บทความที่ได้รับความนิยม

วันพุธที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2557

ครูเพลงยัน เทพ โพธิ์งาม มีแต่การให้ ไม่มีการพนัน

ครูเพลงยัน   เทพ  โพธิ์งาม  มีแต่การให้ ไม่มีการพนันในชีวิต จะประสบปัญหาที่หมดเปลืองในสิ่งที่เขาชอบพวกสัตว์ต่างๆ 

            ที่บ้านพักในไร่ บนเนื้อที่ 20 ไร่ หมู่  7   ตำบลเขาขลุง   อำเภอบ้านโป่ง  จังหวัดราชบุรี เทพ  โพธิ์งาม ตลกชื่อดังที่กำลังมีกระแสข่าวอยากอำลาวงการตลกหันไปใช้ชีวิตอยู่ที่ไร่ในจังหวัดราชบุรีอยู่อย่างสันโดษแบบพอเพียงตามธรรมชาติ มีศาลากลางน้ำซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยหลับนอนชั่วคราว ที่มีการเลี้ยงสัตว์นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น  วัว  ควาย  สุนัข ไก่ รวมเกือบ 100 ตัวมี   โดยมีนายสถาพร  แก้วสุโพธิ์  อายุ  65 ปี หรือหนุ่ย ครูเพลงชื่อดังที่ได้เคยแต่งเพลงสั่งนาง  ให้กับมนต์สิทธิ์   คำสร้อย จนได้รับรางวัลพระราชทาน และเพลงเมียคอยมาคุม  ที่ร้องโดย  เทพ  โพธิ์งาม   ซึ่งได้ชักชวนกันมาอยู่ดูแลไร่ผืนนี้ด้วยกันร่วมกันทำไร่ตัดหญ้ามาเลี้ยง  วัวควาย 
                 นายสถาพร  แก้วสุโพธิ์  อายุ  65 ปี  นักแต่งเพลงรางวัลพระราชทาน  และยังแต่งเพลงให้กับดารานักร้องหลายคนมาแล้ว เปิดเผยว่า  ตั้งแต่อดีตเป็นเพื่อนสนิทกับเทพ  โพธิ์งาม ร่วมงานตั้งแต่อยู่วงลูกทุ่งซึ่งได้เล่นดนตรีตามไนท์คลับ เทพ จะเล่นตลก ไปเจอกันตามต่างจังหวัดได้ทักทายกันดีตลอดมา พอตอนหลังไม่ได้เล่นดนตรีจึงหันหน้าเข้ากรุงเทพฯก็หันมาทำเพลง ได้รับพระราชทานปี 2534   และมาแต่งเพลงที่ศาลาแห่งนี้ในเพลงที่ได้รับพระราชทานคือ เพลงสั่งนาง มนต์สิทธิ์  คำสร้อย เป็นผู้ร้อง และเป็นคนแต่งเพลงให้ ส่วนเพลงที่แต่งให้เทพ  โพธิ์งาม   ร้อง และติดหูมากคือ เพลงเมียคอยมาคุม ส่วนใหญ่จะเป็นพวกเพลงแปลง  ที่ประกาศจะอำลาวงการตลกอาจจะเบื่อมากกว่า คิดคล้ายกันว่าทุกวันนี้ศิลปินไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นนักแต่งเพลงหรือตัวแสดง หรือ เป็นนักแสดง เพราะว่าต้องทำตามคำสั่ง อย่างผมแต่งเพลงคิดอะไรออกมาและนำไปเสนอ บางทีเราว่าเราแต่งดีแล้วแต่เขาก็ไม่เอาเพราะไม่ถูกตลาด จะมีการสั่งกำกับมาให้เราแต่ง อย่างเทพก็เหมือนกัน บางทีผมก็ไม่เอา  ทุกคนจะมีจุดอิ่มตัวกันหมดบางทีก้าวไปสูงสุดแล้ว อย่างผมเคยแต่งเพลงจนได้รับรางวัลพระราชทานมาแล้วถึงจุดๆหนึ่งแล้วบางทีจะทำให้เหนือกว่าจุดที่เราเคยได้แล้วแต่มัน
กลับไม่ได้หรอก  สำหรับชีวิตเทพ โพธิ์งามจะเป็นอยู่อย่างนี้ตลอดเป็นคนดิ้นรนขวนขวาย ไม่ชอบเล่นการพนัน เหมือนเรา ไม่มีการพนันมาเกี่ยวข้องกับชีวิต แต่จะประสบปัญหาอยู่เรื่องหนึ่งที่จะหมดเปลืองในสิ่งที่เขาชอบพวกสัตว์ต่างๆ วัว ควาย สุนัข เห็นคนอื่นขับรถชนยังเก็บมารักษา จะมาหมดกับของพวกนี้มากกว่า  ทุกวันนี้ญาติพี่น้องแม้แต่ลูกเมียที่เลิกกันมาก็ยังส่งเสียเงินเลี้ยงดูให้อยู่ ไม่ใช่จะมารับผิดชอบตรงนี้ที่เดียว เผื่อแผ่ไปหมดจนบางครั้งแทบไม่ได้ใช้เงินตัวเอง ซึ่งทุกครั้งที่มีโอกาสเทพจะมาพัก เพราะเขาเป็นห่วงสัตว์พวกนี้มาก ส่วนที่มีกระแสข่าวจะไปอยู่ลาวเป็นเพียงพูดเล่นๆเล่าสู่กันฟัง แต่มีคนที่จะชวนเขาไปอยู่ลาวจริง แต่ก็ยังไม่ได้ตกลงปลงใจอะไรที่จะต้องไป  แค่พูดๆแต่คนฟังกลับคิดเป็นจริงเป็นจัง แต่ถามว่าจะไปจริงๆมั๊ยถ้ามีโอกาสก็อยากไปจริงๆเหมือนกัน ส่วนที่มีการข่าวเล่นการพนันนั้นยืนยันว่าไม่มี เพราะเทพเล่นไพ่ไม่เป็น หวยยังไมเล่นเลย  ผมยืนยันได้ คนเล่นการพนันผมไม่เอาด้วยหรอก เพราะผมไม่ชอบ


วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2557

เทพ โพธิ์งาม ปิดตำนานตลก

ตลก   เทพ  โพธิ์งาม  ปิดตำนานตลกประกาศขายบ้านหลบความวุ่นวายมาอยู่ในไร่ในจังหวัดราชบุรีเป็นเกษตรกรทำสิ่งที่รักและมีความสุข

ที่บริเวณ บ้านไผ่สามเกาะ  หมู่ที่  ต.เขาขลุง  อ.บ้านโป่ง  จ.ราชบุรี  บนเนื้อที่   20  ไร่  เทพ   โพธิ์งาม  ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายอยู่กับสัตว์เลี้ยงนานาชนิดนับร้อยตัว เพื่อหาความสุขในบั้นปลายชีวิต โดยคิดว่าความสุขไม่จำเป็นต้องอยู่ในเมือง เพราะในเมืองมันแออัด อากาศไม่บริสุทธิ์ เลยคิดเตรียมหาอาชีพใหม่ หลังจากขายบ้าน เพื่อนำเงินส่วนหนึ่งมาอยู่ที่ไร่ อยู่กับสัตว์เลี้ยง ใช้ชีวิตอย่างชาวไร่ ตัดหญ้า เลี้ยงวัว เลี้ยงควาย ไม่เคยคิดจะขาย ถึงแม้ว่าจะมีคนให้ตัวเป็นล้าน และค่าอาหารจะมากกว่าเดือนละแสนบาท จนต้องเอาที่ดินมาขาย  จากอดีตที่มีอยู่แต่ก่อน 50 ไร่ ตอนนี้เหลือ 20 ไร่ เพื่อนำเงินที่ได้มาเลี้ยงสัตว์พวกนี้เพราะมีความสุขกับการได้อยู่ร่วมกันโดยไม่คิดที่จะนำมาเป็นอาหาร (ปลา ไก่ วัว)  ถึงแม้ปัจจุบันงานแสดงก็ไม่มี ก็ต้องมาตัดหญ้าเลี้ยงวัว ควายด้วยตัวเอง เพราะไม่มีเงินจ้างลูกจ้าง จึงจะขายบ้านที่ซอยกันตนา เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเป็นภาระให้กับตัวเอง และครอบครัว เพราะอาจจะได้ไปทำธุรกิจที่ประเทศเพื่อนบ้าน คงจะปิดฉากตำนานตลกที่เคยโด่งดัง อยู่อย่างพอเพียง   ส่วนวงการตลกปล่อยให้เด็กรุ่นใหม่เข้ามาทำงานแทนเชื่อว่า เด็กสมัยนี้มีความสามารถ กล้าคิด กล้าแสดงออก                   
ทางด้าน เทพ โพธิ์งาม   กล่าวว่า  บ้านขายคือตอนนี้งานก็ไม่ค่อยมีก็อยากขายไปทำธุรกิจอย่างอื่น ก็คือบ้านก็บอกขายมานานแล้วแต่ก็ขายไม่ได้ ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรใครที่อยากซื้อไว้ก็ดี ในซอยกันตนาต่อไปมันเจริญ ตอนนี้ก็อยากปล่อยๆ อะไรไปบ้างเฉพาะพวกสัตว์ก็เกือบ ร้อยตัว ผมว่าสัตว์มันน่าห่วงกว่าคนคนมันหากินเองได้ ก็ดีครับใครที่อยากจะมีบ้าน เนื้อที่ประมาณ หนึ่งไร่ ส่วนบ้านที่ จ.ราชบุรี คาดว่าคนจะขายยากเพราะว่าเป็นที่ของสัตว์ไปแล้วเขาอยู่อาศัยไปแล้ว ถ้าขายไปสัตว์พวกนี้จะไปอยู่ที่ไหน มีคนมาขอซื้อหลายทีแล้ว แต่เราขายไม่ได้ แม้แต่สัตว์เอง มีคนมาขอซื้อวัว ตัวเป็นล้าน แต่ผมขายไม่ได้ ก็มีแต่บ้าน ที่ทางก็มีหลายที่ ที่ลำบากเพราะว่าขายไม่ได้ บางทีซื้อมาก็ขายออกไม่ได้ อยากจะขายบ้านที่ซอยกันตนา ถ้าเกิดว่าขายบ้านได้ ผมคิดว่าจะมาปลูกบ้านอยู่ที่นี่ (จ.