บทความที่ได้รับความนิยม

วันพุธที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2553

สร้างพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ

โรงไฟฟ้าราชบุรีจัดสร้างพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ รุ่น "ราชบุรีมหามงคล" เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล


            นายประจวบ อุชชิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด กล่าวว่า เนื่องจากจังหวัดราชบุรี เป็นจังหวัด 1 ใน 4 ของประเทศไทย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานพระพุทธปฎิมา ปางตรัสรู้ขนาดหน้าตัก 49 นิ้ว ให้แก่ชาวจังหวัดราชบุรี เพื่อเป็นที่สักการบูชา และถือเป็นพระประจำทิศตะวันตก พระพุทธรูปปางนี้มีเพียง 4 รูป ที่กรมรักษาดินแดนสร้างขึ้นโดยพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานนามพระพุทธปฎิมากรทั้ง 4องค์ว่า ”พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ” โดยพระราชานให้กับจังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 27ธันวาคม 2511 นับไว้ว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่หาที่สุดมิได้
            นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติในปีพุทธศักราช 2489 จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลากว่า 60 ปี กาลเวลาได้พิสูจน์ให้มหาชน ได้ประจักษ์เป็นที่แน่ชัดว่าพระองค์ทรงเป็นพระประมุขที่เลิศล้ำ ถึงพร้อมด้วยทศพิธราชธรรม มีพระปรีชาญาณอันลึกซึ้งสุขุมคัมภีรภาพ มีพระราชหฤทัยมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรอย่างแท้จริง โดยมิได้ทรงย่อท้อต่อความเหนื่อยยากลำบาก ทรงอุทิศและทรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์ ตรากตรำพระวรกาย บำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่เปี่ยมด้วยพระเมตตา อีกทั้งยังทรงสร้างโอกาสทางวิชาชีพ และความเท่าเทียมกันทางสังคมแก่พสกนิกรทั้งหลาย ด้วยโครงการในพระราชดำริ ทำให้ประชาชนมีความผาสุกถ้วนหน้า พระมหากรุณาธิคุณและพระราชจริยวัตร เป็นที่ประจักษ์แก่อาณาประชาราษฎร์ พระบารมีขจรขจายแผ่ไพศาลไปทั่วทุกทิศานุทิศ
               นายประจวบ กล่าว เพิ่มเติมว่า ปี 2554 ในวโรกาสเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม ปีพุทธศักราช 2554 นับเป็นวาระแห่งความปลื้มปิติยินดีเป็นอย่างยิ่งของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ที่ชาวราชบุรีจะได้มีโอกาสพร้อมใจกันร้อยใจให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อแสดงความจงรักภักดีอันเปี่ยมล้นนี้ จังหวัดราชบุรี องค์กรปกครองท้องถิ่น องค์กรปกครองท้องที่ ในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าราชบุรี และ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด จะร่วมมือร่วมใจกันจัดสร้างพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ รุ่น "ราชบุรีมหามงคล” ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์  เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม ปีพุทธศักราช 2554  เพื่อเป็นการแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีอันเปี่ยมล้นด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของชาวจังหวัดราชบุรีทั้งมวล  เพื่อความเป็นสิริมงคลและสร้างเสริมการมีส่วนร่วมของพสกนิกร อันจะทำให้เกิดจิตสำนึกร่วมกันในการสร้างความรักเทิดทูน สถาบันสำคัญของชาติ และเพื่อให้ประชาชนครัวเรือนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าราชบุรี มีพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ รุ่น “ราชบุรีมหามงคล” ไว้บูชาในครอบครัวของประชาชนรอบโรงไฟฟ้าราชบุรี
การจัดสร้างพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ รุ่น "ราชบุรีมหามงคล" ลักษณะองค์พระพุทธรูปปางสมาธิราบตามแบบศิลปะสุโขทัย โดยมีพระพักตร์แจ่มใส พระเนตรเปิด พระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้าย พระบาทขวาทับพระบาทซ้าย หล่อด้วยทองเหลือง โดยจัดทำ 2 ขนาด คือขนาดหน้าตัก 5 นิ้ว จำนวน 17,500 องค์ และขนาด 9 นิ้ว จำนวน 500 องค์ นอกจากนี้หลังจากดำเนินการบวงสรวงเททอง เสร็จสิ้นแล้ว ในเดือนมีนาคม 2554 บริษัทฯ จะดำเนินการจัดงาน พิธีมหาพุทธาภิเษก ณ วัดช่องลม  พระอารามหลวง จังหวัดราชบุรีโดยนิมนต์เกจิอาจารย์ทั่วประเทศ มาอธิษฐานจิตต่อไป
            การดำเนินการดังกล่าว ใช้งบประมาณในการดำเนินงานรวมทั้งสิ้น 17,246,635 บาท ประกอบด้วย งบปของบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด จำนวน 16,346,635  บาท และได้รับแรงศรัทธาจากผู้นำชุมชน ประชาชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าราชบุรี ร่วมบริจาคสมทบ เป็นเงิน 900,000 บาท  นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี กองทุนพัฒนาชุมชนจังหวัดราชบุรีในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด และ บริษัท ราชบุรีเพาเวอร์ จำกัด ด้วย นายประจวบกล่าว


