมแสดงความยินดีภายในงาน
                  สำหรับเครื่องดื่มเอ็ม-150 ยังคงเดินหน้าแจกโชคอย่างต่อเนื่องรวม 51,912 รางวัล ตลอด 10 เดือน เดือนละ 10 ล้านบาท จนถึงเดือนกรกฎาคม 2557  ท้ายรายการทุกฝาที่ส่งเข้ามา มีสิทธิ์ลุ้นแจ็คพอตใหญ่ 20 ล้านบาท แจกให้รวยกันไปเลย 2 คน ๆ ละ 10 ล้านบาท “รวยแบบเปลี่ยนชีวิต ที่คุณเองก็สามารถเป็นผู้โชคดีได้” เพียงดื่ม เอ็ม- 150 แล้วเขียนข้อความ “วิตามินบี 6 และวิตามินบี 12 สูง” พร้อมชื่อ นามสกุล ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ ด้วยลายมือเท่านั้น พับใส่ฝา เอ็ม-150 ส่งกล่องรับชิ้นส่วนตามร้านค้า หรือตู้ ปณ. 150 ปทจ. คลองจั่น กรุงเทพฯ 10240 จับรางวัลทุกวันที่ 5 ของเดือน และจับรางวัลแจ็คพอตใหญ่ 20 ล้านบาท วันที่ 15 ก.ค. 57 ดื่ม เอ็ม-150 แล้วส่งฝามาร่วมลุ้นกับเราได้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 20 มิถุนายน  2557  นี้อีกด้วย




วันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

สืบสานตำนานขึ้นเขาไกรลาสนางพันธุรัตน์สังข์ทอง



ทศบาลตำบลห้วยชินสีห์จัดงานสืบสานประเพณีขึ้นเขาไกรลาส  ย้อนรำลึกนางพันธุรัตน์และสังข์ทอง
                   สำหรับการจัดงานประจำปีเทศกาลเขาหลวงหรือในอดีตเรียกว่าเขาไกรลาส  หมู่ที่  ต.อ่างทอง  อ.เมือง  จ.ราชบุรี   มีการจัดมาตั้งแต่สมัยโบราณสืบทอดมาถึงปัจจุบัน แล้วแต่จะมีการจัดงานเพื่อให้คนในพื้นที่หรือใกล้เคียง และต่าง
จังหวัดที่เคารพนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีพระพุทธรูปสมัยอยุธยาตั้งอยู่บนยอดเขา มีประวัติความเป็นมาของเจ้าแม่พันธุรัตน์ นอกจากนี้ยังมีบ่อน้ำทิพย์ตั้งอยู่บนยอดเขาหลวงช่วงหน้าแล้ง ยังคงมีน้ำอยู่ไม่มีวันเหือดแห้งแม้ว่าจะเป็นบ่อน้ำที่ไม่ใหญ่ แต่จะมีน้ำขังอยู่ตลอดปีชาวบ้านในพื้นที่มีความเชื่อว่าเป็นน้ำทิพย์  โดยจะเริ่มระหว่างวันที่  9- 13 พฤษภาคม  รวม 5 วัน 5 คืน นักท่องเที่ยวและประชาชนที่สนใจเข้ามาท่องเที่ยวและสักการะขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยจะมีการจัดมหรสพให้ชมฟรีทุกคืน
                   ทางด้านนายปรีชา  เริ่มภักดิ์  นายกเทศมนตรีตำบลห้วยชินสีห์  อำเภอเมือง  จังหวัดราชบุรี กล่าวถึง การจัดงานทางเทศบาลตำบลห้วยชินสีห์ได้ร่วมกับทางเจ้าอาวาสวัดใหญ่อ่างทอง คณะกรรมการวัด ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกหมู่บ้านได้ร่วมประชุมหารือเพื่อเตรียมจัดงานประจำปีขึ้น  โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นบันไดที่มีจำนวนประมาณ 503 ขั้นเพื่อขึ้นไปสักการะพระพุทธรูปเก่าแก่สมัยอยุธยา และขอพรเจ้าพ่อเขาหลวง หรือจะนำรถขับเคลื่อน 4 ล้อขับขึ้นไปชมทัศนียภาพบนยอดเขาไกรลาสหรือเขาหลวงได้รอบทิศที่มีธรรมชาติสวยงามพร้อมทั้งชมและสักการะบ่อน้ำทิพย์ศักดิ์สิทธิ์ ได้อีกทางหนึ่ง
               นายนนท์  รอบจังหวัด  อายุ  56 ปี  อยู่บ้านเลขที่  4/1 หมู่ที่  3 ตำบลอ่างทอง  อำเภอเมือง  เปิดเผยว่า ตำนานเขาหลวงมีอยู่ว่าสังข์ทองหรือพระสังข์ได้หนีแม่มาซึ่งเป็นยักษ์ชื่อนางพันธุรัตน์ แล้วได้ขึ้นมาที่ยอดเขาหลวงเดิมชื่อเขาไกรลาส เป็นเขาที่มีฤทธิ์มีความศักดิ์สิทธิ์ยักษ์จะขึ้นมาไม่ได้ พอนางพันธุรัตน์มาถึงชายเขาร้องเรียกให้พระสังข์ลงมาก็ไม่ยอมลงจากเขา เพราะว่าสังข์ทองกลัวแม่หลังจากรู้ความจริงว่านางพันธุรัตน์ที่ได้นำพระสังข์ไปเลี้ยงเมื่อสมัยเด็กๆเป็นยักษ์จึงเกิดความกลัวว่าแม่จะจับกิน โดยนางพันธุรัตน์อ้อนวอนอยู่นานสังข์ทองก็ไม่ยอมลงมา จู่ๆนางพันธุรัตน์ก็บอกว่าแม่หมดแรงจะตายแล้ว แต่แม่จะขอให้คาถาเรียกเนื้อเรียกปลาสลักไว้บนก้อนหิน สังข์ทองก็บอกว่าถ้าจะให้ลูกก็ให้เขียนไว้ที่โขดหินเดี๋ยวจะลงไปดูเอง  นางพันธุรัตน์บอกว่าถ้าหากลูกอ่านเสร็จแล้วให้คว่ำหินก้อนลง ปรากฏว่าหินก้อนนี้ก็คว่ำลงตราบมาจนถึงทุกวันนี้ ยังไม่มีใครกล้าลองหงายหินขึ้นมาเพราะกลัวในอิทธิฤทธิ์ เคยมีรถแบ็กโฮจะมาขยับหินก้อนนี้ให้หงายขึ้น แต่ปรากฏว่าสมัยจะทำถนนสายนี้พยายามทำอย่างไรก็ไม่ยอมขยับ และเกิดรถเสียกะทันหัน ส่วนศพนางพันธุรัตน์ได้ถูกฝังไว้ใกล้กับต้นโพธิ์อยู่กลางทุ่งในสมัยก่อนที่เป็นเด็กจำได้ว่าจัดงานบริเวณกลางทุ่ง ช่วงหน้าฝนลำบาก หลวงพ่อที่อยู่
จึงย้ายมาจัดงานบริเวณริมเขาดังกล่าว  
    ส่วนตัวผมได้บนบานว่าถ้าหากหลุดหนี้สินได้เงินสักก้อนจะบวชแก้บนและมีภาพยนตร์มีลิเกให้เจ้าพ่อเขาหลวง และก็ได้สำเร็จดั่งที่ได้บนบานไว้จริงๆ  ผมได้เงินมากเป็นล้านบาทมาจากการทำไร่ปลูกผัก ปลูกมะเขือยาว และผักอื่นๆได้ราคาดีมาก  ชาวบ้านคนอื่นๆก็มีความเชื่อจึงได้มาบนบานศาลกล่าวและสมหวังกันทุกคน ส่วนงานประจำปีจัดกันมานานนับร้อยปีมาแล้ว  บ้านไหนจะจัดงานมงคลต้องเลี้ยงกลางแจ้ง ถ้าไม่เลี้ยงกลางแจ้งถือว่าไม่เคารพสิ่งศักดิ์ประจำท้องถิ่นงานนั้นจะมีอุปสรรค