ราชบุรี) เราจะได้ไม่ต้องมีภาระอะไรให้วุ่นวายผมคิดว่าถ้าเกิดไม่มีภาระอะไรผมคิดว่าถ้ามาอยู่ที่นี่คงจะดี เพราะในกรุงเทพมันแออัด ไม่เหมือนกับที่นี่ ได้อยู่ที่กว้าง ๆ ส่วนเรื่องการทำมาหากินในสายของตลก ก็คงจะพอแล้วเพราะว่าอายุเรามันมากแล้ว ปีนี้ก็ปาเข้าไป 64 แล้ว ค่าใช้จ่ายที่ใช้กับสัตว์พวกนี้เดือนๆหนึ่ง ก็แสนขึ้นเพราะว่าไหนจะวัว ควาย หมา ปลา เป็ดไก่ เดือนๆ หนึ่ง ก็แสนขึ้น บางทีไม่มีก็ต้องขายที่ขายทางเอามาเลี้ยงพวกนี้ตลอด แต่ก็ไม่มีปัญหา ผมคิดว่า ของพวกนี้เราซื้อมาได้ เราก็ต้องขายได้ ซื้อมาเก็บยามที่เราลำบาก ยามที่เราต้องใช้เงิน มันก็หมดไปเรื่อยๆ แบบนี้ จากที่มีประมาณ 50 กว่าไร่ เหลือ 20 ไร่ เห็นจะได้ แต่ก็ไม่ได้คิดนะ แค่อยากจะให้พวกสัตว์พวกนี้มีชีวิตมีกินแบบนี้ไปเรื่อย ๆ คนมันหากินเองได้ แต่สัตว์เนี้ยต้องหุงให้มันต้องหาให้มันมันก็ลำบากตรงนี้หน่อย ก็คิดอยู่เหมือนกันว่าถ้าเมืองไทยมันไม่ดี สู้ไปอยู่เมืองลาว เขมร พม่า เพราะเป็นเมืองเปิดน่าจะมีอะไรดีกว่า เพราะบ้านเราตอนนี้มัน ถ้าพูดถึงผมนะผมว่ามันน่าจะหมดแล้วพอแล้ว มันน่าจะมองไปทางอื่นได้แล้วเพราะตรงนี้ปล่อยเด็กๆเขาไปแล้ว เราก็มองๆหาธุรกิจอะไรสักอย่างตอนนี้มีเพื่อนชวนไปลาว เราก็ว่าจะลองไปดูกับเขา ตอนนี้เราจะลำบากอยู่นิดนึงคือตรงนี้ มันเหมือนว่าเป็นกรรมอะไรของผมสักอย่าง ทั้ง ๆ ที่ไม่น่าจะต้องมารับภาระอะไรตรงนี้แต่ก็ต้องมารับภาระอยู่อย่างนี้คือมันเหมือนกับถูกผูกมัดไว้ไปไหนไม่ได้อยู่อย่างนี้แต่ถึงหนีไปไหนถ้ามีคนเฝ้าบ้าง มีคนดูแลบ้างเราก็ยังผ่อนหนักให้เป็นเบาได้บ้าง แต่ก็ยังต้องใช้เงินอยู่อีก ที่ผมต้องทำเองก็เพราะไม่มีเงินจ้างเขาก็เลยต้องทำเองก่อนมีโอกาสเมื่อไหร่เราค่อยหาเด็กมาช่วย เป็นเรื่องที่เหนื่อยมากตัดหญ้าให้วัว ควาย แต่ว่าเราก็ต้องทำเพราะเราทำมานาน แล้วจะให้ผมขายก็คงไม่ขาย เราตัดใจไม่ได้ยังไงก็ไม่ขาย พระ ชาวบ้าน มูลนิธิมาขอ เหมือนว่าเราไปเห็นแล้วเขาได้พระราชทานมา แล้วก็มายกมือไหว้กัน ว่าขอให้ลูกเถอะนะ เลยไม่กล้าให้ใคร เหมือนเป็นกรรมของเราจริงๆ กรรมตรงนี้เราก็ต้องรับไว้ เมื่อไหร่มันจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรเราก็ไม่รู้ คือที่ทำไปทุกวันนี้กะว่าจะทำไปเรื่อย ๆ ดูว่าจังหวะไหนมันเป็นอย่างไร มันเข้ามาตอนไหน มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นคงจะไปดิ้นรนอะไรมันมากไม่ได้ ถ้าขายบ้านได้ ตัวผมอยากที่จะมาอยู่ที่นี่แต่ลูกคงไม่อยากมาด้วย ก็คงจะหาบ้านให้ลูกให้หลานอยู่แถวนู้น ลูกหลานไม่เคยมา เขาคงไม่ชอบที่นี่