รพ. ดำเนินสะดวก การแพทย์แบบผสมผสาน


ราชบุรี   รพ. ดำเนินสะดวก การแพทย์แบบผสมผสานวิถีสุขภาพแบบโอกาดะ

               ที่ห้องประชุมรพ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี  ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับองค์กร MOA International มูลนิธิศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ MOA และมูลนิธิ MOA ไทย ด้านการศึกษาวิจัย พัฒนา การแพทย์เสริมและการแพทย์แบบผสมผสานระหว่าง รพ. ดำเนินสะดวกกับองค์กร MOA International มูลนิธิศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ MOA และมูลนิธิ MOA ไทย โดยมีนายแพทย์ สุรัติ เล็กอุทัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลดำเนินสะดวก เป็นตัวแทนประเทศไทย  และนายมาซาโอะ ชิงะ ประธานคณะกรรมการบริหาร MOA International  จากประเทศญี่ปุ่น เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการเพื่อการศึกษาวิจัย พัฒนา และฝึกอบรมวิชาการด้านการแพทย์และการแพทย์แบบผสมผสาน เพื่อนำวิถีสุขภาพแบบโอกาดะมาปรับใช้ในการดูแลสุขภาพของประชาชน

                  สำหรับวิถีสุขภาพแบบโอกาดะ ซึ่งประกอบด้วย มีหลักของการชำระล้างบำบัด หลักศิลปะบำบัด และหลักโภชนาบำบัด องค์กร MOA International จึงได้ส่งเสริมวิถีทางที่จะมุ่งไปสู่การแพทย์ ด้วยการเผยแพร่การแพทย์แบบผสมผสานตามแนวคิดใหม่จากมุมของมนุษย์แบบองค์รวม ควบคู่ไปกับการนำเสนอ วิถีสุขภาพแบบโอกาดะ ซึ่งจัดให้อยู่ในทางเลือกใหม่กลุ่มของการแพทย์เสริมและการแพทย์แบบผสมผสาน โดยประสานงานกับแพทย์ที่เข้าใจ และได้รับความร่วมมือจากนักบำบัดชำระล้างบำบัดแบบโอกาดะ เป็นแนวคิดใหม่ผู้ให้ความรู้ศิลปวัฒนธรรม และนักส่งเสริมอาหารจากธรรมชาติเป็นหลัก ในการจัดการและเผยแพร่สัมมนาสร้างเสริมสุขภาพทั่วประเทศต่อไป

วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2553

นายกรัฐมนตรีให้ชะลอ มติ ครม.