กปปส.ปิดประตูทางเข้า รร.รัตนราษฎร์บำรุง

  กลุ่ม กปปส.ราชบุรี  ปิดประตูทางเข้า รร.รัตนราษฎร์บำรุงห้ามรมต.วิทยาศาสตร์เปิดงานวันวิชาการ
              เวลา  09.00 น.  วันที่  6  มกราคม  2557 ที่บริเวณหน้าโรงเรียนรัตนราษฎร์บำรุง  ตำบลบ้านโป่ง  อำเภอบ้านโป่ง  จังหวัดราชบุรี ซึ่งในวันนี้ทางโรงเรียนได้กำหนดจัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ และนิทรรศการวิทยนิทรรศน์ คาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช.รัตนฯเป็นเปิดโลกความเป็นเลิศทางวิชาการและทักษะชีวิต ระหว่างวันที่ 6-8 มกราคม ซึ่งจะมีนายพีรพันธ์ พาลสุข รัฐมนตรีรักษาการกระทรวงวิทยาศาสตร์ จะเดินทางมาเป็นประธานเปิดงานวันสัปดาห์วันวิทยาศาสตร์
              ขณะที่เมื่อใกล้ถึงเวลาเปิดงานได้มีกลุ่ม กปปส. อำเภอบ้านโป่ง  จังหวัดราชบุรีเดินทางมาที่บริเวณหน้าประตูทางเข้าโรงเรียนเพื่อปิดประตูไม่ให้นายพีรพันธุ์  พาลสุข และ นางสาวชะวรลัทธิ์  ชินธรรมมิตร  ผู้สมัคร ส.ส. เขต 4 อำเภอบ้านโป่ง พรรคเพื่อไทย เข้าไปภายในสถานที่โรงเรียนการจัดงาน  โดยมีนางทิตยา  แดนมะตาม  ศิษย์เก่าโรงเรียนรัตนราษฎร์บำรุง และแกนนำกลุ่ม กกปส. กล่าวปราศรัยโจมตีการบริหารประเทศ และโจมตี นางสาวชะวรลัทธิ์  ชินธรรมมิตร  ผู้สมัคร ส.ส.ราชบุรี พรรคเพื่อไทย ซึ่งเดิมเคยเป็น ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยมาก่อน หลังจากนั้นได้ย้ายมาสมัครอยู่พรรคเพื่อไทย ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในวันที่  2 กุมภาพันธ์ และมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านโป่งเดินทางมาดูแลความสงบเรียบร้อย   ผู้สื่อข่าวยังรายงานว่าขณะที่ มีการชุมนุมอยู่หน้าประตูโรงเรียนนั้นได้มีคนอ้างตัวเป็นอาจารย์คนหนึ่งได้เดินเข้ามาปัดกล้องผู้สื่อข่าวทีวี  ที่กัาลังบันทึกภาพด้วย
             ทั้งนี้ได้มีการแจกใบปลิวแก่ประชาชนเพื่อนัดหมายปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง เชิญชวนประชาชนที่มีใจรักชาติร่วมเดินรณรงค์ในวันที่  7 มกราคม เวลา 16.00 น. โดยมีจุดรวมพลบริเวณต้นโพธิ์ หน้าไปรษณีย์ อำเภอโพธาราม  และอย่าลืมให้ไปร่วมชุมนุมวันที่  13 มกราคม ที่กรุงเทพฯ  
               บรรยากาศที่หน้าโรงเรียนมีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา จำนวนมากมาขอนกหวีดที่ประตูโรงเรียนจากกลุ่ม กกปส. และร่วมเป่านกหวีดร่วมกับผู้ชุมนุมด้วย นอกจากนี้ทางแกนนำได้ให้การ์ดของกลุ่ม กปปส.บ้านโป่งเดินทางไปปิดประตูด้านหลังโรงเรียนและให้เข้าออกได้เพียงหน้าประตูโรงเรียนเท่านั้น  และจนถึงขณะนี้เลยเวลา 09.00 น.โดยได้รับแจ้งจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าทางรัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์ยกเลิกการเดินทางมาเปิดงานวันสัปดาห์วันวิทยาศาสตร์แล้ว  จากนั้นทางกลุ่ม กปปส. และนักเรียนบางคนที่เห็นด้วยกับกลุ่ม กปปส.ได้จัดขบวนปราศรัยไปรอบเทศบาลเมืองบ้านโป่ง


วันอังคารที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2556

พรรคภูมิใจไทย ส่งผู้สมัคร 2 เขต เลือกตั้งที่ราชบุรี


บรรยากาศการรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง มีผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย 2 เขตเลือกตั้ง มีประชาชนมาให้กำลังไม่มีกลุ่ม