เกษตรกรเลี้ยงกุ้งเตรียมล่ารายชื่อยื่นถึงนายกรัฐมนตรีให้ชะลอ   มติ ครม.
              ที่บริเวณศาลาเอนกประสงค์โรงเรียนวัดลํานํ้า  หมู่ที่  6  ตําบลดอนใหญ่  อําเภอบางแพ  จังหวัดราชบุรี    เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่ภาพกลาง  ทั้งที่อําเภอบางแพ  จังหวัดราชบุรี  จังหวัดนครปฐม  และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์   ประมาณ 200 คน   ประชุมหารือ เตรียมความพร้อมในการล่าลายชื่อเกษตรกรเลี้ยงกุ้งเสนอต่อนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ   นายกรัฐมนตรี ทีเห็นชอบการแก้ใขปัญหาการใช้ความเค็มการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่น้ำจืดตามมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่  3/2553 เมื่อวันที่  8 กณกฎาคม  2553  โดยปรับปรุงข้อความในคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่  2/2541 ลงวันที่   22 กรกฎาคม  2541จาก “ระงับการเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำระบบความเค็มต่ำในพื้นที่น้ำจืด” เป็น   “เพื่อระงับการใช้ความเค็มในการเพาะเลี้ยงสัตว์สัตว์น้ำในพื้นที่น้ำจืด”  ทำให้เกิดผลกระทบกับผู้ที่เลี้ยงกุ้ง   โดยมีนายณรงค์  พลละเอียด  รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี  นายอนุเดช   เชี่ยวชาญวิลิตชกิจ   นายกสมาคมเพาะเลี้ยงสัตว์นํ้าไทย   เดินทางมาร่วมรับฟังปัญหา    
                นายประกอบ  ทรัพย์ยอดแก้ว  อุปนายกสมาคมเพาะเลี้ยงสัตว์นํ้าไทย  ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งคุณภาพจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า      จากมติ ครม.ที่เปลี่ยน“ระงับการเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำระบบความเค็มต่ำในพื้นที่น้ำจืด”เป็น “เพื่อระงับการใช้ความเค็มในการเพาะเลี้ยงสัตว์สัตว์น้ำในพื้นที่น้ำจืด”   ทําให้เกิดผลกระทบกับเกษตรผู้เลี้ยงกุ้งจํานวน  55  จังหวัดทั่วประเทศ  ส่งผลให้เกษตรกรเลี้ยงกุ้งทั่วประเทศเริ่มประสบปัญหา  เนื่องจากเป็นอาชีพดั้งเดิมที่ทํามากว่า  20  ปีแล้ว   ซึ่งได้มีการนําเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ประยุกต์ในการเลี้ยง  เช่น  นํากุ้งขาวแวนาไม  จากรัฐฟลอริดา  และรัฐฮาวาย   มาเลี้ยงผสมผสาน     สามารถเพาะพันธุ์กุ้งเพสผู้ได้ทั้งหมด  อีกทั้งยังปลอดสารพิษด้วย  ซึ่งตรงกับความต้องการของตลาดที่ต้องการกุ้งตัวโต   โดยเฉพาะพื้นที่อําเภอบางแพจังหวัดราชบุรี    เลี้ยงกุ้ง และปลา   ประมาณ  80 % ของพื้นที่  ประมาณ  3,657 ไร่  จํานวนมากกว่า  200  ราย    ผลิตกุ้งได้ปีละกว่า  6,494  ตัน   ส่งออกต่างประเทศปีละกว่าสองหมื่นล้านบาท 
                  จึงขอเรียนร้องหน่วยงานภาครัฐให้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง  พร้อมหาแนวทาง ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทั่วประเทศ  เนื่องจากสภาพความเป็นจริงแล้ว  ไม่ตรงกับข้อมูล  หากเกษตรเลี้ยงกุ้งสร้างความเดือดร้อนด้านสิ่งแวดล้อมจริง  ก็สามารถมาดูได้ว่าในพื้นที่ก็มีการปลูกพืชผักทางการเกษตรบริเวณคันบ่อเลี้ยงกุ้ง   สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตส่งขาย และบริโภคในครัวเรือนได้ และน้ำที่เลี้ยงกุ้งในปัจจุบันก็ไม่เกินมาตรฐานที่กรมชลประทานกำหนดอย่างแน่นอน
                  อย่างไรก็ตามเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งได้ร่วมกันล่าลายซื่อ  เพื่อยื่นเสนอต่อรัฐบาลให้ชะลอมติ  ครม.ดังกล่าว  และขอให้ส่งเจ้าหน้าที่ด้านสิ่งแวดล้อมลงมาตรวจสอบและวิจัยคุณภาพนํ้าว่ากระทบกับสิ่งแวดล้อมจริงหรือไม่  และข้อให้จบด้วยการตรวจสอบด้วย  อีไอเอ  ซึ่งขณะนี้ทางเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งกําลังรวมตัว และเอกสารยื่นถึงนายรัฐมนตรี  เพราะทุกคนไม่ต้องการที่จะไปปิดถนนประท้วงที่จะเกิดความเดือนร้อนแก่ผู้อื่น แต่การปิดถนนกระท้วงขอให้เป็นขั้นตอนสุดท้วย
                นายณรงค์  พลละเอียด  รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี  กล่าวว่า  ทางจังหวัดรับทราบปัญหาดี  เมื่อมีมติ ครม.ออกมาอย่างนี้  หากประชาชนประสงค์ที่จะยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีก็สามารถทําได้ เพื่อให้ท่านได้รับทราบปัญหาความเดือนร้อนที่แท้จริง   แต่อย่างไปประท้วงปิดถนนจะก่อให้เกิดความเดือนร้อนผู้อื่น

ชาวบ้านทําบุญ

ชาวบ้านทําบุญโครงกระดูกโบราณราว 2,000 ปี   

                    ชาวบ้านในตําบลโพหัก   อําเภอบางแพ   จังหวัดราชบุรี   ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากศิลปากรที่ 1  จังหวัดราชบุรี    ร่วมกันจัดพิธีทําบุญเลี้ยงพระเพลแด่พระสงฆ์จํานวน 9 รูป   บริเวณที่ขุดพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณ   เศษภาชนะ   ลูกปัด  กําไล   เศษกระเบื้อง    เครื่องปั่นดินเผา   ก้ามปูฟอสซิล   อายุเกือบ 3000 ปี   ที่บริเวณคันดินริมบ่อเลี้ยงกุ้งก้ามกราม    และสถานที่ทิ้งขยะของเทศบาลตําบลโพหัก  บ้านโคกพลับ  หมู่ที่  2  ตําบลโพหัก  อําเภอบางแพ      ซึ่งทางศิลปากรที่ 1  โดยเจ้าหน้าที่โบราณคดีได้ทําการขุดพบโครงกระดูกมนุษย์กว่า 10 โครงแล้ว  เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา    ซึ่งแต่ละศพเป็นโครงกระดูกอยู่ในสภาพที่นอนวางทับถมกันเป็นชั้น ๆ    ลึกจากพื้นดินประมาณ  3 เมตรเศษ   อีกฝั่งยังเป็นสถานที่ที่เคยค้นพบเป็นที่ทิ้งขยะกองโตของเทศบาลอีกด้วย
                  ทางด้าน นายนิคม  นักคุ่ย   กํานันตําบลโพหัก และชาวบ้าน จึงได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดใหญ่โพหัก และวัดใกล้เคียงจํานวน 9 รูป  มาร่วมกันทําบุญตัดบาตร   ถวายพัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์    เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับโครงกระดูกดังกล่าว   พร้อมทั้งร่วมกันบริจาคเงินสมทบ  สร้างหลังคากระเบื้องที่มาตรฐานปกคลุมหลุมศพโครงกระดูกโบราณ   เพื่อกันแดดกันฝน พร้อมทั้งจะร่วมใจกันพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว  จะเกิดประโยชน์กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างยิ่ง
                  สำหรับการดําเนินการขุดค้นหาโครงกระดูกในพื้นที่ประมาณ  8  ไร่  ที่ปัจจุบันทางเทศบาลตําบลโพหักได้นําขยะมาทิ้งวันละ 2 ตัน ซึ่งเป็นปัญหากับการพัฒนาอย่างยั่งยืน    ซึ่งเป็นบริเวณพื้นที่โบราณสถานเป้นส่วนหนึ่งของชาวโพหัก การนำขยะมาทิ้งในพื้นที่ดังกล่าวถือว่าเป็นการดูถูกบรรพบุรุษของชาวโพหัก  จึงขอให้ทางเทศบาลเร่งนําขยะออกไป  เพื่อความสบายใจของชาวบ้าน    เพื่อเป็นพื้นที่ในการฟื้นฟูด้านวัฒนธรรม และแหล่งโบราณคดี  พร้อมทั้งพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อไปอีกด้วย