 ที่ห้องประชุมชั้น  4    องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี  เป็นศูนย์การรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง  เป็นวันที่ 4  โดยบรรยากาศยังเป็นไปอย่างคึกคัก นายสรอรรถ กลิ่นประทุม อดีตรัฐมนตรีกระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสาร และผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นำทีม ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย  จำนวน 2 เขต ถือฤกษ์ 9 โมง 39 นาที เข้ายื่นเอกสารการสมัครเลือกตั้ง คือ นายบุญดำรง ประเสริฐโสภา ผู้สมัคร ส.ส. เขต  4 อำเภอบ้านโป่ง และนายบุญลือประเสริฐโสภา อดีต รมช.กระทรวงศึกษาธิการ  ผู้สมัครเขต  5  อำเภอดำเนินสะดวก และ อำเภอบางแพ หลังจากได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ ครบเรียบร้อยแล้ว ผู้สมัครทั้ง 2 คนพร้อมทั้งนายสรอรรถ   กลิ่นประทุม    ได้ลงมารับช่อดอกไม้ และพวงมาลัยดอกดาวเรือง จากประชาชนที่มาคอยให้กำลังใจและให้การสนับสนุนกันจำนวนมาก   หลังจากนั้นได้เข้าสักการระพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่  5 ที่บริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรีพร้อมเดินทางไปสักการระพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช ที่อนุสรณ์สถานเชิงเขาแก่นจันทร์  ริมถนนเพชรเกษม และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพื้นที่ เพื่อความเป็นสิริมงคลเอาฤกษ์เอาชัยในการลงเลือกตั้งในครั้งนี้ ท่ามกลางบรรยากาศที่ไม่มีกลุ่มคัดค้านการลงสมัครเลือกตั้งแม้แต่อย่างใด

วันจันทร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ชาวบ้านแห่ให้ดอกไม้ผู้สมัคร ส.ส.พัฒนาชาติพัฒน


 บรรยากาศคึกคักชาวบ้านแห่ให้กำลังใจมอบช่อดอกไม้ให้กำลังใจพร้อมชูป้ายให้กับผู้สมัคร สส.ราชบุรี พรรคชาติพัฒนา 

                เวลา  9.30 น. วันที่  30 ธันวาคม  2556 สำหรับบรรยากาศการรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตที่จังหวัดราชบุรี ในวันที่ 3 ภายในห้องประชุม องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี  ชั้น  4   เป็นไป อย่างคึกคักเนื่องจากช่วงเช้าวันนี้ได้มีผู้สมัครจากพรรคชาติพัฒนาเดินทางมาสมัครเลือกตั้งแล้ว 3 เขต ได้แก่ นายพงษ์ศักดิ์  กิจประเสริฐ  ผู้สมัคร ส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 1 นายกฤษณะ พลอยชุม  ผู้สมัครเขตเลือกตั้งที่  2 และนายชัยทิพย์  กมลพันธุ์ทิพย์  อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด เขตเลือกตั้งที่  3 ซึ่งหลังจากได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆครบเรียบร้อยแล้ว ผู้สมัครทั้ง 3 คน ได้ลงมารับช่อดอกไม้และพวงมาลัยจากประชาชนกว่า 600 คน ที่เดินทางมาให้กำลังใจกันอย่างล้นหลามพร้อมชูป้ายการเลือกตั้งของผู้สมัครพรรคชาติพัฒนากันอย่างคึกคัก จากนั้นเข้าสักการระพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่  5 ที่ประดิษฐานอยู่หน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัด  และเดินทางไปสักการระพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช ที่อนุสรณ์สถานเชิงเขาแก่นจันทร์ ริมถนนเพชรเกษม เพื่อความเป็นสิริมงคลเอาฤกษ์เอาชัยในการลงเลือกตั้งด้วย
        หลังจากนั้นนายชัยทิพย์   กมลพันธ์ทิพย์   ผู้สมัครพรรคชาติพัฒนา  เขต  ได้ขึ้นรถบรรทุก   6   ล้อ  พร้อมติดเครื่องขยายเสียง  โดยมีทีมงานติดตามเป็นขบวนเพื่อออกไปหาเสียงพบประชาชนในพื้นที่  อำเภอจอมบึง  และอำเภอโพธาราม  ทันที