หยุดทำร้ายพระพุทธศาสนา

รณรงค์หยุดทำร้ายพระพุทธศาสนา

กลุ่มผู้ศึกษาและเปิดเผยพระพุทธศาสนา พร้อมด้วยสมาชิกกลุ่ม
ได้ร่วมกันรณรงค์นำเอาเอกสารแผ่นพับที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการทำบุญกับพระภิกษุสงฆ์
-สามเณร ออกแจกจ่ายให้กับประชาชนทั่วไปหวังสร้างความรู้การทำบุญในทางที่ถูกต้องที่บริเวณกลางแยกไฟแดงถนนคฑาธร อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี นางสุภาพร สวัสดี นางปุญิกาปัญญาสาร และนายกิตตินพ  จีรพงษ์อุดมตัวแทนกลุ่มผู้ศึกษาและเปิดเผยพระพุทธศาสนาพร้อมด้วยสมาชิกกลุ่มจำนวนกว่า 200 คนนำเอกสารแผ่นพับที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการทำบุญกับพระภิกษุสงฆ์ สามเณรซึ่งมีเนื้อหาและข้อความต่าง ๆนำมาแจกให้กับประชาชนตามท้องถนนตลอดจนชาวบ้านในพื้นที่อำเภอเมืองราชบุรีอาทิ แผ่นพับและชูป้ายที่มีคำว่าหยุดทำร้ายพระพุทธศาสนาหยุดทำบาปให้กับตนเองหยุดถวายทอง-เงิน แด่พระภิกษุสงฆ์สามเณรหรือข้อความเนื้อหาที่กลุ่มฯได้จัดพิมพ์ขึ้นคัดลอกมาจากพระไตรปิฏก เล่ม 3 หน้า 940 เล่มสีน้ำเงินเล่ม 3 หน้า 887 เล่มสีแดงแล้วจัดพิมพ์มาเผยแผ่นำแจกกับบุคคลประชาชนทั่วไป   ซึ่งทางด้านนางปุญิกา ปัญญาสาร หนึ่งในตัวแทนกลุ่มฯ กล่าวว่าทางกลุ่มได้มีการรวมตัวกันทั่วประเทศจำนวนหลายหมื่นคนที่ลงทะเบียนและไม่ได้ลงทะเบียนโดยทางกลุ่มผู้ศึกษาพระพุทธศาสนาได้ร่วมกันนำเอกสารแผ่นพับมาแจ้งให้พี่น้องประชาชนในจังหวัดต่าง ๆได้รับรู้ถึงความเป็นมาร่วมทั้งเพื่อให้ประชาชนชาวพุทธได้ปฏิบัติตัวต่อการทำบุญกับพระภิกษุสงฆ์สามเณร ในทางที่ถูกต้องตลอดจนให้รับทราบความจริงว่าการทำบุญนั้นทำอย่างไรได้บุญและทำบุญอย่างไรถึงได้บาป และยังรวมถึงเรื่องพระภิกษุสงฆ์ -สามเณรหากรับเงิน -ทองสิ่งของบางอย่างที่ผิดวินัยสงฆ์แล้วบาปและเป็นบาปทั้งผู้ให้และผู้รับด้านนางสุภาพร  สวัสดี เปิดเผยว่าเห็นว่าชาวพุทธศาสนิกชนทั้งหลายที่มักคุ้นเคยกับการทำบุญแบบเดินมาตั้งแต่หลายร้อยปีมาแล้วนั้นโดยส่วนมากทำบุญแล้วได้บาปโดยทางกลุ่มเห็นว่าเพื่อเป็นการชี้แนวทางการทำบุญที่ทำบุญแล้วได้บุญจริงๆนั้นทำอย่างไร จึงได้จัดกิจกรรมขึ้นเพื่อเป็นการชี้แนวทางการทำบุญในโอกาสต่อไปว่าทำบุญแล้วต้องได้บุญไม่ใช่ได้บาป